วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558
ZOMBIE OUTDISTANCE 8
Chapter 8
ปึ๊ก!
ประตูฉุกเฉินถูกปิดลง ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงลมหายใจใครสักคน ร่างกายผมตอนนี้เหมือนคนไม่มีกระดูก แต่ยังดีที่มี
บอลที่คอยพยุงตัวไว้จากด้านหลังและเชอรี่ที่กุมมือผมอยู่ตลอดเวลา
กับเด็กคนนั้น!!
ที่เอาแต่นั่งร้องให้โดยมีคุณลุงทั้งสองนั่งอยู่ข้างๆ
'คนที่น่าจะร้องให้หนักๆควรจะเป็นกูนี้ ไม่ใช่มึง!! รอดชีวิตแล้วจะร้องให้หาพระแสงอะไรว่ะ' ผมได้แต่คิดในใจพร้อมกับสายตาที่เพ่งมองไปยังยัยนั้นแบบรังเกียจเดียดฉัน
"พี่ฟิน.." เด็กนั้นพูดออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่มีท่าว่าจะดังขึ้นเรื่อยๆ
น้ำตาผมยังคงไหลออกมาไม่รู้จบ นึกถึงหน้ามินตอนที่โดนดึงออกไป มันทำให้ผมต้องเอามือปิดปากตัวเองแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างควบคุมไม่ได้พร้อมกับเสียงร้องให้ ฮือออออออ...
"ใจเย็นหว่ะเพื่อน" บอลพูดขึ้นพร้อมกับตบไหล่ผมเบาๆ
ผมพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่หันไปกอดมันเหมือนเด็กน้อยขี้แยอ้อนพี่ชายตอนอยากได้ของเล่น บอลได้แค่ลูบหัวผมเบาๆและตบไหล่ผมอยู่ตลอดเวลา..
เราทุกคนกลับมานั่งล้อมวงกันอีกครั้งพร้อมกับสิ่งที่วางอยู่ข้างหน้าเราคือสิ่งที่ผมเรียกมันว่าสำรับอาหารที่ผมกับมินช่วยกันจัดแจงเอาไว้
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์บ้าๆนั้น ผมเหม่อเลยมองปลากระป๋องป๋องนึงที่มินเป็นคนเปิดไว้ก่อนหน้านี้แล้วบอกกับผมพร้อมรอยยิ้มที่แสนจะน่ารักว่า 'นี้เค้าให้เตงนะ' พร้อมกับคำตอบที่ผมตอบกลับไป 'ไม่เอาอ่ะ เค้าจะกินกับเตง' ^^ มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นสีชมพู จนกระทั่งผมอยากกินช๊อกโกแลตแล้วเดินออกมา...
น้ำตาผมไหลหยดลงบนตักตัวเองแบบที่ห้ามไม่อยู่จริงๆจะโทษใครก็ไม่ได้ จะมีก็แต่สิ่งที่ทำให้ผมรังเกียจสุดๆตอนนี้คือ ยัยเด็กผู้หญิงคนนั้น!! เธอมาร่วมวงอาหารกับเราด้วย สมาชิกใหม่ที่ผมไม่อยาต้อนรับ..
ทุกคนนั่งทานอาหารกันอย่างเงียบๆจะมีก็แต่ยัยนั้นที่เหม่อลอยบ้างกินบ้างไม่ต่างไปจากผม เห็นแล้วก็ยิ่งทำให้หมั้นใส้เข้า
ไปใหญ่ มันเป็นการมาของสมาชิกใหม่ที่ต้องแลกกับการสูญเสีย..
สูญเสียคนที่ผม...
รัก...
-----------------------------------------------------------------------
เช้าวันต่อมา...
ก็น่าจะเช้าแล้วแหละ ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มสว่างแล้ว
กรี๊ดดดดดด!!
ผมรีบหันไปมองยังต้นเสียงที่ทำให้ผมสดุ้งตกใจในครั้งนี้
และผมก็พบกับ..
ยัยเด็กบ้าคนเมื่อวานนี้!! ยัยมารหัวใจของผม เธอมานอนข้างๆผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่หน้าตาเธอตอนนี้เหมือนกำลังตกใจอะไรสุดขีดพร้อมชี้มาที่หน้าของผม เสียงเธอทำเอาทุกคนตื่นกันหมด
ยัยบ้าเอ้ยจะตกใจอะไรกันนักหนา!
"พะ.. พี่!" เธอพูดแบบกระตุกกระตักมือก็ยังชี้มาที่ผมไม่เลิก ตัวก็ผงะออก ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจยัยนี้มันเป็นอะไรมากมั้ย..??
