วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 8


Chapter 8




ปึ๊ก!
ประตูฉุกเฉินถูกปิดลง ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงลมหายใจใครสักคน ร่างกายผมตอนนี้เหมือนคนไม่มีกระดูก แต่ยังดีที่มี
บอลที่คอยพยุงตัวไว้จากด้านหลังและเชอรี่ที่กุมมือผมอยู่ตลอดเวลา 

กับเด็กคนนั้น!!
ที่เอาแต่นั่งร้องให้โดยมีคุณลุงทั้งสองนั่งอยู่ข้างๆ

'คนที่น่าจะร้องให้หนักๆควรจะเป็นกูนี้ ไม่ใช่มึง!! รอดชีวิตแล้วจะร้องให้หาพระแสงอะไรว่ะ' ผมได้แต่คิดในใจพร้อมกับสายตาที่เพ่งมองไปยังยัยนั้นแบบรังเกียจเดียดฉัน

"พี่ฟิน.." เด็กนั้นพูดออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่มีท่าว่าจะดังขึ้นเรื่อยๆ 

น้ำตาผมยังคงไหลออกมาไม่รู้จบ นึกถึงหน้ามินตอนที่โดนดึงออกไป มันทำให้ผมต้องเอามือปิดปากตัวเองแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างควบคุมไม่ได้พร้อมกับเสียงร้องให้ ฮือออออออ...

"ใจเย็นหว่ะเพื่อน" บอลพูดขึ้นพร้อมกับตบไหล่ผมเบาๆ

ผมพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่หันไปกอดมันเหมือนเด็กน้อยขี้แยอ้อนพี่ชายตอนอยากได้ของเล่น บอลได้แค่ลูบหัวผมเบาๆและตบไหล่ผมอยู่ตลอดเวลา..

เราทุกคนกลับมานั่งล้อมวงกันอีกครั้งพร้อมกับสิ่งที่วางอยู่ข้างหน้าเราคือสิ่งที่ผมเรียกมันว่าสำรับอาหารที่ผมกับมินช่วยกันจัดแจงเอาไว้
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์บ้าๆนั้น ผมเหม่อเลยมองปลากระป๋องป๋องนึงที่มินเป็นคนเปิดไว้ก่อนหน้านี้แล้วบอกกับผมพร้อมรอยยิ้มที่แสนจะน่ารักว่า 'นี้เค้าให้เตงนะ' พร้อมกับคำตอบที่ผมตอบกลับไป 'ไม่เอาอ่ะ เค้าจะกินกับเตง' ^^  มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นสีชมพู จนกระทั่งผมอยากกินช๊อกโกแลตแล้วเดินออกมา...

น้ำตาผมไหลหยดลงบนตักตัวเองแบบที่ห้ามไม่อยู่จริงๆจะโทษใครก็ไม่ได้ จะมีก็แต่สิ่งที่ทำให้ผมรังเกียจสุดๆตอนนี้คือ ยัยเด็กผู้หญิงคนนั้น!! เธอมาร่วมวงอาหารกับเราด้วย สมาชิกใหม่ที่ผมไม่อยาต้อนรับ..

    ทุกคนนั่งทานอาหารกันอย่างเงียบๆจะมีก็แต่ยัยนั้นที่เหม่อลอยบ้างกินบ้างไม่ต่างไปจากผม เห็นแล้วก็ยิ่งทำให้หมั้นใส้เข้า
ไปใหญ่ มันเป็นการมาของสมาชิกใหม่ที่ต้องแลกกับการสูญเสีย..
สูญเสียคนที่ผม...

รัก...

-----------------------------------------------------------------------

เช้าวันต่อมา...

ก็น่าจะเช้าแล้วแหละ ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มสว่างแล้ว

กรี๊ดดดดดด!! 

ผมรีบหันไปมองยังต้นเสียงที่ทำให้ผมสดุ้งตกใจในครั้งนี้ 

และผมก็พบกับ..
ยัยเด็กบ้าคนเมื่อวานนี้!! ยัยมารหัวใจของผม เธอมานอนข้างๆผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่หน้าตาเธอตอนนี้เหมือนกำลังตกใจอะไรสุดขีดพร้อมชี้มาที่หน้าของผม เสียงเธอทำเอาทุกคนตื่นกันหมด 

ยัยบ้าเอ้ยจะตกใจอะไรกันนักหนา!

"พะ.. พี่!" เธอพูดแบบกระตุกกระตักมือก็ยังชี้มาที่ผมไม่เลิก ตัวก็ผงะออก ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจยัยนี้มันเป็นอะไรมากมั้ย..??

"ไอ้ปาย! นี้มึงยังไม่ได้นอนใช่ไหม?" บอลรีบลุกจากที่นอนกรู่เข้ามาจับที่ใบหน้าของผม ซึ่งตอนนี้ผมเองก็รู้สึกตัวเองว่าเบลอๆได้เต็มที่แล้วสติสตังก็เริ่มจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

"อืม รู้ได้งายยย" น้ำเสียงของผมที่เปล่งออกมานั้นเหมือนจะไม่ไหว อาจเป็นเพราะผมมัวแต่คิดมากเรื่องมินจนหลับไม่ลง

"ก็หน้ามึงยังกะผีตายซากยังเงี้ย กูไม่สงสัยเลยที่น้องเค้ากรี๊ด" บอลพูดทั้งที่ยังคงจับใบหน้าผมให้หันซ้ายหันขวา ในขณะที่เชอรี่เองก็ยื่นกระจกเล็กๆมาให้

อ๊ากกกกกก!! ผมร้องเสียงหลง

"กูตายแล้วหรอเนี้ย!" ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อเห็นหนังหน้าตัวเองในกระจก ตอนนี้หน้าตาผมน่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้ตัวไหนๆซะอีก 
ปากซี้ดคล้ำ ขอบตาดำและยานลูกตาก็หลุบลง โหนกแก้มก็เหมือนมีคนเข้าไปนอนชันเข่าเล่นอยู่ข้างใน แก้มก็มีเส้นเลือดฝอยบางๆขึ้น เส้นผมก็ปิดตา โอ๊ยยยสภาพ อย่าให้พูดเลยครับ พระเอกหนังเรื่อง ซอมบี้ที่รัก ก็ยังไม่ปาน...

ผมมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วหันกลับไปมองยัยเด็กบ้านั้น คนที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้แล้วรู้สึกรังเกียจขี้หน้าเธอมากขึ้นกว่าเก่าซะอีก

------------------------------------

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผมหลับ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ...

