วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ZOMBIE OUTDISTANCE 5

Chapter 5


อื๊ม!” บอลยื่นห่อขนมที่แกะแล้วให้เธอคนนั้น.. 
เป็นภาพที่ผมมองแล้วทั้งสงสัยทั้งจะขำ คิดว่าไอ้นี้นิ มันคิดจะทำอะไรของมัน 

ไม่ทันไร ผู้หญิงคนนั้นจากที่นั่งกอดเข่าอยู่ดีๆ ก็โผลเข้ากอดเพื่อนผมทันที เล่นเอาผมต้องหันไปหามินเพื่อขอความคิดเห็นจากเธอ แต่มินซิ เธอไม่ละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นเลย ยังคงจ้องเธออยู่อย่างนั้นและบีบมือผมแน่น และชั่วแว๊บเดียวเท่านั้นแหละ มินหันมามองผม เธอพยักหน้าพร้อมกับวางมือจากผมและเดินไปยังจุดที่บอลกับผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ มินเธอนั่งลงและแตะเบาๆที่ไหล่ของเธอทันที ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมาหามินแล้วโผลเข้ากอดมินแทนคราวนี้

ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่มีอะไรแล้ว.. มินพูดขึ้นพร้อมกับลูบไปที่หัวของเธอราวกำลังปลอบโยนน้องสาว

ผ่านไปได้ครู่ใหญ่ๆ เหตุการณ์เริ่มสงบลง เสียงดังจากด้านนอกซึ่งก่อนหน้านี้เหมือนคนพวกนั้นพยายามจะพังประตูเข้ามาก็เริ่มหายไป ลุงหวังยังนั่งกอดปืนของตัวเองไม่ห่าง ลุงเอียนที่ในมือถือขวดเบียร์อยู่มองมาทางพวกเรา บอลมันยังนั่งกินขนมได้หน้าตาเฉย ส่วนมินยังโดนผู้หญิงคนนั้นกอดอยู่ เธอหยุดร้องให้แล้ว แต่ยังไม่วายที่จะมีอาการสะอึกสะอื้น ส่วนผมนะหรอ ได้แต่มองหน้าทุกคนสลับกันไปมา

เกิดอะไรขึ้นหรอ? มินถามออกมาพรางลูบหัวเธอคนนั้นอย่างแผ่วเบา
น้อง....??  เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาตอบมินแค่นั้นและชุกหน้าเข้าไปกอดมินเหมือนเดิม
ไม่เป็นไรนะ มินเธอยังคงปลอบใจผู้หญิงคนนั้นต่อไป

หลังจากนั้นบอลก็ชวนทุกคนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ กินอาหารให้อิ่มและจากที่เราได้คุยกับเธอคนที่มาใหม่นั้น ได้ความว่า เธอชื่อเชอร์รี่ เรียนอยู่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งก็เรียกได้ว่าไฮโซเหมือนกัน ชั้นม.5  เหตุการณ์ก่อนหน้าที่เราจะเจอเธอ เธอได้เล่าว่า เธออยู่บ้านกับพี่สาวเธอแค่สองคน อยู่ดีๆก็มีคนบุกเข้ามาในบ้าน คนพวกนั้นน่ากลัวมาก และไล่ตามเธอกับน้องสาวจนพลัดหลงกัน สภาพจิตใจของเธอตอนนี้ดูย่ำแย่เอามากๆ

แต่ก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกที่เจอเยอะ..

แล้วคราวนี้จะเอายังไงกันต่อหล่ะ เด็กๆ ลุงเอียนตามขึ้น
พวกเราสามคนคือ ผม มิน และบอล ต่างมองหน้าสลับกันไปมา พลันนึกขึ้นมาได้ทันทีว่า ...

พวกเราต้องพามินไปหาพ่อที่สภ.นิ!!” เป็นผมที่พูดขึ้นก่อนใคร บอลกับมินได้แต่พยักหน้าตาม
แล้วหนูเชอร์รี่หล่ะ จะเอายังไงต่อ? ลุงเอียนถามขึ้นและหันไปมองที่เชอร์รี่
ใบหน้าของเธอที่เศร้าอยู่แล้ว ยิ่งเศร้าเข้าไปใหญ่ พลันน้ำตาก็ไหลออกมา
พอมินเห็นอย่างนั้น เธอรีบเข้าไปจับที่ไหล่ของแม่สาวเจ้าน้ำตาคนนี้ทันที             
ไม่เป็นไรนะ ไปด้วยกันก็ได้ พวกเราจะไปสถานีตำรวจกัน ตำรวจอาจจะช่วยพวกเราได้ มินเธอพูดขึ้น พร้อมกับแววตาที่มองเชอร์รี่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ มินเธอคงจะเป็นคนขี้สงสารอ่ะเนอะ ผมมองว่าอย่างนั้น
               ผู้หญิงอารายนางฟ้าชะมัด..

               “แล้วคุณลุงทั้งสองละค่ะ จะเอาไงต่อ มินหันกลับไปถามลุงเอียนและลุงหวังที่นั่งอยู่ข้างๆกัน
               “ตอนแรกก็ว่าจะพากันไปโรงพักอ่ะนะ แต่พอขับรถออกมาจากหมู่บ้านได้เท่านั้นแหละ ก็เจอไอ้พวกนั้นยืนดักหน้ารถเต็มเลย เป็นลุงเอียนที่ตอบ
               “ไอ้พวกคนงานก่อสร้าง!!” ลุงหวังเสริมขึ้นมา
 “ใช่ ตอนแรกนึกว่ามาชุมนุมอะไรกันกลางถนน เป็นสิบยี่สิบคนเลย บีบแตรก็แล้ว ตะโกนขอทางก็แล้ว ลุงเลยลงจากรถว่าจะไปคุยด้วยสักหน่อยเท่านั้นแหละ อยู่ดีๆพวกมันก็จู่โจมเข้ามาใส่พวกลุงเลย  ลุงเอียนพูดจริงจังมาก            
               “โชคดีที่พกปืนมาด้วย ก็เลยยิงขึ้นฟ้าขู่ แต่พวกมันก็ยังไม่หยุดนะ ยังเข้ามาทำท่าจะกัดคอลุงลูกเดียว แกพูดพร้อมเอามือไปจับที่คอตัวเอง
               “ลุงเลยลองยิงมันไปนัดนึงทีขามัน แต่มันกลับไม่เป็นอะไรเลย ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกเมายาบ้าชนิดรุนแรง ตกใจมาก ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เลยได้แต่วิ่งหนีเพราะโดนพวกมันไล่ตาม เป็นฝูงเลย ลุงเอียนยังคงเล่าต่อ
               “พอหลบเข้ามาอยู่ในโกดังนั้น พวกเราก็ได้เฝ้าแต่ซุ่มดูอยู่ จนเจอพวกเธอนั้นแหละ ลุงหวังพูดแทรกขึ้นคราวนี้
              “ตอนนั้น ไม่รู้จะช่วยพวกเธอยังไงมันอยู่ในระยะไกลเลยลองเล็งไปที่หัวของมันดู ลุงหวังแกพูดพร้อมกับใช้มือแตะไปที่มีลำกล้องติดอยู่ที่ตัวปืนของแก ซึ่งพอผมมองดูดีๆแล้ว มันเป็นปืนยาวที่ผมรู้จักนะ เพราะเคยเล่นในเกมส์ คนส่วนมากรู้จักมันในชื่อ สไนเปอร์ เป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิง ส่วนมากจะมีแต่ทหาร ตำรวจ หรือนาวิกฯเท่านั้นที่ใช้เป็น
  
-----------------------------------------------------------------------------------

เวลาผ่านไปประมาณนึง..