"ไอ้ปาย! นี้มึงยังไม่ได้นอนใช่ไหม?" บอลรีบลุกจากที่นอนกรู่เข้ามาจับที่ใบหน้าของผม ซึ่งตอนนี้ผมเองก็รู้สึกตัวเองว่าเบลอๆได้เต็มที่แล้วสติสตังก็เริ่มจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"อืม รู้ได้งายยย" น้ำเสียงของผมที่เปล่งออกมานั้นเหมือนจะไม่ไหว อาจเป็นเพราะผมมัวแต่คิดมากเรื่องมินจนหลับไม่ลง
"ก็หน้ามึงยังกะผีตายซากยังเงี้ย กูไม่สงสัยเลยที่น้องเค้ากรี๊ด" บอลพูดทั้งที่ยังคงจับใบหน้าผมให้หันซ้ายหันขวา ในขณะที่เชอรี่เองก็ยื่นกระจกเล็กๆมาให้
อ๊ากกกกกก!! ผมร้องเสียงหลง
"กูตายแล้วหรอเนี้ย!" ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อเห็นหนังหน้าตัวเองในกระจก ตอนนี้หน้าตาผมน่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้ตัวไหนๆซะอีก
ปากซี้ดคล้ำ ขอบตาดำและยานลูกตาก็หลุบลง โหนกแก้มก็เหมือนมีคนเข้าไปนอนชันเข่าเล่นอยู่ข้างใน แก้มก็มีเส้นเลือดฝอยบางๆขึ้น เส้นผมก็ปิดตา โอ๊ยยยสภาพ อย่าให้พูดเลยครับ พระเอกหนังเรื่อง ซอมบี้ที่รัก ก็ยังไม่ปาน...
ผมมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วหันกลับไปมองยัยเด็กบ้านั้น คนที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้แล้วรู้สึกรังเกียจขี้หน้าเธอมากขึ้นกว่าเก่าซะอีก
------------------------------------
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผมหลับ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ...
และพยายาลืมตาขึ้นมารู้สึกเหมือนมีผ้าเปียกน้ำวางอยู่บนหน้าผาก
"นะ น้ำ.."
ผมพยุงตัวลุกขึ้นและรับแก้วน้ำดื่มจากใครสักคนมาดื่มจนหมดในครั้งเดียว พอได้สติรู้สึกตัวว่าสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้วนั้นก็เริ่มประมวณ
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรก็รู้สึกว่าตัวเองพิงอยู่กับอะไรนุ่มๆสักอย่างแถมยังมีเหมือนเป็นเสียงลมหายใจจากทางด้านหลังของตัวเองด้วย
"เฮ้ยยย ยัยบ้านิ!!" ผมหันกลับไปมองดูกลายเป็นยัยเด็กเมื่อวานซื่นที่ผมหมั่นใส้นักหนา ผมรีบผงะตัวออกจากเธอทันทีพร้อมกับลูบแขนตัวเองไปมา
"นี้พี่รังเกียจเอิงมากขนาดนั้นเลยหรอค่ะ!" เธอพูดด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียดมาก
"ก็ใช่ซิ แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากจะมอง ทีหลังอย่ามาแตะต้องตัวเราอีกนะ" ผมพูดพร้อมขยับหนีให้ห่างไปจากเธอ ในใจของผมรู้สึกเหมือนตัวเองแปดเปื้อนจากสิ่งที่น่ารังเกียจขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้
และยังไม่ทันจะได้พูดไรต่อเธอก็รีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีเชอรี่วิ่งตามไปติดๆ ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมือยังคงลูบตามแขนตัวเองอยู่
"มึงจะมากไปหน่อยไหมปาย!!" บอลพูดขึ้น
"อะไร!"
"ก็น้องเค้าคอยดูแลมึงตลอดเลยนะ คอยเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้..!!"
o.O !! เปลี่ยนเสื้อผ้าให้!!
ผมหยุดความคิดทั้งหมดลงเพราะคำนี้และก้มลงมองตัวเองแล้วก็พบว่าเป็นอย่างที่เพื่อนพูดจริงๆ เสื้อกางเกงผมถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดโดย.. ยัยเด็กบ้านั้น งั้นหรอ!!
คิดแล้วยิ่งทำให้เจ็บใจยิ่งนัก มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้
"ใครขอร้องกัน!" ผมพูดแบบคอนๆ
"คงจะรู้สึกผิดแหละที่ทำแฟนมึงตาย!!"
ได้ยินอย่างนี้น้ำตาผมยิ่งอยากจะไหลออกมาให้รู้แล้วรู้รอด บอลมันเห็นอย่างนั้นเลยเริ่มที่จะปลอบใจผม
"ปาย มึงก็ทำใจซะเถอะหว่ะ มึงยังมีกูอยู่นะเว้ย" มันตบไหล่ผมเบาๆอีกครั้ง
"T T"
"ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนี้แหละ มีพบแล้วก็ต้องมีจาก" มันยังทิ้งทวนได้ดีเหมือนเดิม
"กูอยากอยู่คนเดียว" นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของผมก่อนที่บอลมันจะลุกเดินไปไหนก็ไม่รู้
และไม่นานนัก..
