วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 6

Chapter 6


ณ เค้าเตอร์จุดเดิม
ที่ที่พวกเราใช้แผ่นหลังนั่งพิงเรียงกันอยู่สี่คน ผมจับมือมินไว้แน่น ถัดไปคือเชอรี่และบอล พวกเรามีอาวุธกันครบมือ จะมีก็แต่เชอรี่เท่านั้นที่ปราศจากอาวุธป้องกันตัวแต่อย่างใด

              พวกพี่สองคนเป็นแฟนกันหรอค่ะ?!?” เป็นเสียงเชอรี่ที่เอ่ยขึ้น หลังจากที่พวกเรานั่งเงียบกันมาได้สักพัก
              และคำถามนั้นเอง ทำเอามือที่ประสานกันอย่างลงตัวของผมกับมินต้องหลุดออกจากกันโดยอัตโนมัติทันทีที่ประสาทสัมผัสรับรู้และประมวลผลออกมาตอบสนองกับคำถามของเชอรี่อย่างรวดเร็ว
              ผมกับมินเราได้แต่หันหน้าไปทางอื่น ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไร ด้วยความเขินอาย
             ฮืม?...เป็นหนึ่งเดียวกันเลยน๊า พวกเมิง... เสียงบอลเสริมขึ้นได้กวนตรีนมากพร้อมกับรอยยิ้มแบบมีเรศนัย ซึ่งนั้นก็เป็นการตอกย้ำความเขินอายของพวกเราได้จี๊ดทีเดียวเลยหล่ะ

             เอ้อ...พี่มิน เชอรรี่ปวดฉี่อ่ะ พาไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมคะ? เชอรี่พูดขึ้น

              ถ้าไม่ติดว่าเธอมีอาการตกใจกลัวแล้วมีลักษณะคล้ายคนเป็นบ้าเนี้ย ถือว่าเป็นผู้หญิงที่สวยใช้ได้คนนึงเลยนะเนี้ย ท่าทางที่ดูร่าเริง ยิ้มเก่งไม่แพ้มินเลย เสียงเล็กๆน่ารักๆ แถมขี้อ้อนอีก จะเรียกว่านางฟ้าก็ไม่ผิด ผมมองเธออย่างพิจารณาพร้อมรอยยิ้มและสายตาหยาดเยิ้มของผม ในความน่ารักของเธอ...
             ปึ่ก!!!  เหมือนมีอะไรมากระทบศรีษะของผม
             ซึ่งพอสติสัมปชัญญะของผมกลับมาครบก็พบว่า ไอ้บอลเพื่อนยากของผมมันมาเดินอยู่ข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมที่มากระทบหัวผมเมื่อกี้ก็เป็นฝ่ามือของมัน
            มึงจะปล่อยมือ เค้าได้รึยัง!!” มันพูดขึ้นด้วยสายตามหาโหด
                 ซึ่งพอมองกลับมาผมก็พบว่าตัวเองได้จับมือมินเอาไว้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และบอลก็เป็นคนเตือนสติให้ผมปล่อยมือของเธอออกซะเพื่อพาเชอรี่ไปเข้าห้องน้ำ
                  จากฝ่ามือที่เคยใช้สัมผัสผู้หญิงที่แอบชอบมาตลอด ตอนนี้กลับได้ใช้มันมาลูบหัวตัวเองแบบหยอยๆแทนพร้อมรอยยิ้มหยีๆ

                 สักครู่นึงแล้วซินะ ที่สาวๆพากันเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ โดยปราศจากอาวุธป้องกันตัวใดๆทั้งสองสาว ทำให้ผมเกิดอาการเป็นห่วงพวกเธอขึ้นมาจับใจๆแล้วซิ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องนึงที่อยากจะขอระบายกับเพื่อนก่อนที่จะต้องเป็นคนไปบอกเธอด้วยตัวเองในไม่ช้านี้

                บอล! กูชอบมินหว่ะ แมร่งสเปกกูอ่ะ ผมพูดออกไปด้วยท่าทางจริงจัง
                บ้าเกมส์ บ้าหนัง บ้าซอมบี้เหมือนกันด้วย ไอ้พวกบ้า!” บอลมันตอบกลับมาด้วยอารมณ์ขำขัน ไม่ได้ซีเรียสอะไร ^O^
                “อย่าๆ!! แฟนมึงก็เหมือนกันเหอะ ได้ข่าวว่าบ้าเกมส์เหมือนพวกกู!” ผมตอบกลับไปพร้อมกลับเหยียดยิ้มที่มุมปาก ความหมายของผมคนที่พูดถึงอยู่นี้ คือน้องเชอรี่ ซึ่งถ้าผมมองไม่ผิดมันก็คงจะชอบน้องเค้าอยู่เหมือนกัน
               ไอ้บ้า! มึงอย่ามามั้ว ชอบเชิ้บอะไรกัน!” คราวนี้มันกำหมัดทำท่าจะต่อยผมเข้าให้

                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!”
               