นั่นมันป้าแช่มนิ!!” ผมพูดขึ้นเบาๆด้วยความตกใจ
มึงรู้จักหรอ? บอลหันหน้ามาถามผม
เอ่อ..ดิ แกขายกล้วยทอดอยู่ข้างห้างนี้ไง ผมหันกลับไปตอบมัน

              ตอนนี้พวกเราเราอยู่ในท่านอนคว่ำกับพื้นคอยซุ่มมองดูผู้คนจากด้านในที่เดินวนกันไปมาจากด้านนอกในลักษณะที่ไม่เหมือนคนปกติ นับจำนวนแล้วไม่ต่ำกว่าสิบคน และที่ที่เราใช้เป็นที่ซุ่มหรือถ้ำมองนั้นเป็นกระจกใสบานใหญ่ของตัวห้างซึ่งมองออกไปจะเห็นถนนรถวิ่งและแผงลอยขายของต่างๆอย่างชัดเจน ท่าทางเราสองคนตอนนี้เหมือนทหารที่กำลังรอซุ่มยิงศัตรูอยู่อย่างเงียบๆจะมีแค่เสียงกระซิบเบาๆของเราสองคนเท่านั้นแหละ
มึงว่ามีกี่คนหว่ะ? บอลถามขึ้น ทั้งที่สายตาของมันยังคงจับจองไปยังผู้คนที่เดินสวนกันไปมาบนถนนนั้น
ไม่ต่ำกว่าสิบหว่ะผมตอบกับไปทันที ซึ่งผมคาดเดาจากทางสายตาของผมก็น่าจะประมาณนี้แหละ
สภาพเดียวกันหมดเลยหว่ะบอลพูดต่อ
ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แค่พิจารณาตามคำพูดมัน

             และก็จริงอย่างบอลมันว่า สภาพเนี้ยดูไม่ได้เลย อี๊ย์ แต่ละคนเลือดท่วมตัวทั้งนั้น ท่าเดินก็โยกเยกสเปะสะปะไปมา บางคนก็ลูกกระตาถลนออกมาจากเบ้า บางคนแขนข้างนึงไม่มี บางคนใบหน้าหายไปครึ่งซีก ซึ่งมันเป็นภาพที่ทำให้ผมต้องเอามือขึ้นมากุมปากตัวเองไว้ เพราะกลัวจะอ้วกออกมา ซึ่งผมต้องมองดูพร้อมกับก้มหน้าลงหลับตาปี๋สลับกันไปมา

มึงว่าคนพวกนี้ เค้า....??? บอลเริ่มถามผมต่อ
อูอ้าไอ้ไอ่อนแอ้วแอะ ผมพูดทั้งที่มือยังปิดปากอยู่ และบอลมันคงฟังไม่รู้เรื่องมันเลยหันหน้ามาทางผม
กูว่านั้นมันไม่ใช่คนแล้วแหละ ผมเอามืออกจากปากเพื่อตอบมันแบบรีบๆแล้วเอามือกับมาปิดปากตัวเองไว้เหมือนเดิม
กูไม่อยากจะคิด ถ้ากูเดินออกไปตอนนี้ กูคงโดนรุมโทรมแหงๆมึงบอกว่า มันแพร่เชื้อโดยการกัดใช่ไหม? บอลมันยังถามต่อ
ผมได้แต่ผงกหัวตอบแทนการพูด เพราะปากผมไม่ว่างไง

และทันใดนั้นเอง!!

เด็กๆ อยากลองทำอะไรตื่นเต้นๆดูไหม? เป็นเสียงลุงหวังที่ตะโกนมาจากด้านหลัง
           
           และเมื่อได้ยินดังนั้น  ผมรีบเอียวตัวในท่าหมอบหันกลับไปมองที่ต้นเสียง ผมเห็นลุงหวังชี้ไปที่ปืนไรเฟิลของแกที่ถืออยู่ในมือพร้อมกับพยักหน้าให้ผม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจความหมายหรอกว่ามันคืออะไร แล้วแกก็ทำท่าชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า และกวักมือเรียกพวกผมอีกที ผมหันกลับมาทางบอลแล้วสะกิดมันให้มองไปทางลุงหวัง ซึ่งมันก็ทำตามที่ผมสื่อสารออกไปเป็นอย่างดี และมันคงเห็นลุงหวังกวักมือเรียกพวกเรา มันถึงได้สะกิดผมให้ลุกขึ้นตามมันไป

บนดานฟ้าของตัวห้าง
           ใช่! จุดที่พวกเราอยู่มันคือจุดที่สูงที่สุดของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ มีความสูงจากพื้นไม่มากหรอก เพราะมีชั้นที่เปิดบริการแค่สองชั้นไง พวกเราทั้งสาม ผม บอล และลุงหวัง อยู่ในท่านอนคว่ำหรือท่าหมอบ ลำตัวราบกับพื้น ส่วนหัวชะโงกขึ้นทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศด้านล่างได้ทั้งหมดอย่างชัดเจน ซึ่งนั้นมันทำให้เรารู้ได้ว่าด้านล่างนั้น มีคนเดินพุกพล่านไปมาอยู่ประมาณไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ผมไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของลุงหวัง จึงได้แต่หันไปมองที่แก เพราะแกอยูตรงกลางผมอยู่ฝั่งขวาของมือแก ส่วนบอลอยู่ฝั่งซ้าย  สิ่งที่ผมเห็นคือ แกเอาปืนที่แกพกมาด้วยตลอดวางตั้งกับพื้นโดยใช้ขาตั้ง! ตรงที่เรานอนในระดับสายตา ผมเห็นแกทำจับนั่นโน่นนี้ที่ตัวปืนของแกพร้อมกับใช้สายตามองผ่านกล้อง และทำอะไรไม่รู้เสียงดังก๊อกแก๊กๆ

รู้ไหมนี้คืออะไร? ลุงหวังแกหันมาถามผม พร้อมกับชี้ไปที่ปืนของแก
วินเชสเตอร์ ลาปัว ไรเฟิล!!” ผมตอบออกไปในขณะที่สายตาของผมยังคงจ้องค้างอยู่ที่กระบอกปืนของลุงแกที่ตั้งอยู่ข้างๆ ซึ่งพอมองดูดีๆไกล้ๆแล้ว มันทำให้ผมรู้ทันทีว่านั้นคือปืนอะไร
เฮ้ย! ลุงชอบแกหว่ะ.. แกพูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมตบมาที่ไหล่ผมเบาๆ
จุดสามศูนย์แปดลาปัวเลยนะ ลุงหวังพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

ว๊าก!!! นี้ของจริงหรอเนี้ย!! ผมทำตาโต ทันที เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้เห็นไกล้ๆขนาดนี้
ที่ผมรู้จักได้ เพราะมันเป็นปืนชนิดที่เอาไว้ซุ่มยิงโดยเฉพาะ ล่าสุดที่มีข่าวยิงบุคคลสำคัญปีห้าสามที่ผ่านมา ก็ไรเฟิลตะกูลนี้แหละ ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดของปืนรุ่นนี้อะไรมากมายเท่าไรนัก ไม่เคยเห็นของจริงและไม่เคยใช้!!

วินเชสเตอร์ ไรเฟิล ปกติเค้าใช้ล่าสัตว์หรือเอามายิงแข่งกัน ลุงหวังพูดขึ้น
ฮึ? ผมทำเสียงสงสัย
อธิบายให้ฟังก็ได้ ลุงหวังตอบ เหมือนแกจะรู้ว่าผมสงสัยเอามากๆ เลยอยากจะเฉลยให้ผมละมั้ง
กระสุนสังหาร จุดสามศูนย์แปด ลาปัว เป็นกระสุนที่นิยมเอามายิงแข่งกันหรือใช้ยิงเล่นๆทั่วไป หรือเอาไว้เพื่อการกีฬา ถ้าจะซุ่มยิงจริงๆ มันต้องขนาดจุดสามสามแปด จุดสี่ศูนย์แปด และจุดห้าศูนย์ แต่จะว่าไปแล้ว กระสุนยี่ห้อไหน ก็ซุ่มยิงได้ ที่มีระยะทำการไกล  เพื่อทำลายหมู่ปืนกลหนัก และปืนกลเบา ซึ่งปืนกลมีระยะหวังผลเป็นพื้นที่ ถึง แปดร้อยถึงหนึ่งพันหนึ่งร้อยเมตร เข้าใจไหม๊?  แกอธิบายซะยาว แล้วต่อด้วยประโยคคำถามกับผม ซึ่งแน่นอน ผมไม่เข้าใจ ยังคงทำคิ้วชนกันอยู่อย่างนั้น

เอาเป็นว่า ปัจจุบัน จุดสามศูนย์แปด ยังเป็นปืนซุ่มยิงมาตรฐานของงานตำรวจ  ใช้ในเมือง ระยะยิงก็ประมาณยอดตึกมาถนนฝั่งตรงข้ามนี่แหละเป็นอย่างไกล แกคงสรุปคร่าวให้ผมเข้าใจได้ง่ายๆ ซึ่งก็โอเคนะ ผมก็พอเข้าใจ และก็ไม่ต้องสงสัยด้วยว่าแกได้มายังไง ก็แกเป็นตำรวจนี้นา ผมได้แต่พยักหน้ารับบ่งบอกว่าผมเข้าใจ

ดูน๊าเด็กๆ ลุงจะโชว์ให้ดู๊!!” ลุงหวังแกพูดพร้อมกับหลับตาข้างขวาและค่อยๆกับก้มลงไปมองในลำกล้องที่ติดอยู่ด้านบนตัวปืนมือซ้ายของแกจับไปที่ปากกระบอกมั้ง ส่วนนิ้วชี้มือขวาสอดเข้าไปในรูพร้อมที่จะเหนี่ยวไกล ลักษณะท่าทางของแกนิ่งและเงียบมาก ผมเห็นแล้วผมยังอึ้งในท่าทางนั้นเลย ผมกับบอลต่างสงสัยว่าแกกำลังจะทำอะไร ได้แต่จ้องแกตาไม่กระพริบ