แกร๊ง ตึง เสียงขวดแก้วกระทบพื้น!
"เวลาแบบนี้ถ้าเรามัวแต่มานั่งแดกเหล้าสีผสมโซดาคงหนีไม่ทันแน่หากซอมบี้มา" บอลพูดขึ้นหลังจากวางขวดเบียร์ลงพร้อมขนมขบเคี้ยวอีกหลายชนิด "ไม่ต้องห่วง กูเลี้ยงมึงเอง" มันพูดแล้วก็ยิ้ม
"กูไม่ได้ห่วง แค่สงสัยว่า ณ เวลาแบบนี้มึงยังมีอารมณ์มาแดกของพวกนี้อยู่อีกหรอ"
"คิดไรมากเพื่อนเอ้ยก็มันเป็นธรรมเนียมนี้นา"
ใช่ครับ ไม่ว่าพวกเราจะมีเรื่องไม่สบายใจแค่ไหน ทุกข์ สุข เศร้า เฮฮา ร่าเริง วันเกิด เกิดอยากกิน ก็จะพากันมาจบลงด้วยการดื่มและจบลงด้วยการที่มันเป็นคนเลี้ยง! กินกันแค่สองคนนี้แหละ ไปเที่ยวก็ไปกันสองคน มันเป็นความสุขเล็กๆจนทำให้ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมประเพณีไปแล้วด้วย
"คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว"บอลพูดพลางรินเบียร์ใส่แก้วยื่นให้ผม
"ชลลลลลลลลล!!!"
ไม่นานนักลุงทั้งสองก็มาร่วมแจมด้วย เราสนุกกันท่ามการบรรยากาศที่มีซอมบี้เดินสวนสนามกันไปมาผ่านกระจกใสที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้ทุกอย่างชัดเจน จนสังเกตุได้ว่าท้องฟ้าตอนนี้มันอึ้มครึ้มเหมือนจะมียูเอฟโอลงมาบุกโลกยังไงยังงั้น
ท่ามกลางความคิดที่กำลังโลดแล่นอยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกุลสตรีสองนางกำลังเดินประคองกันมา
"กลับมาทำใมยัยเน่า!" ผมพูดกัดยัยนั้นทันที
"อะไรนะ!"
"เหอะ ขี้เหร่แล้วยังหูตึงอีก!!"
"..........!!!"
"อย่าไปถือสามันเลยมันเมาแล้ว"บอลแทรกขึ้น "พวกมึงจะทะเลาะกันไปทำใมหว่ะ" แล้วมันก็หันมาคอนผม ซึ่งผมเองก็ไม่ได้สนใจที่มันพูด
ไม่นานนักผมก็รู้สึกว่าตัวเองนั่งตัวไม่ตรงแถมยังโยกแยกไปมา ตาผมก็เริ่มจะปิด
"คออ่อนหรอเนี้ย" เหมือนจะเป็นเสียงยัยนั้นแว่วๆมา
"ใช่ๆมันพึ่งกินไปได้ไม่ถึงแก้วเอง ฮาฮ่า" เสียงบอลหัวเราะ
"ช่ายยย ครายจาไปสู้หลานลุงได้เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า" ลุงเอียนกับลุงหวังหันมาเหน็บบอลและพากันหัวเราะใหญ่
"พี่ปาย ไหวไหม พี่ปายๆ" ยัยนั้นมันพูดขึ้นพร้อมกับคอยพยุงตัวผมไว้
ผมเองก็สำคัญนัก ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับตัวเลย อยากจะผลักยัยนั้นให้ออกไปไกลๆยิ่งนัก แต่ก็ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำใมมันถึงได้ชอบมายุ่งวุ่นวายกับผมนัก
มันทำให้ผมรำคาญมากจริงๆ เพราะ...
"ผมเกลียดเด็ก!!"
+++++++++++++++++
อ๊าาา รู้สึกสบายจังเลย.. ผมเอื้อมไปสัมผัสกับมือเล็กๆนิ่มๆของใครสักคนที่กำลังสัมผัสใบหน้าของผมอย่างแผ่วเบาด้วยผ้าเปียกหมาดๆเป็นสัมผัสที่นุ่มนวลเหลือเกินทำให้ผมเคลิ้มจนไม่อยากลืมตา คงจะเป็นมินซินะ คนที่รู้ใจผมไปหมดซะทุกอย่างสัมผัสของเธอทำให้ผมยังไม่อยากลืมตาในตอนนี้ยังอยากให้เธอคอยดูแลอย่างนี้ไปตลอด..
แต่ !!
มิน ! เธอไม่อยู่กับผมแล้วนิ!
แล้วนี้ใคร !