และพยายาลืมตาขึ้นมารู้สึกเหมือนมีผ้าเปียกน้ำวางอยู่บนหน้าผาก

"นะ น้ำ.." 

ผมพยุงตัวลุกขึ้นและรับแก้วน้ำดื่มจากใครสักคนมาดื่มจนหมดในครั้งเดียว พอได้สติรู้สึกตัวว่าสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้วนั้นก็เริ่มประมวณ
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรก็รู้สึกว่าตัวเองพิงอยู่กับอะไรนุ่มๆสักอย่างแถมยังมีเหมือนเป็นเสียงลมหายใจจากทางด้านหลังของตัวเองด้วย

"เฮ้ยยย ยัยบ้านิ!!" ผมหันกลับไปมองดูกลายเป็นยัยเด็กเมื่อวานซื่นที่ผมหมั่นใส้นักหนา ผมรีบผงะตัวออกจากเธอทันทีพร้อมกับลูบแขนตัวเองไปมา

"นี้พี่รังเกียจเอิงมากขนาดนั้นเลยหรอค่ะ!" เธอพูดด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียดมาก

"ก็ใช่ซิ แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากจะมอง ทีหลังอย่ามาแตะต้องตัวเราอีกนะ" ผมพูดพร้อมขยับหนีให้ห่างไปจากเธอ ในใจของผมรู้สึกเหมือนตัวเองแปดเปื้อนจากสิ่งที่น่ารังเกียจขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้

และยังไม่ทันจะได้พูดไรต่อเธอก็รีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีเชอรี่วิ่งตามไปติดๆ ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมือยังคงลูบตามแขนตัวเองอยู่

"มึงจะมากไปหน่อยไหมปาย!!" บอลพูดขึ้น
"อะไร!"
"ก็น้องเค้าคอยดูแลมึงตลอดเลยนะ คอยเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้..!!"

o.O !! เปลี่ยนเสื้อผ้าให้!! 

ผมหยุดความคิดทั้งหมดลงเพราะคำนี้และก้มลงมองตัวเองแล้วก็พบว่าเป็นอย่างที่เพื่อนพูดจริงๆ เสื้อกางเกงผมถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดโดย..  ยัยเด็กบ้านั้น งั้นหรอ!! 

คิดแล้วยิ่งทำให้เจ็บใจยิ่งนัก มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้

"ใครขอร้องกัน!" ผมพูดแบบคอนๆ

"คงจะรู้สึกผิดแหละที่ทำแฟนมึงตาย!!" 

ได้ยินอย่างนี้น้ำตาผมยิ่งอยากจะไหลออกมาให้รู้แล้วรู้รอด บอลมันเห็นอย่างนั้นเลยเริ่มที่จะปลอบใจผม

"ปาย มึงก็ทำใจซะเถอะหว่ะ มึงยังมีกูอยู่นะเว้ย" มันตบไหล่ผมเบาๆอีกครั้ง

"T T" 

"ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนี้แหละ มีพบแล้วก็ต้องมีจาก" มันยังทิ้งทวนได้ดีเหมือนเดิม

"กูอยากอยู่คนเดียว" นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของผมก่อนที่บอลมันจะลุกเดินไปไหนก็ไม่รู้

และไม่นานนัก..

แกร๊ง ตึง เสียงขวดแก้วกระทบพื้น!

"เวลาแบบนี้ถ้าเรามัวแต่มานั่งแดกเหล้าสีผสมโซดาคงหนีไม่ทันแน่หากซอมบี้มา" บอลพูดขึ้นหลังจากวางขวดเบียร์ลงพร้อมขนมขบเคี้ยวอีกหลายชนิด  "ไม่ต้องห่วง กูเลี้ยงมึงเอง" มันพูดแล้วก็ยิ้ม

"กูไม่ได้ห่วง แค่สงสัยว่า ณ เวลาแบบนี้มึงยังมีอารมณ์มาแดกของพวกนี้อยู่อีกหรอ"

"คิดไรมากเพื่อนเอ้ยก็มันเป็นธรรมเนียมนี้นา"

ใช่ครับ ไม่ว่าพวกเราจะมีเรื่องไม่สบายใจแค่ไหน ทุกข์ สุข เศร้า เฮฮา ร่าเริง วันเกิด เกิดอยากกิน ก็จะพากันมาจบลงด้วยการดื่มและจบลงด้วยการที่มันเป็นคนเลี้ยง! กินกันแค่สองคนนี้แหละ ไปเที่ยวก็ไปกันสองคน มันเป็นความสุขเล็กๆจนทำให้ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมประเพณีไปแล้วด้วย

"คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว"บอลพูดพลางรินเบียร์ใส่แก้วยื่นให้ผม

"ชลลลลลลลลล!!!" 

ไม่นานนักลุงทั้งสองก็มาร่วมแจมด้วย เราสนุกกันท่ามการบรรยากาศที่มีซอมบี้เดินสวนสนามกันไปมาผ่านกระจกใสที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้ทุกอย่างชัดเจน จนสังเกตุได้ว่าท้องฟ้าตอนนี้มันอึ้มครึ้มเหมือนจะมียูเอฟโอลงมาบุกโลกยังไงยังงั้น

ท่ามกลางความคิดที่กำลังโลดแล่นอยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกุลสตรีสองนางกำลังเดินประคองกันมา

"กลับมาทำใมยัยเน่า!" ผมพูดกัดยัยนั้นทันที
"อะไรนะ!" 
"เหอะ ขี้เหร่แล้วยังหูตึงอีก!!"
"..........!!!"

"อย่าไปถือสามันเลยมันเมาแล้ว"บอลแทรกขึ้น "พวกมึงจะทะเลาะกันไปทำใมหว่ะ" แล้วมันก็หันมาคอนผม ซึ่งผมเองก็ไม่ได้สนใจที่มันพูด

ไม่นานนักผมก็รู้สึกว่าตัวเองนั่งตัวไม่ตรงแถมยังโยกแยกไปมา ตาผมก็เริ่มจะปิด

"คออ่อนหรอเนี้ย" เหมือนจะเป็นเสียงยัยนั้นแว่วๆมา

"ใช่ๆมันพึ่งกินไปได้ไม่ถึงแก้วเอง ฮาฮ่า" เสียงบอลหัวเราะ

"ช่ายยย ครายจาไปสู้หลานลุงได้เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า" ลุงเอียนกับลุงหวังหันมาเหน็บบอลและพากันหัวเราะใหญ่

"พี่ปาย ไหวไหม พี่ปายๆ" ยัยนั้นมันพูดขึ้นพร้อมกับคอยพยุงตัวผมไว้ 

ผมเองก็สำคัญนัก ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับตัวเลย อยากจะผลักยัยนั้นให้ออกไปไกลๆยิ่งนัก แต่ก็ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำใมมันถึงได้ชอบมายุ่งวุ่นวายกับผมนัก 

มันทำให้ผมรำคาญมากจริงๆ เพราะ...