                น่าจะเป็นเสียงเชอรี่ที่กรีดร้องขึ้น!!

                ปายยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!”
ตามด้วยเสียงมิน ที่ตะโกนมาจากฝั่งห้องน้ำ!!

            ไวกว่าแสง.. ไอ้บอลมันรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปโดยไม่รีรอรอรี!! ไม่ให้มีเครื่องหมายคำถามและเครื่องหมายตกใจลอยอยู่บนหัวเลย ตามไปด้วยผมที่วิ่งตามหลังมันไปติดๆพร้อมอาวุธครบมือ ไม่ถึงสองวิ เราก็มาถึงหน้าประตูห้องน้ำหญิง ภาพที่เห็นคือ สาวร่างท้วมในชุดแม่บ้านสีแดงขาวกำลังครานเข้ามาหาเชอรี่ที่ล้มนอนอยู่ที่พื้นห้องด้วยความหวาดผวาตกใจสุดขีด สองมือของหล่อนพยายามตะเกียกตะกายพาร่างอันเน่าเฟ่ะเหม็นหึ่งเพื่อคลืบคลานไปทางเชอรี่ ลูกกะตาของเธอขาวโพนทั้งสองลูก มีเลือดออกมาจากปากไหลเป็นทางเลย ตรงแก้มเหมือนโดนอะไรสักอย่างแทะจนมองเห็นแต่กระดูกกรามสีขาว นี้ถ้าเป็นเหตุการณ์ในช่วงแรกๆที่มันพึ่งเริ่มเกิดขึ้นผมคงจะอ้วกแตกน่ามืดเป็นลมไปก่อนโดยที่ยังไม่ทันจะได้ปรึกษาใคร 
            แต่นี้ผมชักจะชินแล้วซิ..!

           ไม่รอช้าในขณะที่มือทั้งสองข้างของผู้หญิงคนนั้นกำลังจะคว้าไปที่ข้อเท้าของเชอรี่
           พลั่ก!
           เสียงไม่เบสบอลกระทบกับใบหน้าของผู้หญิงร่างท้วมคนนั้นเข้าอย่างจังและทำให้เธอหมุนตัวกลิ้งไปได้อีกรอบนึงก่อนจะกลับมาคลานต่อ!!
           บอล ที่ตอนนี้ทิ้งไม้เบสบอลทันทีแล้วรุดเข้าสวมกอดเชอรี่ไว้แน่น ราวกับว่าจะไม่ยอมให้อะไรทั้งหลายในโลกใบนี้มาทำร้ายเธอได้..
          ปายยยยยย!” มินตะโกนใส่ผมในระยะห่างกันไม่ถึงสองก้าว
          ผมที่อยู่ระหว่างอาการเอ๋อแดกกับตั้งสติได้หลับตาวิ่งเข้าไปง้างไม้สุดแขนและเหวี่ยงเข้าไปที่ใบหน้าของเธอเต็มๆแรง ในท่าตีกอล์ฟยังไงยังงั้น!
           มันแรงมากจนทำให้ไม้หน้าสามของผมหักออกเป็นสองท่อน ซึ่งท่อนปลายได้ปลิวหายไปพร้อมแรงเหวี่ยงเหลือแค่ปลายแหลมๆของส่วนสันด้ามที่ผมยังกำมันไว้แน่น          
          ผู้หญิงคนนั้นนอนหงายกับพื้นในท่าที่กระตุกเป็นจังหวะ!
         และก่อนที่ผมจะหายใจได้ครบรอบ ตอนนี้ผมเหมือนหมาบ้าที่กระหายเหยื่อสุดๆ ผมคิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าระบบประสาทของตัวเองมันกำลังตีกัน ความโกรธ ความกลัว ความแค้นอารมณ์ทุกอย่างมาอยู่รวมกันมั้วไปหมด พร้อมที่จะระเบิดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวได้ทุกเมื่อ!
         ร่างกายผมมันไม่รอให้สมองสั่งการอีกต่อไปแล้ว ผมกำไม้หน้าสามที่ตอนนี้เหลือแค่ปลายแหลมๆขึ้นในท่าสองมือประสานกันเหมือนตอนที่ซามูไรจะคว้าท้องตัวเอง แต่ไม่! ผมถีบตัวกระโดดขึ้นเล็กน้อยใช้แรงทั้งหมดในตัวที่มีส่งผ่านไปที่น้ำหนักมือกลั่นหายใจแล้วเสียบลงกลางใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นอย่างจังหลายต่อหลายครั้งจนทะลุลงไปถึงพื้น อย่างสยดสยอง....