ทันทีที่สมองประมวณผลได้ครบสติสตังกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ผมก็รีบลืมตาและลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"ยัย!!!!!!" ผมกำลังจะอ้าปากหมาๆของผมใส่ข้อความแสบๆลงไปแล้วละแลงตะเบงใส่หน้าเธอที่ตอนนี้กำลังตกใจอยู่ไม่น้อยนั้น
"ไอ้ปาย!!!" มีเสียงโหดๆกับใบหน้าคอนๆแบบแยกเคี้ยวร้องขึ้น ผมจึงรีบหันกลับไปมองที่ต้นเสียงทันทีและพบว่านั้นคือพ่อของผมเอง!!
ไอ้บอลมันมองผมด้วยสายตาที่บังคับแกมข่มขู่ว่า ถ้ามึงพูดคำหมาๆออกมา กูฆ่ามึงแน่!!
ผมกลืนน้ำลายหนึ่งเฮื้อกลงคออย่างทุรักทุเรก่อนจะพูดออกมาว่า
"ขอบใจ.." ออกไปพร้อมกับคิดในใจว่า
ฉันไม่มีทางดีกับเธอแน่ยัยฆาตรกร!
.........................................
"พี่ปาย.." เสียงยัยนั้นดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังใช้มือรองน้ำจากก๊อกน้ำบนอ้างล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อที่จะชำระตัวล้างหน้าตัวเอง "เอิงขอโทษนะค่ะ"
"............................."
"เพราะเอิงตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลยไม่ทันคว้ามือพี่เค้าเอาไว้.." เธอพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"ไม่ใช่เฉพาะแฟนพี่หรอกนะค่ะ พี่สาวเอิงก็ถูกพวกมัน.." คราวนี้น้ำตาเธอไหลลงมาอาบสองแก้ม
"............................."
ผมที่ไม่ได้พูดอะไรค่อยๆวางปืนที่พกติดตัวมาตลอดลงบนขอบอ่างล้างหน้าและมองหน้าเธอผ่านกระจกเงาตรงหน้าถึงรับรู้ได้
ว่าสีหน้าท่าทางเธอไม่ได้ต่างไปจากผมเลย
"เอิงขอโทษนะค่ะ ไม่ต้องญาติดีกับเอิงก็ได้ แต่อย่าเกลียดเอิงเลยนะค่ะ เอิงไม่เหลือใครแล้ว.." เธอพูดต่อทั้งที่ไม่ได้เงยมองหน้าผม
"พี่ฟินพยายามดันเอิงให้เข้ามาข้างในทั้งที่ตัวเค้าก็ยังอยู่ด้านนอก แต่ยังไม่ทันจะได้ดึงตัวเค้าเข้ามาแฟนพี่ก็ถูกดึงออกไป.."
เธอพูดพร้อมทั้งสะอึกสะอื้น
"เรา.. จริงๆแล้วมินไม่ใช่แฟนเราหรอก" ผมพูดตามความรู้สึกพรางก้มหน้า
"จริงหรอค่ะ!" เธอรีบเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมสงสัยในน้ำเสียงและรีบหันกลับไปมองเธอเช่นกันและเธอเองก็รีบหลบตาผมทันที
"แต่มินเป็นคนที่เรารัก.." ผมพูดทิ้งท้ายก่อนจะคว้าอาวุธของตัวเองแล้วเดินจากมาปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
จะว่าไปแล้วผมกับมินเราก็ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันอย่างจริงจังนะ แล้วที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้หล่ะ ผมคิดทบทวนไปมาและถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หรือว่ามันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเหมือนเราได้สูญเสียคนสำคัญคนนึงไป เท่านั้น...
"พี่ปายค่ะ เชอรี่ว่าพี่ปายต้องทำใจให้ได้นะค่ะ เราทุกคนในนี้ต่างก็สูญเสียคนสำคัญไปทั้งนั้น" เป็นเชอรรี่ที่พูดขึ้น
"เชอรี่เองก็เสียน้องสาวไปส่วนเอิงเองก็ต้องมาเสียพี่ไป เราทุกคนต้องเข็มแข้งนะค่ะ"
ผมหันไปมองไอ้บอลที่ยื่นอยู่ข้างๆ คิดว่าคงเป็นเพราะมันที่ทำอะไรน้องเค้าสักอย่างแน่เลย ถึงได้พูดเก่งขึ้นมาได้ขนาดนี้
"ขอบจัยเชอรี่ แต่พี่ขอเวลาสักพักนะ.."
"เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาทำจงทำใจนะ เราจะตายกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้!" บอลพูดแทรกขึ้นอย่างดุดัน ซึ่งมันก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันก็จริง ผมกับมินเราพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ
แต่ถึงยังไงก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี...
-----------------------------------------------------------------------
รออ่านตอนต่อไปน๊ะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น