"ผมเกลียดเด็ก!!"


 +++++++++++++++++


อ๊าาา รู้สึกสบายจังเลย.. ผมเอื้อมไปสัมผัสกับมือเล็กๆนิ่มๆของใครสักคนที่กำลังสัมผัสใบหน้าของผมอย่างแผ่วเบาด้วยผ้าเปียกหมาดๆเป็นสัมผัสที่นุ่มนวลเหลือเกินทำให้ผมเคลิ้มจนไม่อยากลืมตา คงจะเป็นมินซินะ คนที่รู้ใจผมไปหมดซะทุกอย่างสัมผัสของเธอทำให้ผมยังไม่อยากลืมตาในตอนนี้ยังอยากให้เธอคอยดูแลอย่างนี้ไปตลอด.. 

แต่ !!
มิน ! เธอไม่อยู่กับผมแล้วนิ! 
แล้วนี้ใคร !
ทันทีที่สมองประมวณผลได้ครบสติสตังกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ผมก็รีบลืมตาและลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

"ยัย!!!!!!" ผมกำลังจะอ้าปากหมาๆของผมใส่ข้อความแสบๆลงไปแล้วละแลงตะเบงใส่หน้าเธอที่ตอนนี้กำลังตกใจอยู่ไม่น้อยนั้น

"ไอ้ปาย!!!" มีเสียงโหดๆกับใบหน้าคอนๆแบบแยกเคี้ยวร้องขึ้น ผมจึงรีบหันกลับไปมองที่ต้นเสียงทันทีและพบว่านั้นคือพ่อของผมเอง!!

ไอ้บอลมันมองผมด้วยสายตาที่บังคับแกมข่มขู่ว่า ถ้ามึงพูดคำหมาๆออกมา กูฆ่ามึงแน่!!

ผมกลืนน้ำลายหนึ่งเฮื้อกลงคออย่างทุรักทุเรก่อนจะพูดออกมาว่า

"ขอบใจ.." ออกไปพร้อมกับคิดในใจว่า 

ฉันไม่มีทางดีกับเธอแน่ยัยฆาตรกร!


.........................................


"พี่ปาย.." เสียงยัยนั้นดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังใช้มือรองน้ำจากก๊อกน้ำบนอ้างล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อที่จะชำระตัวล้างหน้าตัวเอง "เอิงขอโทษนะค่ะ"
"............................." 
"เพราะเอิงตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลยไม่ทันคว้ามือพี่เค้าเอาไว้.." เธอพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"ไม่ใช่เฉพาะแฟนพี่หรอกนะค่ะ พี่สาวเอิงก็ถูกพวกมัน.." คราวนี้น้ำตาเธอไหลลงมาอาบสองแก้ม
"............................."

ผมที่ไม่ได้พูดอะไรค่อยๆวางปืนที่พกติดตัวมาตลอดลงบนขอบอ่างล้างหน้าและมองหน้าเธอผ่านกระจกเงาตรงหน้าถึงรับรู้ได้
ว่าสีหน้าท่าทางเธอไม่ได้ต่างไปจากผมเลย

"เอิงขอโทษนะค่ะ ไม่ต้องญาติดีกับเอิงก็ได้ แต่อย่าเกลียดเอิงเลยนะค่ะ เอิงไม่เหลือใครแล้ว.." เธอพูดต่อทั้งที่ไม่ได้เงยมองหน้าผม

"พี่ฟินพยายามดันเอิงให้เข้ามาข้างในทั้งที่ตัวเค้าก็ยังอยู่ด้านนอก แต่ยังไม่ทันจะได้ดึงตัวเค้าเข้ามาแฟนพี่ก็ถูกดึงออกไป.." 
เธอพูดพร้อมทั้งสะอึกสะอื้น

"เรา.. จริงๆแล้วมินไม่ใช่แฟนเราหรอก" ผมพูดตามความรู้สึกพรางก้มหน้า

"จริงหรอค่ะ!" เธอรีบเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมสงสัยในน้ำเสียงและรีบหันกลับไปมองเธอเช่นกันและเธอเองก็รีบหลบตาผมทันที

"แต่มินเป็นคนที่เรารัก.." ผมพูดทิ้งท้ายก่อนจะคว้าอาวุธของตัวเองแล้วเดินจากมาปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว

จะว่าไปแล้วผมกับมินเราก็ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันอย่างจริงจังนะ แล้วที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้หล่ะ ผมคิดทบทวนไปมาและถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

หรือว่ามันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเหมือนเราได้สูญเสียคนสำคัญคนนึงไป เท่านั้น...

"พี่ปายค่ะ เชอรี่ว่าพี่ปายต้องทำใจให้ได้นะค่ะ เราทุกคนในนี้ต่างก็สูญเสียคนสำคัญไปทั้งนั้น" เป็นเชอรรี่ที่พูดขึ้น

"เชอรี่เองก็เสียน้องสาวไปส่วนเอิงเองก็ต้องมาเสียพี่ไป เราทุกคนต้องเข็มแข้งนะค่ะ"

ผมหันไปมองไอ้บอลที่ยื่นอยู่ข้างๆ คิดว่าคงเป็นเพราะมันที่ทำอะไรน้องเค้าสักอย่างแน่เลย ถึงได้พูดเก่งขึ้นมาได้ขนาดนี้

"ขอบจัยเชอรี่ แต่พี่ขอเวลาสักพักนะ.."
"เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาทำจงทำใจนะ เราจะตายกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้!" บอลพูดแทรกขึ้นอย่างดุดัน ซึ่งมันก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันก็จริง ผมกับมินเราพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ 

แต่ถึงยังไงก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี...