ณ เค้าเตอร์ จุดเดิม
        เหมือนผมได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะดังมากในหูของตัวเอง
        ผมสะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นมา ก็พบว่า.. ผมอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน ...
        รู้สึกเหมือนมีหมอนนุ่มๆมาลองที่หัว ทำให้ไม่อยากให้ผ่านเวลานี้ไปเลย ...

        ผมไม่ได้หลับ ไม่ได้เป็นลม แต่ผม...  จำอะไรไม่ได้เลย!!
       ปาย... เตงโอเคนะ!!”
       มิน! ใช่  เป็นสียงเธอที่เรียกผม แรงเขย่าดึงเอาตัวผมลงมาจากสวรรค์ ผมหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ สายตาเหม่อลอยเหมือนคนสลึมสลือ
       ปาย...เตง! ปาย...!!” มิน เธอใช้มือสองข้างตบแก้มผมเบาๆ เพื่อเรียกสติผมกลับคืนมา
        พอลุกขึ้นได้เท่านั้นแหละจึงได้ประจักษ์ว่าไอ้นุ่มๆที่รองหัวก่อนหน้านี้คือน่าอกของเธอนั้นเอง ...

15.10 น.
           เกิดอะไรขึ้น หลังจากที่เค้าเสียบผู้หญิงคนนั้น!” ผมถามมิน ขณะที่เธอกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อที่จะเช็ดหน้าให้ผม
          เตงรู้ไหม? ตอนนั้นหน่ะ เตงเหมือนคนบ้าคลั่งเลย น่ากลัวมาก เธอตอบผมพรางบิดผ้าชุดน้ำที่เช็ดหน้าผมแล้วลงในกะละมังเล็กๆเหมือนเดิมพรางพูดต่อ “ตอนนั้นไม่รู้ทำใมเค้าถึงได้เกิดอาการกลัวเตงขึ้นมา ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”
          เตง! หน้าเค้ามีแผลหรอ? ผมถามเธอด้วยความตกใจเมื่อเหลือบไปเห็นน้ำในกะละมังที่มีคราบเลือดติดอยู่ จึงได้แต่ลูบคลำที่ใบหน้าตัวเองแต่ทำใมผมถึงไม่รู้สึกเจ็บนะ
          เปล่าหรอก นี้เตงจำไม่ได้หรอ? มินวางผ้าชุดน้ำลงในกะลังมัง แล้วหันหน้ามาถามผมด้วยสายตาจริงจัง
          ก็ผมจำอะไรไม่ได้จริงๆนิ เลยได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ
         ตอนที่เตงใช้ไม้เสียบไปที่หน้าผู้หญิงคนนั้นไปหลายๆทีอ่ะ เลือดมันกระเด็นใส่หน้าเตงไง เธอตอบ
        แล้วไงต่อ....? ผมเลิกคิ้วถามเธอด้วยความอยากรู้
       หลังจากที่เลือดกระเด็นใส่หน้าเตงใช่ไหม เตงก็หลับตาปี๋ ผงะถอยหลังนั่งลงกับพื้น ตัวเกร็งแข็งไปหมด ใครเรียกเตงก็เหมือนเตงไม่ตอบสนอง พี่บอลเลยลากเตงมาตรงนี้ไง
         พอได้ฟังมินเล่า ผมก็คิดทบทวนอีกหลายๆรอบ ซึ่งมันก็จริงตามที่เธอบอก ผมได้ยินเสียงทุกคนเรียกชื่อผมนะ แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย ทุกอย่างมันมืดไปหมด
         อ่ะ! ทานนี้เผื่อดีขึ้น เธอยื่นซองอะไรสักอย่างมาให้ผม ด้านหน้าเขียนคำว่า HERSHER’S Nugget ซึ่งพอมองดูดีๆแล้ว มันคือช๊อกโกแลตที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งนั้นยิ่งทำให้ผมแปลกใจเข้าไปใหญ่
         รู้ได้ไงว่าเราชอบกิน ช๊อก..ก ยังไม่ทันจะพูดจบ ปากผมก็โดนขัดจังหวะโดยนิ้วชี้ข้างขวาของเธอ
         กินเข้าไปเถอะ อย่าถามมาก เธอตอบและยิ้มให้ผม
          รอยยิ้มนั้นมันทำให้ผมยิ่งอยากจะปกป้องเธอสุดชีวิตเลย..