เฮ้ยๆๆ มองข้างล่างดิ จะมาจ้องอะไร เขินนะเว้ย!!” อยู่ดีๆลุงหวังก็พูดขึ้น ในลักษณะท่าทางที่ยังแน่นิ่งเหมือนเดิม
เห็นผู้ชายเสื้อยืดสีแดงที่ยืนก้มหน้าอยู่ใต้ต้นไม้นั้นไหม๊?” ลุงหวังถามต่อ
            คำถามนั้นทำเอาผมรีบหันลงไปมองด้านล่างทันที และก็จริงอย่างที่ลุงว่า ใต้ต้นไม้นั้นมีผู้ชายใส่เสื้อยืดสีแดงกางเกงยีน กำลังก้มกัดกินอะไรสักอย่าง อย่างน่าสยดสยอง! ใบหน้าของเค้ามีแต่เลือดสีแดงๆเต้มไปหมด จนมองไม่ออกว่าน่าตาที่แท้จริงของเคาเป็นยังไง

เฟี๊ยวปลั่ก!!

              เสียงนั้น ทำให้ใบหน้าของชายที่ผมกำลังจ้องมองอยู่นั้นกระตุกเงยขึ้นค้างก่อนที่เค้าจะเอนตัวล้มลงไปนอนที่พื้นทันที ทำเอาผมตกใจสุดๆ ซึ่งเสียงที่ได้ยินนั้นมันดังมาจากข้างๆตัวผมนี้เอง เสียงปืนไรเฟิลกระบอกนี้ทำเอาผมงงไปหมด นี้มันระยะห่างตั้งเกือบร้อยห้าสิบเมตรเลยนะ อะไรกัน!
ผมรีบหันกลับไปมองลุงหวังที่ตอนนี้แกได้แต่ยิ้มที่มุมปากพร้อมกันทำอะไรกับปืนอีกแล้วเสียงก๊อกแก๊ก

โหหห!” เป็นเสียงบอลที่อุทานขึ้น
เป็นไง แม่นไหม๊!” ลุงหวังพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
สุดยอดอ๊ะ!” ผมตอบแบบตาโตจ้องมองไปที่ปืนแก
ลักษณะปืน ดูแล้วท่าจะหนักมาก ถ้าผมแบกคงกระดูกหักอ่ะ ลำตัวปืนสีดำ มีลำกล้องติดอยู่ด้านบนแบบเปิดฝามั้ง เปิดออกได้ทั้งสองฝั่ง
ลองดูม๊ะ ลุงหวังแกพูดขึ้นพร้อมกับหนมาทางผม
ผมตกใจกับคำถาม จะให้ผมลองยิงเนี้ยนะ!!

เอ่อ.. มะ ไม่ ดะ..ดีกว่าฮะ ปายชอบปืนสั้น!” ผมตอบออกไปแบบเสียงติดๆขัดๆ ซึ่งจริงแล้วผมก็ไม่ชอบจริงๆแหละ ผมชอบปืนสั้นมากกว่า มันคงจะเบากว่านี้

           ลุงหวังแกได้แต่ยิ้ม ไม่พูดอะไร เพราะแกคงจะเข้าใจแหละ เห็นแกมองที่ตัวผมก่อนที่จะหันไปถามบอล ซึ่งบอลก็ตอบตกลงที่จะลองยิงดู ทั้งสองคนพูดอะไรกันก็ไม่รู้แบบกึ่งกระซิบ ผมฟังได้ศัพท์มั้งไม่ได้มั้ง จากนั้นทั้งสองคนก็สลับที่กัน ให้บอลมาอยู่ในท่าที่ลุงหวังอยู่เมื่อกี้ เห็นแล้วเท่ห์สุดๆไปเลยนะ ผมไม่น่าปฏิเสธเล๊ย 
           คิดแล้วก้ได้แต่น้อยใจตัวเอง ว่าทำใมผมถึงป๊อดยังงี้นะ ทันใดนั้นเอง

เฟี๊ยวปลั่ก!!

           เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาผมหยุดความคิดทั้งปวง แล้วรีบหันไปมองที่ปลายทางที่วิถีกระสุนนั้นตกลง ซึ่งภาพที่เห็นคือ เขม่าดินที่ฟุ้งกระจายไปทั่วเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆตรงบริเวณไกล้ๆกับศพผู้ชายที่ซึ่งโดนลุงหวังยิงกองกับพื้นก่อนหน้านี้ ใช่! บอลมันคงเล็งกะจะให้โดนผู้หญิงคนนึงที่เดินวนเวียนไปมาข้างๆศพผู้ชายคนนั้น แต่พลาดเป้าซินะ ผมรีบหันไปมองหน้ามันที่ตอนนี้ เม็ดเหงื่อใสๆไหลลงมาผ่านแก้มสีชมพูเป็นทาง กับสีหน้าที่เคร่งเครียดสุดๆของมัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะเนี้ย!” บอลพูดขึ้น
แหงสิหลาน โดนฝึกมาแทบตายถึงจะประสบความสำเร็จได้ ลุงหวังพูดขึ้น

บอลเอามือป้าดเหงื่อตัวเองพร้อมที่จะลุกเปลี่ยนที่กับลุงหวังคืนเหมือนเดิม
เดี๋ยว!” ลุงหวังพูดขึ้นพร้อมกับจับไหล่บอลไว้ คล้ายกับว่ามีเรื่องที่จะพูดต่อ
พวกเธอเห็นร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโน่นไหม?” ลุงหวังแกชี้มือไปที่ร้านเล็กๆที่มีทางเข้า และมีหน้าต่างที่เป็นกระจกทืบดำๆ ซึ่งก็ดูไม่ออกเลยว่าเป็นร้านอะไร ซึ่งระยะห่างจากนี้ไปถึงร้านนั้นก็ราวๆห้าร้อยเมตรน่าจะได้

นั่นหน่ะ เป็นร้านขายปืนของเพื่อนลุงเอง สนใจไหม๊? ลุงหวังหันกลับมาถามพวกเรา

ร้านขายปืน!!

             ที่หน้าร้าน มีป้ายที่มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า GUNNEAR เนี้ยนะ! ร้านขายปืน ผมนั่งรถผ่านตลอดไม่ได้เอะใจเลยว่าร้านนี้เป็นร้านขายปืน ภาพโดยรวมของร้านดูแล้วเหมือนร้านอินเตอร์เน็ตผิดกฎหมายทั่วๆไปมากกว่า

ในความประหลาดใจสุดๆของผมตอนนี้มันทำให้ผมนึกอะไรอย่างนึงขึ้นมาได้กระทันหันพอดี
ความฝัน!!!

ใช่! คำๆนี้มันเคยอยู่ในความฝันผมนี้นา  คืนวันก่อนผมฝันถึงเรื่องทำนองนี้ ทำใมผมถึงลืมเรื่องนี้ไปเลยนะ แล้วอยู่ดีๆที่ผมฝันมันกลับกลายมาเป็นเรื่องจริงเฉยเลย...

ไอ้ปาย!!” เสียงบอลตะโกนเรียกชื่อผม ทำเอาผมสะดุ้งหลุดออกจากความคิดทั้งปวง

ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง สติก็เริ่มกลับมา ผมรีบตวัดหน้าซ้ายขวาก็พบว่าข้างๆตัวผม ที่เคยมีลุงหวังกับบอลอยู่ มันว่างเปล่าไม่มีร่างของใครอยู่แล้ว แต่พอหันหลังกลับไปมองตามปลายเสียงก็เห็นว่าพวกเค้าได้เดินห่างจากผมไปไกลเหมือนกัน คงเตรียมจะเดินกลับไปที่ที่พวกเราอยู่ในตอนแรกข้างล่างละซิ แต่..
ไปตั้งแต่ตอนไหนหว่ะ ผมอุทานกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับกระดกตัวขึ้นในท่ายืนและวิ่งตามไปอย่างไม่รอช้า


บริเวณหน้าเค้าเตอร์ ณ จุดเดิมที่เราอยู่กันในตอนแรก..