-----------------------------------------------------------------------

รออ่านตอนต่อไปน๊ะ

ZOMBIE OUTDISTANCE 7



Chapter 7




"เอาล่ะ การที่จะเป็นนักล่าซอมบี้นั้นอย่างแรกเลยคือ ต้องไม่กลัว!" ลุงหวังพูดขึ้นหลังจากที่พวกเรามานั่งล้อมกลุ่มกันอีกรอบ

"ห่ะ นักล่าซอมบี้!!" ผมได้ยินถึงกับตกใจยิ่งกว่าได้เจอตัวมันเป็นๆซะอีก ที่เป็นอยู่นี้ยังจะเอาตัวไม่รอดเลย นี้จะให้ไปเป็นนักล่าซอมบี้บ้าบออะไรนั้น โอ๊ยยไม่เอาด้วยหรอก จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"เฮ้ ฟังก่อนเซ่ไอ้ตัวเล็ก" โชคดีที่ลุงแกพูดขัดขึ้นก่อนก่อนที่ความคิดของผมจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากกว่านี้

ลุงหวังให้คำอธิบายว่า การเป็นนักล่าซอมบี้นั้นไม่ได้หมายความว่าต้องไปตามล่าล้างมันให้หมดไปจากโลก แค่รู้จักช่วยตัวเองและคนอื่นให้มีชีวิตรอดได้อย่างกล้าหาญและชาญฉลาด ไม่กลัว ไม่เกรง คำว่านักล่านั้น เป็นแค่คำที่ใช้เรียกให้ตัวเราฮึกเฮิมและกล้าที่จะต่อสู้ไม่ว่าจะต้องเจออะไรที่ร้ายแรงต่อจากนี้

และนั้นก็ทำให้ผมโล่งใจเป็นที่สุดเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกกระนั้น นึกว่าจะต้องออกไปตามล่าล้างผีดิบพวกนี้ซะอีก

"เอาละทุกคนใช้ปืนกันเป็นแล้วใช่ไหม?" ลุงเอียนถามขึ้น

"ครับ/ค่ะ" พวกเราทุกคนตอบออกมาพร้อมกันจะมีก็แต่เชอรี่เท่านั้นที่ไม่ได้พูดอะไรเพราะมัวแต่สั่นที่ในมือยังถือปืนแบบเด็กน้อยที่ไม่เคยรู้จักปืนมาก่อน ทำให้พวกเราทุกคนได้แต่มองหน้ากัน

"เชอรรี่ไปกับพี่ป่ะ!" บอลพูดพร้อมกับพยุงตัวเชอรี่ให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปทางโซนด้านหลัง ไม่รู้ว่าจะไปไหนกัน!

"เรื่องปืนสั้นเจ้าบอลมันเก่งนะ ลุงแทบไม่ต้องสอนอะไรมันเลย" ลุงหวังแอบหันมากระซิบกับพวกเราหลังจากที่เชอรี่กับบอลเดินพ้นออกไป

และนั้นทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าบอลจะไปพาเชอรี่ไปไหน ไปทำอะไร คงจะไปสอนการใช้ปืนและเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอกระมั้ง

ผมกับมินหันมายิ้มให้กันแบบตามองตา ใจมองใจ ในเวลาแบบนี้มันให้ผมคิดว่าทำใมเธอช่างน่ารักได้ขนาดนี้นะ

รึว่าผมเริ่มหลงรักเธอเข้าแล้วจริงๆ.. ^^

ไม่นานนักเราก็มารวมตัวเพื่อรับประทานอาหารกัน อาหารทั้งหมดที่นำมาวางนั้นทุกอย่างถูกจัดเก็บอยู่ในกระป๋องเป็นอย่างดี

ใช่แล้วครับ! มันคืออาหารกระป๋องล้วนๆ ผลไม้ยังเป็นผลไม้กระป๋องเลย แต่ก็มีครบดีนะ

ตอนนี้ผมเริ่มจะชินกับการที่ต้องเดินไปหยิบนั้นโน่นนี้ตามอำเภอใจโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับแล้วละครับ การสอนให้ใช้อาวุธปืนนั้นมันทำให้ผมป๊อดน้อยลงและตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น กล้ามากขึ้น บวกกับการที่รู้ว่าต้องเจอสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวอยู่ตลอดเวลาซึ่งอันตรายมากถึงขั้นอาจจะตายได้ทุกเมื่อนั้นมันก็ยิ่งทำให้ผมตระหนักได้ว่าผมจะต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ เลิกขี้กลัว เลิกระแวง เลิกโวยวาย พร้อมที่จะปกป้องตัวเองและคนที่เรารัก จิตใจผมตอนนี้มันนิ่งและเย็นชาขึ้น แต่ความบ้าระห่ำ ขี้เล่นก็ยังคงมีมาได้ไม่ขาดสายนะ ผมรู้สึกอย่างนั้น..

ผมเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายใจมายังโซนขนมเพื่อหาช๊อกโกแลตที่ผมชอบกิน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะหาเจอนั้น

ปั้ง!!
เสียงปืนดังมาจากทางด้านหลังที่ซึ่งไม่ห่างไกลออกไปนัก ผมสะดุ้งตกใจถึงได้รีบวิ่งไปดู จนในที่สุดก็มาถึงและพบว่าเป็นบอลกับเชอรรี่นั้นเอง สองคนนั้นมาทำอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆด้วย

"อะ.. ฮืม!" ผมกระแอมอย่างดังเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตอนนี้มีผมมาเป็นก้างขวางคอแล้วนะ
เมื่อรู้ตัวทั้งสองจึงรีบเก็บอาการให้เหมือนปกติ

"เคร่งเครียกันจังเลยน๊า" ผมพูดแซวเพื่อนหลังจากที่มันลุกลี้ลุกลนเก็บแขนตัวเองให้เข้าที่ ซึ่งก่อนหน้านั้นมันอยู่ในท่าโอบเชอรรี่จากด้านหลังในท่าเลงปืน

"มีอะไร" บอลถามขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

"คือจะมาบอกว่าอาหารพร้อมแล้วขอคร๊าบ เชิญพวกคุณทั้งสองที่โต๊ะอาหาร" ผมพูดไปยิ้มไป สายตาก็กวาดมองไปยังเชอรี่ซึ่งก็รู้ได้เลยว่าเธอคงจะเขิน น่าแดงเชียว เช่นกันกับเพื่อนผมที่เขินน่าแดงไม่ต่าง แต่ก็ยังอุส่าห์ทำหน้าโหดอยู่ได้ ไม่รู้จะเก๊กไปถึงไหน

ในระหว่างทางที่เราเดินกลับนั้นผมก็ยังไม่ลืมที่จะหยิบเอาช๊อกโกแลตกลับด้วยและที่สำคัญผมเองก็ยังมีเรื่องที่สงสัยมากๆจนรู้สึกอยากจะถามเพื่อนขึ้นมา

"มึงใช้ปืนสั้นเป็นด้วยหรอว่ะ"
"เอ่อ!"
"เฮ้ย เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่หว่ะ ใมกูไม่ยักกะรู้"
"เรื่องของกูโว๊ย!"