     “ไอ้ปาย เร็วเข้า!!” ยังไม่ทันจะอ้าปากงับช๊อกโกแลตวิเศษ ก็ได้ยินเสียงบอลตะโกนวิ่งหน้าตาตื่นมาแต่ไกล “พวกลุงเอียนกลับมากันแล้ว ลุกเร็ว!!
     ไอ่หยา กูป่วยอยู่น๊า เห็นใจกูบ้างเด่ดดดดด’ ToT
    ผมได้แต่อ้าปากค้างพร้อมกับทิ้งช๊อกโกแลตลงแล้ววิ่งตามมันไปอย่างสุดเซ็ง

     เอ้า นึง สอง ซั้ม! เราสองช่วยกันดันประตูฉุกเฉินอันสุดแสนจะฝืดเคืองออกเพื่อรอรับคุณลุงสองคนที่จะมาถึงในไม่ช้า
     “เร็วเข้าลุง อีกนิดเดียว!!” ผมตะโกนเรียกคุณลุงทั้งสองสุดเสียงและเอื้อมมือออกไปพร้อมที่จะดึงพวกเขาเข้ามา

     ในเวลาหน้าซิ่วหน้าขวานขนาดนี้ก็ยังไม่วายที่จะมีเรื่องทำให้ผมฮาได้อีก เพราะภาพที่เห็นอยู่ต่อหน้านั้น มันเป็นภาพชายแก่สองคนที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งด้วยใบหน้าท่าทางคนละแบบกับเวลาปกติ คนนึงหัวล้าน อีกคนนึงกล้ามเป็นมัดๆ พยายามหิ้วชายกะเป๋าคนละฝั่ง พร้อมเหนี่ยวไกรปืนไปที่พวกผิดมนุษย์หลายตัวที่วิ่งตาม พวกเขาวิ่ง เหนี่ยวไกร พร้อมหน้าตาที่เหมือนกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกา แต่ที่ฮากว่านั้นก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ในท่าไหน ยากลำบากเพียงไร จะวิ่งช้ารึเร็ว พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ใบนั้นได้ เป็นภาพที่เหมือนยืดยุดฉุดกระชากกระเป๋ากันพลัลวันจนถึงขั้นสะดุดกระเป๋าล้มซะเองกลิ้งได้สามตลบซะงั้น แต่เขาก็สามารถแก้ไขสถานะการณ์ได้โดยการกลิ้งอีกตลบเพื่อดันตัวเองให้รีบยืนขึ้นแล้ววิ่งต่อโดยไม่ลดละ เป็นภาพสโลว์ที่ทั้งเสียวและฮาในส่วนจิตใต้สำนึกที่ผมมโนขึ้นมา

...........................