           พวกเรานั้งล้อมกันเป็นวงกลม ตอนนี้เรามีสมาชิกเพิ่มขึ้น อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มใหญ่ก็ว่าได้ ผมซึ่งนั่งข้างๆมิน ถัดไปเป็นเชอรี่กับบอล และถัดจากนั้นจะเป็นลุงเอียนกับลุงหวัง ซึ่งลุงหวังก็นั่งติดกับผมนี้แหละ เมื่อครบทุกคนแล้ว จะนั่งได้เป็นวงกลมพอดี โดยที่ตรงกลางวงพวกเรามี วินเชสเตอร์ ลาปัว ไรเฟิล ตั้งตระหง่านอยู่พร้อมเหมือนตอนที่ลุงหวังแกโชว์แอ๊คบนดาดฟ้าให้พวกเราดูนั่นแหละ ซึ่งก็ยังมีสายตาอีกคู่นึงที่จ้องไรเฟิลที่ตั้งอยู่ตาไม่กระพริบ พร้อมที่จะกระโจนหนีได้ทุกเมื่อถ้าเกิดมันดันลั่นขึ้น

หนูไม่เคยเห็นไอ้นี้หรอจ๊ะ? เสียงลุงหวังถามขึ้น พร้อมกับมองไปที่เชอรี่
เมื่อโดนถามอย่างนั้นเจ้าตัวจึงได้แต่ส่ายหน้า ยอมรับว่าเป็นจริงดั่งที่ลุงหวังถาม

ไม่ต้องกลัวหรอกจ๊ะ ไอ้เนี้ยมันไม่ทำร้ายพวกเดียวกัน!” ลุงหวังตอบอีกทีพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรให้เธอ
เหมือนเชอรี่เธอยังระแวงอยู่ เธอหันหน้าไปมองมิน
ไม่เป็นไรหรอกนะ เดี๋ยวก็ชิน.. มินเธอพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะน่ารักให้กับเชอรี่ คงจะปลอบใจไม่อยากให้เชอรี่ขวัญกระเจิง

จากเหตุการณ์ที่พวกเราได้พบเจอในวันนี้ พวกเราทุกคนรู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น!” เป็นเสียงนุ่มๆของลุงเอียนที่ถามขึ้น พร้อมกับเลิกคิ้วเหมือนรอคำตอบจากพวกเรา

แต่!    พวกเราทุกคนเงียบ ...
ไม่มีใครตอบอะไร และเหมือนแกจะรู้ว่าทุกคนคิดยังไง แต่แกก็ไม่รอให้เสียเวลา
คนพวกนี้ไม่ใช่คน สิ่งที่ทำให้พวกมันลุกขึ้นมาเดินไม่ได้อีก คือต้องทำลายที่สมองของมัน เหมือนที่หนูปายบอก ลุงเอียนอธิบาย
“แล้วพวกเธอคิดว่ายังไง? แกเลิกคิ้วมองหน้าพวกเราแต่ละคน
เอ่อ..........??? นั่นเป็นเสียงคำๆเดียวที่ออกมาจากลำคอของผม
พวกเธอใช้ปืนเป็นไหม!!” น้ำเสียงและท่าทางลุงเอียนยังคงเดิม

ทุกอย่างเงียบ ...
พวกเราได้แต่มองหน้าสลับกันไปมา
หนูเคยเห็นของพ่อค่ะ เคยจับครั้งนึงแล้วก็รู้แต่ว่ามันหนักมากๆ แต่ไม่เคยใช้จริงๆ เป็นมินที่พูดขึ้น สายตาท่าทางของเธอเอาจริงเอาจังมากกับคำตอบ ท่าทางของเธอตอนนี้เหมือนผู้ใหญ่เอามากๆ ต่างกับตอนแรกที่เจอยังกะคนละคนเลย ซึ่งทำเอาผมตกใจมากเหมือนกัน
นางฟ้าผู้แสนอ่อนโยนของผมหายไปไหนแล้วนะ..

เตงหล่ะ .. ?? เธอหันกลับมาถามและยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มนางฟ้าผู้แสนอ่อนโยนเหมือนเคย
รอยยิ้มนั้นทำเอาผมงงอีกรอบ ผมตามความรู้สึกตัวเองไม่ทัน ผู้หญิงอะไร มีสองร่าง ในแบบนางพญาและนางฟ้าในคนเดียวกัน

ห๊ะ? ว่าไงเตง!!” เธอเขย่าแขนผม
ฮ๊ะ! อะไร! ไม่ฮะ ไม่เคยใช้!” ผมรีบตอบทันทีหลังสติผมกลับมา แล้วรีบหลบสายตาเธอมองไปที่ลุงเอียน
สรุป ไม่มีใครเป็น!” ลุงเอียนแกถอนหายใจตอบออกมา
ก็ยังเด็กกันอยู่จะไปใช้เป็นได้ยังเล่า เอ่อ.. ลุงหวังพูดแทรกขึ้น
เคยเล่นเกมส์กันไหม เกมส์ออนไลน์หน๊ะ ยังงั้นแหละ แต่ของจริงจะหนัก และยากกว่าเย๊อะ ลุงเอียนพูดต่อพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

อ่ะนะ ไม่รู้จะต่อประโยคหลังให้เสียเวลาพูดทำใม ผมคิดในใจ
งั้น...ก็ตามที่เราคุยกันไว้นั้นแหละนะ ไอ้หวัง.. ลุงเอียนพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้าให้ลุงหวัง
ผมที่นั่งฟังอยู่ได้แต่ทำสายตาหล๊อกแหล็กมองบอลมองมินสลับไปมา เชื่อว่าเพื่อนผมทุกคนคงจะงงไม่ต่างไปจากผมเช่นกัน

เอาล่ะ ฟังนะเด็กๆ ถ้าเรื่องบ้าๆวันนี้มันเป็นจริงอย่างที่หนูปายพูด มันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วหล่ะ ถ้ารู้สึกว่าคนที่เราเจอนอกเหนือจากคนในกลุ่มเราแล้ว ซึ่งมองดูแล้วผิดปกติจากมนุษย์ทั่วไป ก็จัดการได้เลย!!”  คราวนี้ลุงเอียนแกพูดน้ำเสียงจริงจังมากพร้อมกับสีหน้าที่บ่งบอกว่าเคร่งเครียดสุดๆอย่างเห็นได้ชัดเจน
จัดการ...!!!” ผมตะโกนขึ้นอย่างแปลกใจสุดๆในคำพูดของลุงแก
ใช่! และสิ่งที่จะจัดการมันให้อยู่หมัดได้คือ ปืน!” ลุงเอียนตอบคำถามผมพร้อมกับยกปืนสั้นที่แกพกไว้ตลอดเวลาให้ดู
พวกเธอต้องใช้มัน!”  ลุงหวังเสริมขึ้น พวกเรายิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปใหญ่คราวนี้
อย่างน้อยเราก็มีคนที่ใช้ไรเฟิลเป็นแล้วหนึ่งคนละหว้า..  ลุงหวังพูดต่อพร้อมกับรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่มุมปากพรางหันมองไปที่บอล
ซึ่งไอ้เจ้าตัวที่ถูกเอ่ยถึงนั้น มันยังคงรักษาสภาพท่าทางที่นิ่งเฉยของมันเอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยการก้มหน้าใช้ความคิด ในมือยังถือไม้เบสบอลในลักษณะที่ตีฝ่ามือตัวเองเบาๆเป็นจังหวะ เราทุกคนต่างก็หันหน้าไปมองมันเป็นตาเดียวกัน
แต่ถึงกะนั้น มันก็ยังนิ่งเฉยอยู่ได้ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆหว่ะ ไอ้เอียน!!” ลุงหวังพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
แต่พวกเรายังใช้ไม่เป็นนิค่ะ มินพูดขึ้น
ไม่เป็นจ๊ะ เรื่องนั้นลุงจะจัดการให้เอง ลุงหวังพูดขึ้น

ในตอนนี้ท่าทางสีหน้าของคุณลุงทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากตอนแรกที่เคร่งเครียดกัน ตอนนี้กลับยิ้มร่าเริงสบายอกสบายใจซะงั้น ทำเอาผมกับมินมองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร
แต่เราไม่มีปืนนิค่ะ คราวนี้เป็นเสียงเชอรี่พูดขึ้น
หนูเคยเล่นเกมส์ไบโอฮาสาด หนูรู้ว่าควรยิงที่หัวมัน แต่เราไม่มีปืน? เชอรี่เธอพูดอีกที
ไอ้ที่เธอเริ่มพูดขึ้นเป็นครั้งแรกก็ทำเอาพวกเรางงอยู่แล้ว แต่นี้พูดถึงเกมส์ไบโอฯ มันทำเอาผมช๊อคมากๆ
เฮ้ย!!!” ผม มิน และบอล ประสานเสียงดั่งวงโอเปล่าวงใหญ่ขึ้นพร้อมกัน ลูกกะตาแต่ละคนโตเท่าไข่ห่าน
ม่ะ ..มะ กี้ว่าไรนะ  เป็นผมที่ยิงคำถามขึ้นก่อน
ก็.... 