อึ๋ย! สงสัยมันจะยังไม่หายโกรธที่ไปขัดจังหวะอินเลิฟของมัน แค่นี้ก็ต้องขึ้นเสียงด้วย นี้ถ้าเป็นปกติผมจะน้อยใจไปแล้วนะเนี้ย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เพราะผมรักเพื่อนผมคนนี้มาก รักจะตาย ฮาฮ่า (เกี่ยวอะไรกัน)



___________________________________________________



เฮ้ๆๆๆๆ มีครายอยู่หม้ายยยยยยยยยยย  ปึง ปึง ปึง !!!!!!!

ช่วยด้วยยยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!

 เหมือนจะได้ยินเสียงมาจากประตูฉุกเฉิน เป็นเสียงผู้หญิงด้วย เอาอีกและ เป็นอย่างเดิมทุกระเบียบนิ้ว บอลวิ่งนำหน้าผมผ่านจุดที่วางสำรับข้าวที่ผมกับมินช่วยกันหามาไว้  ผมที่วิ่งตามไปก็เจอลุงหวังกับลุงเอียนและมินยืนอยู่ก่อนแล้ว ลุงทั้งสองกับบอลช่วยกันดันประตูอันหนักอึ้งนี้ออกอีกครั้ง..

ฮึ๊บ! เราได้ตัวเด็กผู้หญิงคนนึงเข้ามาแล้วโดยมีมินเป็นคนคอยกระชากตัวคนแปลกหน้าเข้ามา

แต่!! ไม่ทันมินจะยื่นมือไปดึงอีกคนเข้ามา ก็กลับมีแขนอีกคู่หนึ่งเน่าๆเละๆมากระชากดึงเธอออกไปทันที

กรี๊ดดดดดดด!!! เสียงมินกับเสียงเด็กผู้หญิงนั้นกรีดร้องพร้อมก่อนที่ตัวมินเองจะถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว!!!

ปายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!! เธอร้องเสียงดังลั่น

ม่ายยยยยยยยยย!!!! ผมร้องออกมาสุดเสียงเช่นกันสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่มินที่กำลังโดนฝูงซอมบี้เชี้ยพวกนั้นลากออกไป โดยมีลุงหวังกับลุงเอียนช่วยกันดึงประตูเข้ามาอย่างยากเย็น

ม่ายยยยยยยยย มินนนนนนนนนนนนนนนน!!!! ผมขัดขืนสุดขีด โดยที่มีบอลล๊อคตัวไว้จากด้านหลัง ไม่ให้ผมเข้าใกล้ประตูนั้น

"มึงอยากตายรึไงห่ะ!!" บอลกระแทกเสียงใส่หูผม แขนมันยังคงล๊อคคอผมไว้ ที่ดิ้นได้ตอนนี้ก็มีแค่ขากับมือเท่านั้น

ม่ายยยยย มินนนนนน!!! น้ำตาผมไหลออกอย่างควบคุมไม่ได้ ใจผมจะขาดที่ผมต้องมาเห็นคนที่ผมรัก

ตายไปต่อหน้าต่อตา!!!!


_______________________________________________________________________________

รอติดตามอ่านตอนต่อไปน๊ะ อิอิ

ZOMBIE OUTDISTANCE 6

Chapter 6


ณ เค้าเตอร์จุดเดิม
ที่ที่พวกเราใช้แผ่นหลังนั่งพิงเรียงกันอยู่สี่คน ผมจับมือมินไว้แน่น ถัดไปคือเชอรี่และบอล พวกเรามีอาวุธกันครบมือ จะมีก็แต่เชอรี่เท่านั้นที่ปราศจากอาวุธป้องกันตัวแต่อย่างใด

              พวกพี่สองคนเป็นแฟนกันหรอค่ะ?!?” เป็นเสียงเชอรี่ที่เอ่ยขึ้น หลังจากที่พวกเรานั่งเงียบกันมาได้สักพัก
              และคำถามนั้นเอง ทำเอามือที่ประสานกันอย่างลงตัวของผมกับมินต้องหลุดออกจากกันโดยอัตโนมัติทันทีที่ประสาทสัมผัสรับรู้และประมวลผลออกมาตอบสนองกับคำถามของเชอรี่อย่างรวดเร็ว
              ผมกับมินเราได้แต่หันหน้าไปทางอื่น ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไร ด้วยความเขินอาย
             ฮืม?...เป็นหนึ่งเดียวกันเลยน๊า พวกเมิง... เสียงบอลเสริมขึ้นได้กวนตรีนมากพร้อมกับรอยยิ้มแบบมีเรศนัย ซึ่งนั้นก็เป็นการตอกย้ำความเขินอายของพวกเราได้จี๊ดทีเดียวเลยหล่ะ

             เอ้อ...พี่มิน เชอรรี่ปวดฉี่อ่ะ พาไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมคะ? เชอรี่พูดขึ้น

              ถ้าไม่ติดว่าเธอมีอาการตกใจกลัวแล้วมีลักษณะคล้ายคนเป็นบ้าเนี้ย ถือว่าเป็นผู้หญิงที่สวยใช้ได้คนนึงเลยนะเนี้ย ท่าทางที่ดูร่าเริง ยิ้มเก่งไม่แพ้มินเลย เสียงเล็กๆน่ารักๆ แถมขี้อ้อนอีก จะเรียกว่านางฟ้าก็ไม่ผิด ผมมองเธออย่างพิจารณาพร้อมรอยยิ้มและสายตาหยาดเยิ้มของผม ในความน่ารักของเธอ...
             ปึ่ก!!!  เหมือนมีอะไรมากระทบศรีษะของผม
             ซึ่งพอสติสัมปชัญญะของผมกลับมาครบก็พบว่า ไอ้บอลเพื่อนยากของผมมันมาเดินอยู่ข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมที่มากระทบหัวผมเมื่อกี้ก็เป็นฝ่ามือของมัน
            มึงจะปล่อยมือ เค้าได้รึยัง!!” มันพูดขึ้นด้วยสายตามหาโหด
                 ซึ่งพอมองกลับมาผมก็พบว่าตัวเองได้จับมือมินเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และบอลก็เป็นคนเตือนสติให้ผมปล่อยมือของเธอออกซะเพื่อพาเชอรี่ไปเข้าห้องน้ำ
                  จากฝ่ามือที่เคยใช้สัมผัสผู้หญิงที่แอบชอบมาตลอด ตอนนี้กลับได้ใช้มันมาลูบหัวตัวเองแบบหยอยๆแทนพร้อมรอยยิ้มหยีๆ