-------------------------------------------------------

ณ ประตูบานใหญ่สีแดงซึ่งมีตัวอักษรสีขาวเขียนกำกับไว้ว่า ฉุกเฉิน ซึ่งตอนนี้พวกเรายืนกับอยู่ครบทุกคน

             ครับ! ก่อนหน้านี้ตอนที่เชอรี่กำลังจะตอบพวกเรา ลุงเอียนก็ได้พูดแผนการแทรกขึ้นมาก่อน โดยมีใจความทำนองว่า คุณลุงทั้งสองจะฝ่าด้านเจ้าพวกมนุษย์ดิบพวกนี้ไปที่ร้านขายปืน เพื่อขนอาวุธมาให้พวกเราให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ให้พวกเราทั้งสี่คนหลบอยู่ที่นี้ ซึ่งทุกคนก็ตกลงพร้อมใจทำตามที่คุณลุงทั้งสองบอกอย่างว่าง่าย

จากจุดนี้ไป กว่าจะถึงร้านนั้น ก็คงหนักเอาการ ไหวนะไอ้เอียน ลุงหวังพูดขึ้น
เอ่อ... ไม่ไหวก็ต้องไหวหว่ะ เรามีเด็กตั้งสี่คนนี้หว่า..ลุงเอียนตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่ยิ้มให้พวกเรา
บอล! ดูแลเพื่อนๆให้ดีนะลูก แกตัวโตสุด อย่าทำให้ลุงขายหน้าหล่ะ ลุงเอียนแกพูดแล้วยิ้มที่มุมปากตบที่ไหล่บอลเบาๆ
โดยเฉพาะหนูเชอรี่คนนั้น แกอย่าทำเสียหน้าเชียวน๊า.. ลุงเอียนก้มตัวลงกระชิบกับบอลและยิ้มแบบมีเรศนัย

แต่คำพูดนั้นไม่พ้นสายหูของผมหร๊อก ผมได้ยินน๊า... ไม่น่าหล่ะ ทุกครั้งที่มีอะไรเกี่ยวกับเชอรี่บอลมันจะมีอาการร่วมไม่มากก็น้อย แบบนี้นี้เองซินะ ผมพอจะมองออกแล้ว ผมหันไปยิ้มให้มิน และเหมือนมินจะรู้เหมือนกัน เธอยิ้มตอบกลับให้ผมแบบรู้กันสองคน

เอ่อ..รู้แล้วแหละน่า ว่าแต่อย่าตายกลับมาหล่ะ บอลพูดด้วยอารมณ์นิ่งๆเหมือนเดิม แต่ก็ไม่พ้นสายตาผมอยู่ดี ผมจ้องมันอยู่ถึงได้เห็นว่า หน้ามันแดง สายตาของมันยังคงมองออกไปที่อื่น
เอ่อ..ไอ้นี้เขินก็เป็นเว้ย

อ๊ะ! นี้ ลุงหวังยื่นอะไรสักอย่างให้บอล ซึ่งพอมองดูดีๆแล้วมันเป็นวิทยุสื่อสารขนาดกระทัดรัด รูปทรงแดง ด้านหน้าเขียนคำว่า Uniden ลักษณะเหมือนของเด็กเล่น
ลุงจะวอล์มา ถ้าจะตอบกดตรงคำว่าคอลนะ ลุงหวังบอกบอลพร้อมกับชี้ไปที่ปุ่มในตัวเครื่อง
แล้ว...??” เหมือนบอลอยากจะถามต่อ
ไม่ต้องห่วง มันเป็นระบบโรเกอร์ปี๊ป เมื่อปล่อยคีย์จะมีเสียงปี๊ป เพื่อให้ลุงทราบ ลุงหวังตอบ
ดูแลดีๆด้วย เครื่องตั้งสองพันกว่า ลุงหวังเสริม
ฮืม ลุงซื้อมาจากไหน?บอลถามขึ้นด้วยความสงสัย
เปล่า ลุงไปจิกมา จากหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าด้านในโน่น คิดว่ามันคงเป็นประโยชน์กับพวกเรา ลุงหวังพูดแบบกระซิบ แต่ก็ทำให้พวกเราได้ยินกันทุกคน
เข้าใจกันทุกคนนะ ลุงเอียนเสริม
ไม่รู้ไม่ว่าพวกเราเข้าใจกันจริงๆรึป่าว แต่ก็พากันพยักหน้าตอบรับอย่างว่างง่ายทั้งสี่คน
พร้อมนะไอ้หวัง!!” ลุงเอียนหันมาย้ำกับลุงหวังอีกที  และลุงหวังแกก็พยักหน้ารับอย่างมั่นใจ
จากนั่นลุงทั้งสองก็ดันประตูฉุกเฉินอันแสนจะหนักออกไป ถึงจะหนักและฝืดก็ไม่ได้ทำให้ลำบากสักเท่าไหร่นัก

พอเหยียบพื้นด้านนอกได้ ลุงทั้งสองก็ดันประตูกลับเข้ามาโดยที่มีผมกับบอลดึงเข้าประตูหาตัวจากฝั่งด้านในนี้
ชี่....ช..บอล!” เสียงสัญญาณวิทยุในมือบอลดังขึ้น
พวกเราทุกต่างก็หันกลับไปดู
ได้ยินลุง บอลกดปุ่มอะไรสักอย่างค้างไว้ก่อนจะตอบกลับไป

ไอ้นี้ ออฟชั่นมันเยอะกว่าที่ผมคิดไว้อีกแหะ ผมแอบนิทาเพื่อนในใจ
แต่ดูแล้วก็เท่ห์สุดๆไปเลยน๊ะ ผมยิ้มออกไปอย่างปลื้มปิติที่มีมันเป็นเพื่อน
โอเค จะติดต่อไปเรื่อยๆน..นะ.ซี่..ซปัง! ปัง!”  สิ้นคำพูดของลุงหวังก็มีเสียงสัญญาณคลื่นแทรกมาเป็นระยะๆและก็คล้ายกับว่าน่าจะเป็นเสียงปืนที่ดังแว่วมาผ่านทางวิทยุสื่อสารนี้อีกด้วย


พวกเราทุกคนได้แต่มองหน้ากันสลับกันไปมาด้วยความกลัว สยอง ระแวง ทุกอารมณ์แหละที่รวมกันอยู่ ณ ตอนนี้...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ZOMBIE OUTDISTANCE 4


Chapter 4


ตอนนี้ ที่ที่พวกเรายืนอยู่คงจะเป็นบริเวณหลังโกดังร้างแห่งนี้แหละ เป็นป่ารกหน่อย แต่ไม่สูงเท่าไหร่นัก ท้องฟ้าด้านนอกยังคงครื้มเหมือนเดิม ไม่ต่างไปจากท้องฟ้าตอนก่อนหน้าที่พวกเราจะเข้ามาหลบข้างในนี้ เราเกาะกลุ่มเดินเรียงแถวกันไปเรื่อยๆ โดยมีลุงหวังเดินนำหน้า เพราะแกคงจะคนที่แม่นปืนที่สุด เพราะคนที่ทำให้ร่างชายน่าเกลียดคนนั้นจอดลงกับพื้นได้นั้นเป็นฝีมือแกที่ลั่นไกรจากปืนยาวกระบอกนั้นนั่นแหละ เช่นเดียวกับตอนที่ช่วยพวกเราไว้ก่อนน่านี้ ตามมาด้วยไอ้บอลกับไม้เบสบอลของมัน 
และผมที่ตอนนี้มือซ้ายจับมือมินเอาไว้แน่น มือขวาก็ยังคงทำหน้าที่ควบคุมอาวุธประจำตัวไว้พร้อมที่จะฟัดเหวี่ยงออกไปได้ทุกเมื่อ ตามท้ายด้วยลุงเอียนที่คอยระวังหลังให้พวกเรา 
ลุงทั้งสองคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะลั่นไกรได้ตลอดเวลา ซึ่งผมเองก็ได้แต่แปลกใจว่าคุณลุงสองคนนี้พกปืนได้ยังไงกัน มีอาวุธไว้ในครอบครองมันผิดกฏหมายนะ
แต่ ดูแล้วก็เท่ห์สุดๆไปเลยเนอะ ..