                 สักครู่นึงแล้วซินะ ที่สาวๆพากันเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ โดยปราศจากอาวุธป้องกันตัวใดๆทั้งสองสาว ทำให้ผมเกิดอาการเป็นห่วงพวกเธอขึ้นมาจับใจๆแล้วซิ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึงที่อยากจะขอระบายกับเพื่อนก่อนที่จะต้องเป็นคนไปบอกเธอด้วยตัวเองในไม่ช้านี้

                บอล! กูชอบมินหว่ะ แมร่งสเปกกูอ่ะ ผมพูดออกไปด้วยท่าทางจริงจัง
                บ้าเกมส์ บ้าหนัง บ้าซอมบี้เหมือนกันด้วย ไอ้พวกบ้า!” บอลมันตอบกลับมาด้วยอารมณ์ขำขัน ไม่ได้ซีเรียสอะไร ^O^
                “อย่าๆ!! แฟนมึงก็เหมือนกันเหอะ ได้ข่าวว่าบ้าเกมส์เหมือนพวกกู!” ผมตอบกลับไปพร้อมกลับเหยียดยิ้มที่มุมปาก ความหมายของผมคนที่พูดถึงอยู่นี้ คือน้องเชอรี่ ซึ่งถ้าผมมองไม่ผิดมันก็คงจะชอบน้องเค้าอยู่เหมือนกัน
               ไอ้บ้า! มึงอย่ามามั้ว ชอบเชิ้บอะไรกัน!” คราวนี้มันกำหมัดทำท่าจะต่อยผมเข้าให้

                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!”
               
                น่าจะเป็นเสียงเชอรี่ที่กรีดร้องขึ้น!!

                ปายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!”
ตามด้วยเสียงมิน ที่ตะโกนมาจากฝั่งห้องน้ำ!!

            ไวกว่าแสง.. ไอ้บอลมันรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปโดยไม่รีรอรอรี!! ไม่ให้มีเครื่องหมายคำถามและเครื่องหมายตกใจลอยอยู่บนหัวเลย ตามไปด้วยผมที่วิ่งตามหลังมันไปติดๆพร้อมอาวุธครบมือ ไม่ถึงสองวิ เราก็มาถึงหน้าประตูห้องน้ำหญิง ภาพที่เห็นคือ สาวร่างท้วมในชุดแม่บ้านสีแดงขาวกำลังครานเข้ามาหาเชอรี่ที่ล้มนอนอยู่ที่พื้นห้องด้วยความหวาดผวาตกใจสุดขีด สองมือของหล่อนพยายามตะเกียกตะกายพาร่างอันเน่าเฟ่ะเหม็นหึ่งเพื่อคลืบคลานไปทางเชอรี่ ลูกกะตาของเธอขาวโพนทั้งสองลูก มีเลือดออกมาจากปากไหลเป็นทางเลย ตรงแก้มเหมือนโดนอะไรสักอย่างแทะจนมองเห็นแต่กระดูกกรามสีขาว นี้ถ้าเป็นเหตุการณ์ในช่วงแรกๆที่มันพึ่งเริ่มเกิดขึ้นผมคงจะอ้วกแตกน่ามืดเป็นลมไปก่อนโดยที่ยังไม่ทันจะได้ปรึกษาใคร 
            แต่นี้ผมชักจะชินแล้วซิ..!

           ไม่รอช้าในขณะที่มือทั้งสองข้างของผู้หญิงคนนั้นกำลังจะคว้าไปที่ข้อเท้าของเชอรี่
           พลั่ก!
           เสียงไม่เบสบอลกระทบกับใบหน้าของผู้หญิงร่างท้วมคนนั้นเข้าอย่างจังและทำให้เธอหมุนตัวกลิ้งไปได้อีกรอบนึงก่อนจะกลับมาคลานต่อ!!
           บอล ที่ตอนนี้ทิ้งไม้เบสบอลทันทีแล้วรุดเข้าสวมกอดเชอรี่ไว้แน่น ราวกับว่าจะไม่ยอมให้อะไรทั้งหลายในโลกใบนี้มาทำร้ายเธอได้..
          ปายยยยยย!” มินตะโกนใส่ผมในระยะห่างกันไม่ถึงสองก้าว
          ผมที่อยู่ระหว่างอาการเอ๋อแดกกับตั้งสติได้หลับตาวิ่งเข้าไปง้างไม้สุดแขนและเหวี่ยงเข้าไปที่ใบหน้าของเธอเต็มๆแรง ในท่าตีกอล์ฟยังไงยังงั้น!
           มันแรงมากจนทำให้ไม้หน้าสามของผมหักออกเป็นสองท่อน ซึ่งท่อนปลายได้ปลิวหายไปพร้อมแรงเหวี่ยงเหลือแค่ปลายแหลมๆของส่วนสันด้ามที่ผมยังกำมันไว้แน่น          
          ผู้หญิงคนนั้นนอนหงายกับพื้นในท่าที่กระตุกเป็นจังหวะ!
         และก่อนที่ผมจะหายใจได้ครบรอบ ตอนนี้ผมเหมือนหมาบ้าที่กระหายเหยื่อสุดๆ ผมคิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าระบบประสาทของตัวเองมันกำลังตีกัน ความโกรธ ความกลัว ความแค้นอารมณ์ทุกอย่างมาอยู่รวมกันมั้วไปหมด พร้อมที่จะระเบิดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้ทุกเมื่อ!
         ร่างกายผมมันไม่รอให้สมองสั่งการอีกต่อไปแล้ว ผมกำไม้หน้าสามที่ตอนนี้เหลือแค่ปลายแหลมๆขึ้นในท่าสองมือประสานกันเหมือนตอนที่ซามูไรจะคว้าท้องตัวเอง แต่ไม่! ผมถีบตัวกระโดดขึ้นเล็กน้อยใช้แรงทั้งหมดในตัวที่มีส่งผ่านไปที่น้ำหนักมือกลั่นหายใจแล้วเสียบลงกลางใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นอย่างจังหลายต่อหลายครั้งจนทะลุลงไปถึงพื้น อย่างสยดสยอง....

ณ เค้าเตอร์ จุดเดิม
        เหมือนผมได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะดังมากในหูของตัวเอง
        ผมสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นมา ก็พบว่า.. ผมอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน ...
        รู้สึกเหมือนมีหมอนนุ่มๆมาลองที่หัว ทำให้ไม่อยากให้ผ่านเวลานี้ไปเลย ...