บอล! ทำใมคุณลุงสองคนนี้ ถึงพกปืนได้หล่ะ?” ผมถามบอลขึ้นขณะที่เรากำลังเดินกันอยู่
ก็เค้าเป็นตำรวจกันทั้งสองคนเลยนิ!! บอลหันกลับมาตอบผม
ห๊ะ! แล้วมึงรู้ได้ไง? ผมถามต่อด้วยความแปลกใจ
ก็ลุงกู ทำใมกูจะไม่รู้หล่ะ!!” บอลตอบกลับมา คราวนี้มันไม่ได้หันมาตอบ
ห๊ะ? ผมอุทานขึ้น
ลุงเอียนหน่ะลุงกู ส่วนลุงที่เดินนำหน้าเราชื่อลุงหวังเป็นเพื่อนลุงกู ประจำกันอยู่ที่สภ.เมือง และก็เป็นคำตอบที่ทำให้ผมคลายสงสัยได้ทันที
มิน๊า!! ยังว่าหน้าตาลุงเอียนคุ้นๆ ที่แท้ก็เป็นพี่น้องกันกับพ่อมันนี้เอง หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ ผิดกันตรงที่ลุงเอียนหัวล้านแค่นั้นเอง
แล้วมันก็ยังทำให้ผมคลายสงสัยเรื่องที่คุณลุงสองคนนี้รู้เรื่องเกี่ยวกับสารเสพติดที่ผมพูดก่อนหน้านี้ได้ด้วย

อ้าว แล้วทำใมมึงไม่ให้ลุงมึงเอาใบขับขี้ให้อ่ะ? ผมนึกขึ้นมาได้พอดี เลยถามออกไป
กูขี้เกียจพูดกับแก แกเป็นคนไม่ชอบการทุจริต บอลตอบกลับมาแค่นั้น
ผมเลยได้แต่หันหน้าไปหามินและยักไหล่ให้เธอ ก่อนที่เธอจะกระตุกมือผมเบาๆ

ลุงเอียนเป็นลุงของเพื่อนเตงหรอ..? มินทำตาโตถามผม
อื้ม เค้าก็พึ่งรู้เหมือนกัน ผมตอบกลับทันที
เพื่อนเตงนิมีอะไรให้แปลกใจเรื่อยเลยเนอะ มินพูดขึ้นอีกทีพร้อมรอยยิ้ม

นั่นนะซิ เป็นเรื่องที่คลาดไม่ถึงเสมอ แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เรายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ความกลัว ความตื่นเต้นของผมตอนนี้มันเริ่มดีขึ้นแล้ว และครั้งนี้ผมก็ใจชื้นกว่าทุกทีด้วยเพราะว่า พวกเราไม่ได้อยู่กันลำพังแค่สามคน แต่ยังมีอีกสองคนที่เป็นถึงตำรวจและแม่นปืนด้วย ที่คอยดูแลพวกเราอยู่

พวกเราเดินลัดเลาะระหว่างซอกตึกมาเรื่อยๆ  ซึ่งมันก็ทำเอาผมและทุกๆคนแปลกใจมากถึงมากที่สุด ที่ว่า..ในเมืองแท้ๆแต่กลับไม่มีคนอยู่เลยสักคน ผู้คนที่เคยพุกพล่านหายไปไหนกันหมด ไม่มีรถยนต์ที่วิ่งสวนกันไปมาแบบที่มันควรจะเป็น ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และสถานที่อำนวยความสะดวกในเรื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ต่างพากันปิดหมด มองดูแล้วเหมือนเมืองร้างยังไงยังงั้นแหละ มันแปลกและผิดปกติมากๆ มากที่สุดเท่าที่มันเคยเกิดขึ้นในชีวิตผมเลย นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันเนี้ย! ผมได้แต่ตะโกนถามตัวเองในใจ พรางสายตาก็เหลือบหันซ้ายมองขวาสลับกับมองหน้ามิน เหตุการณ์มันย่ำแย่และเลวร้ายสุดๆ แถมบรรยากาศในตอนกลางวันของวันนี้ ก็แปลกวิเวกโหวงเหวงสุดๆเหมือนกัน..
โอ๊ยๆ อะไรมันจะบ้าได้ขนาดนี้!

ปึ๊ก! ปึ๊ก! เสียงของหนักกระทบอะไรเข้าสักอย่าง ทำเอาผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดทั้งปวงจนต้องรีบหันไปดูทันทีและสิ่งที่เห็นคือ.. ลุงหวังแกเอาด้ามปืนยาวของแกกระทุ้งกับโซ่ที่คล้องติดอยู่กับประตูสีแดงที่ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉินของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งผมก็รู้จักที่นี้เป็นอย่างดีเพราะผมเคยมาบ่อยๆ  
ไม่นานนักโซ่นั้นก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย..

----------------------------------------------------------------------------------------

พวกเราที่ตอนนี้หลบเข้ามาอยู่ด้านในตัวห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ อาการของทุกๆคนจากที่ผมมอง น่าจะวิตก กังวล ระแวง สับสน เกี่ยวกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งก็ไม่มีใครเลย ที่จะสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนี้ได้..

จุดที่เรามาหยุดอยู่นี้ น่าจะเป็นบริเวณเคาน์เตอร์รับฝากของประจำห้างนี้แหละ ที่ผมพูดว่าน่าจะเป็นเคาน์เตอร์นั้น ทั้งที่ผมก็มาที่นี้บ่อยจนจำได้และชินตา ก็เพราะว่าสภาพมันเปลี่ยนไปนะซิ ดูไม่เหมือนเคาร์เตอร์รับฝากของที่ผมเคยเห็นก่อนหน้านี้เลย โต๊ะ ช่องเก็บของ ล้มเรียงกันระเนระนาด กระดาษเอกสารกระจัดกระจายเต็มพื้นแถมที่พื้นยังมีรอยหยดเลือดและคราบเปื้อนอะไรสักอย่างเต็มไปหมดเลย ดูแล้วก็น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกเลยหล่ะ และถัดจากบริเวณนั่นมาทางฝั่งขวา จะเป็นโซนเครื่องสาธารณูปโภคอุปโภค ของกินของใช้ ของทุกๆอย่างที่มีขายตามปกติในห้างสรรพสินค้า
แต่แปลก!! ที่มันยังถูกจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามปกติของมันเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผมแวะเวียนมา 
และ!! ที่วิปริตสุดๆเลยก็คือ ที่นี้ไม่มีใครเลย...

เราทุกๆคนหวาดหวั่นไม่ต่างกัน แม้กระทั่งลุงตำรวจทั้งสองก็ยังพากันแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่าต่างคนต่างก็น่าจะรู้ดีว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคงจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างที่ไม่เคยทำ ต้องเจออะไรที่ไม่เคยเจอ และอย่างแรกเลยในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ การที่ได้มาอยู่ในที่แบบนี้ถือว่าโชคดีสุดๆ เพราะพูดตามหลักความเป็นจริงแล้ว ที่นี้มีครบทุกอย่างทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา มีครบ ก็ห้างสรรพสินค้านี้นา ถึงจะเป็นห้างเล็กๆแค่สองชั้นที่ให้บริการ แต่ในเวลาแบบนี้มันก็อาจจะช่วยชีวิตพวกเราไว้ได้เหมือนกัน และการขโมยของ!! มันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายมากๆและเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะกระทำมากที่สุดในชีวิต แต่พวกเราจำเป็นต้องทำ เพราะสถานการณ์มันวิปริตสุดๆแล้วนี้นา ถึงจะกลัวจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดก็เถอะ แต่มันก็จำเป็นต้องทำแล้วแหละ
ผมยังนั่งอยู่ข้างๆมินจับมือเธอไว้แน่น ส่วนคุณลุงทั้งสองคนเดินวนเวียนไปมา เช็คนั้นโน่นนี้ คล้ายๆว่ากำลังสำรวจหรือตรวจตราความเรียบร้อยอะไรอยู่ ส่วนบอล ผมเห็นมันหายไปได้สักพักนึงแล้ว

และในขณะที่พวกเรานั่งเงียบๆกันอยู่นั้น
บอลมันก็เดินกลับมาทางพวกเรา พร้อมกับขนมหอบโตที่อยู่ในอ้อมแขนของมัน  

จ่ายเงินรึยัง? มินพูดขึ้น ขณะที่บอลวางขนมหลากหลายชนิดที่มันหอบมากองลงตรงหน้าพวกเรา
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามินเธอพูดแซวเล่นหรือลืมตัวพูดออกมา
จ่ายเงินให้ใคร? บอลพูดออกมาพรางฉีกซองขนมแล้วละแลงเข้าปากแบบไม่รีรอ แบบว่าเพื่อนผมมันคงจะหิวน่าดู จริงๆแล้วพวกเราทุกต่างก็หิวไม่แพ้กัน เพราะเจอเหตุการณ์ตื่นเต้นน่ากลัวเป็นตายเท่ากันแบบนี้ พลังงานในร่างกายย่อมลดลงเร็วกว่าปกติซินะ

และ!!!!… 
พวกเราขโมยของ!!