        ผมไม่ได้หลับ ไม่ได้เป็นลม แต่ผม...  จำอะไรไม่ได้เลย!!
       ปาย... เตงโอเคนะ!!”
       มิน! ใช่  เป็นสียงเธอที่เรียกผม แรงเขย่าดึงเอาตัวผมลงมาจากสวรรค์ ผมหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ สายตาเหม่อลอยเหมือนคนสลึมสลือ
       ปาย...เตง! ปาย...!!” มิน เธอใช้มือสองข้างตบแก้มผมเบาๆ เพื่อเรียกสติผมกลับคืนมา
        พอลุกขึ้นได้เท่านั้นแหละจึงได้ประจักษ์ว่าไอ้นุ่มๆที่รองหัวก่อนหน้านี้คือน่าอกของเธอนั้นเอง ...

15.10 น.
           เกิดอะไรขึ้น หลังจากที่เค้าเสียบผู้หญิงคนนั้น!” ผมถามมิน ขณะที่เธอกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อที่จะเช็ดหน้าให้ผม
          เตงรู้ไหม? ตอนนั้นหน่ะ เตงเหมือนคนบ้าคลั่งเลย น่ากลัวมาก เธอตอบผมพรางบิดผ้าชุดน้ำที่เช็ดหน้าผมแล้วลงในกะละมังเล็กๆเหมือนเดิมพรางพูดต่อ “ตอนนั้นไม่รู้ทำใมเค้าถึงได้เกิดอาการกลัวเตงขึ้นมา ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”
          เตง! หน้าเค้ามีแผลหรอ? ผมถามเธอด้วยความตกใจเมื่อเหลือบไปเห็นน้ำในกะละมังที่มีคราบเลือดติดอยู่ จึงได้แต่ลูบคลำที่ใบหน้าตัวเองแต่ทำใมผมถึงไม่รู้สึกเจ็บนะ
          เปล่าหรอก นี้เตงจำไม่ได้หรอ? มินวางผ้าชุดน้ำลงในกะลังมัง แล้วหันหน้ามาถามผมด้วยสายตาจริงจัง
          ก็ผมจำอะไรไม่ได้จริงๆนิ เลยได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ
         ตอนที่เตงใช้ไม้เสียบไปที่หน้าผู้หญิงคนนั้นไปหลายๆทีอ่ะ เลือดมันกระเด็นใส่หน้าเตงไง เธอตอบ
        แล้วไงต่อ....? ผมเลิกคิ้วถามเธอด้วยความอยากรู้
       หลังจากที่เลือดกระเด็นใส่หน้าเตงใช่ไหม เตงก็หลับตาปี๋ ผงะถอยหลังนั่งลงกับพื้น ตัวเกร็งแข็งไปหมด ใครเรียกเตงก็เหมือนเตงไม่ตอบสนอง พี่บอลเลยลากเตงมาตรงนี้ไง
         พอได้ฟังมินเล่า ผมก็คิดทบทวนอีกหลายๆรอบ ซึ่งมันก็จริงตามที่เธอบอก ผมได้ยินเสียงทุกคนเรียกชื่อผมนะ แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย ทุกอย่างมันมืดไปหมด
         อ่ะ! ทานนี้เผื่อดีขึ้น เธอยื่นซองอะไรสักอย่างมาให้ผม ด้านหน้าเขียนคำว่า HERSHER’S Nugget ซึ่งพอมองดูดีๆแล้ว มันคือช๊อกโกแลตที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งนั้นยิ่งทำให้ผมแปลกใจเข้าไปใหญ่
         รู้ได้ไงว่าเราชอบกิน ช๊อก..ก ยังไม่ทันจะพูดจบ ปากผมก็โดนขัดจังหวะโดยนิ้วชี้ข้างขวาของเธอ
         กินเข้าไปเถอะ อย่าถามมาก เธอตอบและยิ้มให้ผม
          รอยยิ้มนั้นมันทำให้ผมยิ่งอยากจะปกป้องเธอสุดชีวิตเลย..

     “ไอ้ปาย เร็วเข้า!!” ยังไม่ทันจะอ้าปากงับช๊อกโกแลตวิเศษ ก็ได้ยินเสียงบอลตะโกนวิ่งหน้าตาตื่นมาแต่ไกล “พวกลุงเอียนกลับมากันแล้ว ลุกเร็ว!!
     ไอ่หยา กูป่วยอยู่น๊า เห็นใจกูบ้างเด่ดดดดด’ ToT
    ผมได้แต่อ้าปากค้างพร้อมกับทิ้งช๊อกโกแลตลงแล้ววิ่งตามมันไปอย่างสุดเซ็ง

     เอ้า นึง สอง ซั้ม! เราสองช่วยกันดันประตูฉุกเฉินอันสุดแสนจะฝืดเคืองออกเพื่อรอรับคุณลุงสองคนที่จะมาถึงในไม่ช้า
     “เร็วเข้าลุง อีกนิดเดียว!!” ผมตะโกนเรียกคุณลุงทั้งสองสุดเสียงและเอื้อมมือออกไปพร้อมที่จะดึงพวกเขาเข้ามา

     ในเวลาหน้าซิ่วหน้าขวานขนาดนี้ก็ยังไม่วายที่จะมีเรื่องทำให้ผมฮาได้อีก เพราะภาพที่เห็นอยู่ต่อหน้านั้น มันเป็นภาพชายแก่สองคนที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งด้วยใบหน้าท่าทางคนละแบบกับเวลาปกติ คนนึงหัวล้าน อีกคนนึงกล้ามเป็นมัดๆ พยายามหิ้วชายกะเป๋าคนละฝั่ง พร้อมเหนี่ยวไกรปืนไปที่พวกผิดมนุษย์หลายตัวที่วิ่งตาม พวกเขาวิ่ง เหนี่ยวไกร พร้อมหน้าตาที่เหมือนกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกา แต่ที่ฮากว่านั้นก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ในท่าไหน ยากลำบากเพียงไร จะวิ่งช้ารึเร็ว พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ใบนั้นได้ เป็นภาพที่เหมือนยืดยุดฉุดกระชากกระเป๋ากันพลัลวันจนถึงขั้นสะดุดกระเป๋าล้มซะเองกลิ้งได้สามตลบซะงั้น แต่เขาก็สามารถแก้ไขสถานะการณ์ได้โดยการกลิ้งอีกตลบเพื่อดันตัวเองให้รีบยืนขึ้นแล้ววิ่งต่อโดยไม่ลดละ เป็นภาพสโลว์ที่ทั้งเสียวและฮาในส่วนจิตใต้สำนึกที่ผมมโนขึ้นมา

...........................

"เฮ้อ.. เกือบไม่รอดซะแล้ว" ลุงเอียนถอนหายใจพร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้าฝากตัวเองหลังจากที่วางสัมภาระนั้นลงได้
"น้ำค่ะ คุณลุง" มินยื่นขวดน้ำดื่มให้ลุงทั้งสอง
        "อ๊าาาาาาา ขอบใจนะหลาน" ลุงหวังพูดขึ้นเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรสักอย่างหลังกระดกขวดน้ำดื่มหมดไปภายในไม่กี่วินาที
        "สนใจเจ้านี้ใช่ไหมล่ะ?" ลุงเอียนเอ่ยขึ้นแล้วมองมายังผม คงจะสังเหตุเห็นว่าผมจ้องเจ้าสัมภาระนี้มาตั้งนานแล้วซินะ
         จากนั้นลุงแกก็ค่อยๆเปิดสัมภาระขนาดใหญ่นี้ออก  มันเป็นห่อหรือกระเป๋าใบหนาสีเขียวที่พวกทหารเค้าใช้กันเมื่อยามที่ต้องเข้าค่ายหรือต้องไปฝึกรบกันในป่า น้ำหนักเจ้าสิ่งที่อยู่ในห่อนี้คงไม่ต่ำกว่า 30 กิโลเป็นแน่แท้
                   และ.... โอ้วว บร่ะเจ้า!!
                   สิ่งที่ทำให้ผมอึ้ง ทึ้ง แต่ไม่เสียวจนแทบจะขยับตัวไม่ได้นั้นคือ ..
                   ปืน!!
                   เป็นปืนหลากหลายชนิดทั้งปืนสั้น ปืนยาว ระเบิดและก็ของมีคมชนิดต่างๆ
         "ของจริงหรอเนี้ย!!" ผมเผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
         "แน่นอนซิ ไม่ได้เสี่ยงชีวิตเพื่อไปเอาของปลอมมาให้ดูหรอกน่า" ลุงเอียนตอบพร้อมขำออกมาเล็กน้อย
         แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากของพวกนี้ไปได้อยู่ดี
        "เธอสนใจตัวนี้อยู่ละซิ" ลุงเอียนค่อยๆหยิบปืนสั้นกระบอกนึงยื่นมาให้ผม
        "เบเรตต้าพีเอ็กโฟร์!!"  ผมกับลุงเอียนพูดออกมาเป็นเนื้อความเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ผมมองหน้าแกแบบอึ้งๆสลับกับมองปืนในมือของตัวเองที่พึ่งรับมา
        "เหมาะกับเธอดีนะ" ลุงแกพูดแล้วก็ยิ้ม
        ผมก้มลงมองปืนกระบอกที่อยู่ในมือผมอีกที มันเป็นปืนพกขนาดพอดี รูปทรงน่ารัก น้ำหนักน่าจะไม่กินหนึ่งกิโล แต่ให้ความรู้สึกเหมือนหนักราวสิบกิโลสำหรับคนพึ่งเคยได้จับปืนของจริงครั้งแรกอย่างผม
         ผมค่อยๆยกมันขึ้นและยื่นออกไปข้างหน้าสองแขนในท่าเล็งปืน
         "เฮ้ย  เจ๋งนิ เธอยิงปืนเป็นด้วยหรอ!!" จู่ๆลุงเอียนก็พูดขึ้นมากลางครั้นเล่นเอาซะผมตกใจไปด้วยเลย
       "ปะ..เปล่าฮะ เคยเห็นในหนัง" ผมตอบแล้วสแยะยิ้มออกไป
       "ดีนิ ไอ้หลานชาย ฮาฮ่า" ลุงเอียนแกหัวเราะชอบใจใหญ่ "ว่าแต่รู้วิธีใช้มันจริงๆรึป่าวหล่ะ"
      "เอ่อ...มะ!"
      "ต้องปลดเซฟตี้ก่อนนะ!!!" มินพูดแทรกขึ้น ทำให้ผมถึงกับอึ้งกิมกี่เพราะแทนที่จะเป็นหน้าที่ของลุงเอียนที่ต้องบอก แต่นี้...
      "ใช่" ลุงเอียนเสริมขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือมาปลดเซฟฟตี้บนกระบอกปืนให้ผม       
      "ลองยิงดูซิ"
      แป๊ะ!  มีเสียงเล็กๆดังออกมาจากปืน หลังจากที่ผมเหนี่ยวไกล
     "หึหึ" เป็นเสียงมินที่ขำออกมา
     ผมจึงได้แต่ทำหน้างง ว่าผมทำอะไรผิดขั้นตอนไปงั้นหรอ
     "ลองใส่ลูกกระสุนดูไหม" ลุงเอียนถามผมต่อพร้อมชูกล่องกระสุนปืนขึ้น
     แต่ทันทีที่ผมจะได้ตอบนั้น!!

"ลุงค่ะ หนูว่าบอกองค์ประกอบเกี่ยวกับปืนพร้อมวิธีการใช้กับเค้าก่อนไหมค่ะ ขืนใส่กระสุนให้ตอนนี้มีหวัง
หัวพี่บอลเละแน่" มินพูดพรางยิ้มพร้อมหันหน้าไปทางบอลที่กำลังงุ่นง่านอยู่กับการสัมผัสกระบอกปืนทั้ง
หลายที่กองอยู่ตรงหน้า เมื่อรู้ตัวว่าถูกนินทาเจ้าตัวจึงเงยน่าขึ้นมา
"กระบอกนี้ใช้ยังไง" บอลชี้ไปยังปืนที่วางอยู่ในกองพร้อมกับหันหน้าไปทางลุงเอียนโดยที่ไม่ได้ใส่ใจกับคำแซวของมินแต่อย่างใด
"โอ้ ถ้าเป็นกระบอกนี้ต้องถามคนนี้เลย ลุงเองก็ไม่ถนัดปืนยาว" คนถูกถามเหมือนจะโบ๊ยไปให้อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

จากนั้นทุกคนต่างก็เลือกอาวุธที่คิดว่าตัวเองจะสามารถใช้ได้ ปืนสั้นมีเทรนเนอร์เป็นลุงเอียน 
ส่วนลุงหวังสอนการใช้ปืนยาว ซึ่งก็จะมีแต่ไอ้บอลคนเดียวเท่านั้นที่เลือกปืนยาว สรุปคือมินผมและเชอรรี่เลือกปืนสั้น
น้ำหนักเบา ส่วนบอลเลือกช็อทกันกับเอ็มสิบหก! 
เฮ้อ.. เพื่อนผมมันเลือกปืนได้ถึกเข้ากับตัวมันจริงจริ๊ง...

_______________________________________________________________________________

รอติดตามตอนต่อไปน๊ะ