ขณะที่พวกเรากำลังสวาปามของกินที่แอบจิกมาอยู่นั้น
ไอ้หนู เธอมีอะไรอยากจะบอกอีกไหมเกี่ยวกับเอ่อ........ เรื่องนี้ เธอน่าจะรู้อะไรมาบ้างใช่ไหม? ลุงเอียนถามผมขึ้นเหมือนไม่ค่อยแน่ใจในคำพูดตัวเองเท่าไหร่นัก
ผมเงยหน้าขึ้นมองแก ในใจก็คิดว่า ทำใมต้องมาถามผม ผมน่าจะเป็นคนที่ถามพวกลุงมากกว่า เพราะพวกลุงเป็นตำรวจกัน

เอ่อ..นั้นซิปาย สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มันเหมือนเหตุการณ์ที่มึงเล่าตอนที่อยู่โกดังนั้นเลย เป็นบอลที่พูดแทรกขึ้นขัดจังหวะความคิดของผมพอดี 
และคำพูดนี้ ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า ที่แท้ก็ยังพากันสงสัยเรื่องนั่นอยู่ แต่มันจะเป็นไปได้จริงหร๊อ ผมแค่สันนิษฐานเอาตามประสาคนมีความคิดบ้าๆมาแต่กำเนิด ความคิดไร้สาระไปวันๆ ซึ่งผมเองก็ไม่มีทางเชื่อหรอกว่ามันจะเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ แม้ทุกเหตุการณ์มันจะคล้ายมากๆกับสิ่งที่ผมคิดว่ามันไร้สาระที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงก็เถอะ
แต่ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี...

คือ.... ผมเองก็ลังเลเริ่มไม่แน่ใจที่จะพูดแล้วซิ คิดว่ามันผิดกับหลักความเป็นจริงมากในโลกของเรา คิดว่าถ้าพูดอะไรผิดออกมา คงแย่..

เล่ามาเหอะ ถึงมันจะเป็นเรื่องไร้สาระ ที่มีอยู่ในเกมส์และหนังของมึง เป็นเรื่องที่เอาไว้หลอกเด็ก แต่กูว่ารู้ไว้ก็ไม่เสียหายและคนพวกนั้นแมร่งก็ตรงเข้ามาจะทำร้ายพวกเราอย่างเดียวเลย มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว และมันอาจจะหมายถึงชีวิตพวกเราก้วยนะเว้ย บอลพูดขึ้นมาซะยาวเลย ซึ่งนั้น ก็ทำให้ผมคิดว่า มันก็ช่วยไม่ได้นี้นา วันนี้มันดันบ้าเกิดอาเพสแบบนี้ขึ้นมาเองนี้หว่า...
ผมหันไปมองหน้ามิน ด้วยสายที่ไม่แน่ใจว่าจะพูดออกไปดีไหม มันเป็นเรื่องน้ำเน่านะ อะไรประมาณนี้ แต่เธอกลับพยักหน้าให้ผม เหมือนบ่งบอกว่าเห็นด้วยกับทุกคน และผมเองก็คิดว่ามินอาจจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหมือนกันดูจากที่เธอชอบเล่นเกมส์แบบเดียวกันกับผม ติดตามข่าวแบบเดียวกันกับผม และ...อาจจะคลั่งซอมบี้เหมือนผมรึป่าวอันนี้ผมก็ยังไม่อยากจะคิด..

จากที่ปายอ่านมาจากสื่อต่างๆว่ากันว่า ซอมบี้ไม่มีจริงและไม่มีทางเกิดขึ้นได้ร้อยเปอร์เซ็น มันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่ทุกคนเชื่อว่าเคยเกิดขึ้นจริง ในชนเผ่าหนึ่งในประเทศเฮติแถบทวีปอเมริกาเหนือ ที่มีลัทธิที่ชื่อ วูดู เป็นคนสร้างซอมบี้ขึ้น และยังเชื่ออีกว่าเป็นต้นกำเนิดของซอมบี้ด้วยผมเริ่มอธิบายพรางมองไปที่ลุงเอียน ซึ่งตอนนี้สายตาแกจริงจังมาก

ทุกคนไม่พูดอะไร สายตายังคงจ้องมาที่ผมอย่างจิงจังเหมือนจะรอให้ผมอธิบายต่อลูกเดียว

ว่ากันว่า ศพคนในชนเผ่าที่ตายไปนั้นมักจะถูกขโมยไปทำให้เป็นซอมบี้ โดยหมอผีที่เรียกว่า บอคอร์ พวกมันถูกควบคุมโดยการใช้เวทมนต์ให้ทำงานใช้แรงงาน จริงๆแล้วตามความเชื่อซอมบี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวหรือทำร้ายคนอย่างที่สื่อสมัยใหม่ที่นำมาอ้างอิงหรอก ผมพยายามอธิบาย
และก็ยังเชื่อกันอีกว่า ถ้าให้ซอมบี้กินเกลือเข้าไปแล้ว มันจะกลับไปนอนตายในหลุมของตัวเองเหมือนเดิม ผมยังคงเล่าต่อ ในใจก็ขำๆกับประโยคที่พูดล่าสุด

ให้ตาย! เน่าหว่ะ บอลพูดขึ้น
แต่ผมก็ไม่ได้สนใจที่มันพูดหรอก ยังคงอธิบายต่อ

ซอมบี้ในลัทธิวูดูนั้นไม่มีความคิดหรอกและมันจะทำงานรับใช้ตามที่เจ้านายมันต้องการเท่านั้น เคยมีคนที่เดินทางไปประเทศเฮตินะ เค้าได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า ซอมบี้เนี้ยเกิดจากแป้งสองชนิดที่คงจะใช้ฉีดเข้าไปในกระแสเลือดมั้ง ผมอธิบายอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่
ชนิดแรกคือแป้งอะไรนี้แหละจำชื่อไม่ได้ซึ่งมันจะมีพิษที่เรียกว่า เทอโทดาท๊อกซิน ถ้าจำไม่ผิดนะ มันเป็นพิษกับระบบประสาทที่มักจะพบในเนื้อปลาปักกะเป้า วู้วว.. ผมอธิบายพร้อมกับแสดงทำเสียงโล่งใจและปลื้มใจที่ตัวเองสามารถจำได้

มิน่าหล่ะ ได้ยินข่าวบ่อยๆว่า คนกินปลาปักกะเป้าแล้วเข้าโรงบาล!”บอลเสริมขึ้น
ประมาณนั้นแหละมั้ง ต่อม๊ะ? ผมตอบพร้อมกับยั้วมันไปด้วยประโยคคำถาม
อืมๆ เพื่อนผมมันรีบตอบ
แล้วชนิดที่สองคือยากล่อมประสาททั่วๆไปที่เรารู้จักกันดีนั้นแหละ เมื่อใช้สองอย่างนี้รวมกันแล้ว บอคอร์จะสามารถควบคุมเหยื่อผู้เคราะร้าย
เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย? บอลเลิกคิ้วถามแทรกขึ้น
เอ้อออ.. ผมย้ำ
บอคอร์จะใช้ยาและการสะกดจิตให้ผู้ที่เป็นซอมบี้อยู่ในสภาพเหมือนตาย จากนั้นก็จะตื่นขึ้นมาด้วยสภาพจิตใจที่สับสน จบประโยคปุ๊ปผมก็หยุดนิ่งสักพัก

บ้าบอจังเลยเนอะไอ้หนู คราวนี้เป็นลงุหวังที่พูดขึ้น จากที่แกเงียบมานาน
              ซึ่งจริงๆแล้วผมก็คิดแบบนั้นแหละ บ้าบอสุดๆ เรื่องไร้สาระทั้งเพ

แต่ต้นกำเนิดสมัยใหม่ของซอมบี้ อ้างอิงว่าเป็นผลมาจากการทดลองทางชีวภาพที่ผิดพลาดหรือจงใจ พลังเวทปรสิต โดนแมลงกัดมั้ง ถูกยัดสารเสพติดเข้าไปในกระเพาะมั้ง โดดสารพิษสารเคมีบ้าง ตามในเกมส์และหนังที่ปายเคยดูมา อะไรประมาณนี้แหละฮะ ผมอธิบายต่อพร้อมกับพยักหน้าประมาณว่าผมก็รู้ต้นกำเนิดมันมาคร่าวๆแค่นี้แหละ
แล้ว จริงๆแล้วพวกมันเป็นยังไงกันแน่!” บอลถามขึ้น
ใจเย็นๆ  กูกำลังจะเล่าให้มึงฟังจนหมดเปลือกตอนนี้แหละ ผมคอนใส่มัน

บางคนก็ให้นิยามว่า ซอมบี้คือรูปแบบสิ่งกึ่งมีชีวิต ที่ปรากฏในเกมส์หรือภาพยนต์ สภาพมันจะคล้ายๆศพที่เดินได้หรือรุ่นพัฒนา ที่วิ่งได้ มีความคิด ติดต่อสื่อสาร จับอาวุธเครื่องมือมาใช้แก้ปัญหา ซึ่งถ้ามันมีแบบนั้นบนโลกของความเป็นจริงนะ กูว่ามนุษย์สูญพันธ์แหงๆ ผมพูดพร้อมหันหน้าไปทางบอลพร้อมพูดต่อ
และมันจะมีประสาทสัมผัส เคลื่อนไหวได้ ต้องการพลังงาน และมีการแพร่พันธุ์โดยการกัด!” ผมย้ำคำตรงประโยคสุดท้าย
จะบอกว่าสิ่งที่พูดถึงเนี้ยมันคือสิ่งมีชิวิตที่เคยตายแล้วนะหรอ!!  ลุงหวังถามขึ้น
ปายก็ไม่แน่ใจฮะ จริงๆแล้วความชอบเรื่องพวกนี้ของปายมันก็อยู่บนพื้นฐานของความไม่เชื่อมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมตอบพรางก้มหน้าลง
น่ากลัวจังเลยแฮะ~” ลุงเอียนพูดขึ้น
แล้วเราจะป้องกันยังไง? ลุงหวังถามต่อด้วยสายตาจริงจังมาก
ที่รู้มาคือต้องทำลายที่ก้านสมองหรือกระดูกไขสันหลังของมันฮะ จะเรียกว่าเป็นจุดอ่อนของมันก็ได้ผมรีบตอบ
ห๊ะ! ตายไปแล้วยังมีจุดอ่อนอีก!!”  บอลตะโกนขึ้นพร้อมกับทำคิ้วชนกัน
ก็คงจะเหมือนผีไทยที่มีจุดอ่อนตรงที่กลัวข้าวสารแสกนั้นแหละ คราวนี้เป็นมินที่พูดขึ้น ทำเอาผมและทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียวกันหลังจากที่เธอเงียบมานานพร้อมยิ้มหยี่ๆกลับคืน
ใช่ฮะพวกมันใช้สมองในการสั่งการให้รับรู้ว่านั้นคือพวกเดียวกันและพวกที่ต้องเขมือบ และเมื่อสมองถูกทำลาย ซอมบี้ก็จะถูกทำลายไปด้วย เหมือนกับที่โดนลุงหวังจัดการทุกๆครั้งนั้นแหละฮะ ผมพูดพร้อมกับมองไปที่ลุงแก
ว่าแต่ว่า ลุงรู้ได้ไงฮะว่าต้องยิงที่หัวของมัน ผมถามแกต่อด้วยความสงสัยอยากรู้สุดๆ
ไม่รู้ซิ เดาเอา ก็ขนาดโดนปืนยิงเข้าไปจังๆแบบนั้น ถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปแล้ว แต่นี้ยังเดินต่อได้ ลุงเลยลองเล็งที่หัวดู ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่เห็นนั้นแหละ แกพูดพรางลูบไปที่ปืนของแก
แต่ลุงฆ่าคนนะ!!” ผมพูดขึ้น

มันไม่ผิดหรอกถ้าเราจะทำเพื่อป้องกันตัว! คราวนี้เป็นลุงเอียนที่พูดแทรกขึ้นมา พร้อมกับเหยียดยิ้มที่มุมปาก สายตายังคงให้ความสนใจกับสิ่งที่แกถืออยู่ในมือ 
แล้วทุกคนต่างก็เงียบและไม่พูดอะไรต่อ

และเท่าที่ปายรู้มาอีกอย่างก็คือ มันจะโหยหาของสดเท่านั้นและคนที่โดนกัด โดนกิน หรือโดนข่วนหรืออะไรก็ตามที่เกิดจากซอมบี้ มันจะสร้างโรคประหลาดให้แก่คนที่โดนกัดอย่างทรมานก่อนสิ้นใจลงไปและกลับคืนมาเดินเหินได้อีกครั้ง” ผมพูดทำนองจริงจังมาก

ไม่อยากจะเชื่อเลยหว่ะ งั้นตอนนี้ชีวิตพวกเราก็เป็นตายเท่ากันนะซิ นี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วนะเว้ย ถ้าเป็นอย่างที่มึงพูดละก็ แสดงว่าหายะได้เกิดขึ้นกับเมืองไทยแล้ว บอลพูดออกมา

อย่างพึ่งแน่ใจเลยบอล มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ มาถึงตอนนี้กูเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะเป็นไปได้ ผมตอบมันด้วยน้ำเสียงเย็นชา

นี้มึงยังไม่เชื่ออีกหรอ วันนี้เราทำร้ายคนไปกี่คนแล้ว เห็นคนตายไปกี่ศพ!!!” บอลมันทำน้ำเสียงจิงจังใส่ผม
แต่ความจริงของซอมบี้มันขัดกับหลักความเป็นจริงบนโลกนี้หว่า ผมหันไปย้ำกับมัน
หรอ! งั้นมึงก็บอกมาซิ!!!” 

ตึ้ง!!! ตึ้ง!!!  “ช่วยด้วยยยยยยยยยย!!!! มีใครอยู่หม้ายยยยยยยย!!!!!! กรี๊ดดดดด
              เหมือนมีเสียงเอ๊ะอ่ะโวยวายดังมาจากทางประตูฉุกเฉินที่เราเข้ามาในตอนแรก
เปิดประตูหน่อย ใครก็ได้ช่วยที!!!!!” เป็นเสียงผู้หญิงที่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือดังมาจากทางด้านนอก เราทุกคนต่างมองหน้ากันสลับไปมาด้วยความตกใจ

เอาไงดีลุง!” ผมเองที่ประสาทไวที่สุด จึงได้เริ่มต้นถามก่อน
เดี่ยว!! ฟังให้แน่ใจก่อน ลุงเอียนรีบพูดขึ้น ซึ่งมัน….
ไม่ทันแล้วแหละ ผมเห็นไอ้บอลมันวื่งออกไปทางประตูฉุกเฉินนั้นอย่างรวดเร็ว
               และยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรหรือพูดอะไรเลย คุณลุงสองคนก็ลุกพรวดพลาดวิ่งตามบอลออกไปทันที ผมกับมินเองก็เช่นกัน  พอพวกเรามาถึงจุดที่เป็นประตูทางออกฉุกเฉิน ซึ่งมีลุงสองที่วิ่งมาถึงก่อนแล้วยืนรออยู่แล้วเท่านั้นแหละ ก็พบว่าบอลมันได้เปิดประตูนั้นเรียบร้อยแล้ว และภาพที่เห็นคือ มีผู้หญิงคนนึงวิ่งพุ่งเข้ามากอดบอลทั้งที่ประตูยังเปิดไม่ออกไม่หมดทั้งบานด้วยซ้ำ เล่นเอาผมกับมินถึงกลับตกใจไปเลยทีเดียว และภาพที่เราเห็นผ่านช่องประตูนั้น ดันมีผู้ชายอีก2-3คนวิ่งตามเธอมาด้วย ซึ่งก็วิ่งได้ไม่เร็วเท่าคนปกตินักหรอก ดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะใช่คนปกติ ตามตัวมีแต่เลือดน่าเกลียดเชียว ไม่รอช้า ลุงเอียนกับลุงหวังก็ช่วยกันดึงประตูฉุกเฉินอันแสนหนักอึ้งนี้ให้งับเข้ามาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เหมือนเดิม 
              และจัดการล๊อคตายซะ!!

ทุกคนปลอดภัย....

ผมยังนั่งกำมือมินไว้แน่น พรางกับสายตาทุกคู่ที่จ้องมองไปยังจุดที่บอลนั่งอยู่ ซึ่งมันเองก็นั่งอยู่ข้างๆผู้หญิงคนนั้น เธอนั่งกอดเข่าไม่พูดไม่จา ตัวสั่นเหมือนคนจับไข้ สภาพเธอมอมแมมยิ่งกว่ามินในครั้งแรกที่เจอซะอีก เธอเป็นผู้หญิงผมยาวสีดำ ลอน แต่ตอนนี้กลายเป็นเซอร์ไปแล้ว ตัวขาวๆ หน้าตาออกลูกครึ่งหน่อย ชุดที่เธอใส่มาเป็นชุดแซ็กสีขาว รองเท้าไม่ได้ใส่ เนื้อตัวมีแต่รอยเปื้อนเลอะเทอะไปหมด สภาพมองดูแล้วน่าสงสารกว่ามินที่เจอในตอนแรกเป็นไหนๆ และอาจจะเป็นเพราะเธอร้องให้ด้วยกระมั้ง...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++