"เฮ้อ.. เกือบไม่รอดซะแล้ว" ลุงเอียนถอนหายใจพร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้าฝากตัวเองหลังจากที่วางสัมภาระนั้นลงได้
"น้ำค่ะ คุณลุง" มินยื่นขวดน้ำดื่มให้ลุงทั้งสอง
        "อ๊าาาาาาา ขอบใจนะหลาน" ลุงหวังพูดขึ้นเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรสักอย่างหลังกระดกขวดน้ำดื่มหมดไปภายในไม่กี่วินาที
        "สนใจเจ้านี้ใช่ไหมล่ะ?" ลุงเอียนเอ่ยขึ้นแล้วมองมายังผม คงจะสังเหตุเห็นว่าผมจ้องเจ้าสัมภาระนี้มาตั้งนานแล้วซินะ
         จากนั้นลุงแกก็ค่อยๆเปิดสัมภาระขนาดใหญ่นี้ออก  มันเป็นห่อหรือกระเป๋าใบหนาสีเขียวที่พวกทหารเค้าใช้กันเมื่อยามที่ต้องเข้าค่ายหรือต้องไปฝึกรบกันในป่า น้ำหนักเจ้าสิ่งที่อยู่ในห่อนี้คงไม่ต่ำกว่า 30 กิโลเป็นแน่แท้
                   และ.... โอ้วว บร่ะเจ้า!!
                   สิ่งที่ทำให้ผมอึ้ง ทึ้ง แต่ไม่เสียวจนแทบจะขยับตัวไม่ได้นั้นคือ ..
                   ปืน!!
                   เป็นปืนหลากหลายชนิดทั้งปืนสั้น ปืนยาว ระเบิดและก็ของมีคมชนิดต่างๆ
         "ของจริงหรอเนี้ย!!" ผมเผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
         "แน่นอนซิ ไม่ได้เสี่ยงชีวิตเพื่อไปเอาของปลอมมาให้ดูหรอกน่า" ลุงเอียนตอบพร้อมขำออกมาเล็กน้อย
         แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากของพวกนี้ไปได้อยู่ดี
        "เธอสนใจตัวนี้อยู่ละซิ" ลุงเอียนค่อยๆหยิบปืนสั้นกระบอกนึงยื่นมาให้ผม
        "เบเรตต้าพีเอ็กโฟร์!!"  ผมกับลุงเอียนพูดออกมาเป็นเนื้อความเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ผมมองหน้าแกแบบอึ้งๆสลับกับมองปืนในมือของตัวเองที่พึ่งรับมา
        "เหมาะกับเธอดีนะ" ลุงแกพูดแล้วก็ยิ้ม
        ผมก้มลงมองปืนกระบอกที่อยู่ในมือผมอีกที มันเป็นปืนพกขนาดพอดี รูปทรงน่ารัก น้ำหนักน่าจะไม่กินหนึ่งกิโล แต่ให้ความรู้สึกเหมือนหนักราวสิบกิโลสำหรับคนพึ่งเคยได้จับปืนของจริงครั้งแรกอย่างผม
         ผมค่อยๆยกมันขึ้นและยื่นออกไปข้างหน้าสองแขนในท่าเล็งปืน
         "เฮ้ย  เจ๋งนิ เธอยิงปืนเป็นด้วยหรอ!!" จู่ๆลุงเอียนก็พูดขึ้นมากลางครั้นเล่นเอาซะผมตกใจไปด้วยเลย
       "ปะ..เปล่าฮะ เคยเห็นในหนัง" ผมตอบแล้วสแยะยิ้มออกไป
       "ดีนิ ไอ้หลานชาย ฮาฮ่า" ลุงเอียนแกหัวเราะชอบใจใหญ่ "ว่าแต่รู้วิธีใช้มันจริงๆรึป่าวหล่ะ"
      "เอ่อ...มะ!"
      "ต้องปลดเซฟตี้ก่อนนะ!!!" มินพูดแทรกขึ้น ทำให้ผมถึงกับอึ้งกิมกี่เพราะแทนที่จะเป็นหน้าที่ของลุงเอียนที่ต้องบอก แต่นี้...
      "ใช่" ลุงเอียนเสริมขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือมาปลดเซฟฟตี้บนกระบอกปืนให้ผม       
      "ลองยิงดูซิ"
      แป๊ะ!  มีเสียงเล็กๆดังออกมาจากปืน หลังจากที่ผมเหนี่ยวไกล
     "หึหึ" เป็นเสียงมินที่ขำออกมา
     ผมจึงได้แต่ทำหน้างง ว่าผมทำอะไรผิดขั้นตอนไปงั้นหรอ
     "ลองใส่ลูกกระสุนดูไหม" ลุงเอียนถามผมต่อพร้อมชูกล่องกระสุนปืนขึ้น
     แต่ทันทีที่ผมจะได้ตอบนั้น!!

"ลุงค่ะ หนูว่าบอกองค์ประกอบเกี่ยวกับปืนพร้อมวิธีการใช้กับเค้าก่อนไหมค่ะ ขืนใส่กระสุนให้ตอนนี้มีหวัง
หัวพี่บอลเละแน่" มินพูดพรางยิ้มพร้อมหันหน้าไปทางบอลที่กำลังงุ่นง่านอยู่กับการสัมผัสกระบอกปืนทั้ง
หลายที่กองอยู่ตรงหน้า เมื่อรู้ตัวว่าถูกนินทาเจ้าตัวจึงเงยน่าขึ้นมา
"กระบอกนี้ใช้ยังไง" บอลชี้ไปยังปืนที่วางอยู่ในกองพร้อมกับหันหน้าไปทางลุงเอียนโดยที่ไม่ได้ใส่ใจกับคำแซวของมินแต่อย่างใด
"โอ้ ถ้าเป็นกระบอกนี้ต้องถามคนนี้เลย ลุงเองก็ไม่ถนัดปืนยาว" คนถูกถามเหมือนจะโบ๊ยไปให้อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

จากนั้นทุกคนต่างก็เลือกอาวุธที่คิดว่าตัวเองจะสามารถใช้ได้ ปืนสั้นมีเทรนเนอร์เป็นลุงเอียน 
ส่วนลุงหวังสอนการใช้ปืนยาว ซึ่งก็จะมีแต่ไอ้บอลคนเดียวเท่านั้นที่เลือกปืนยาว สรุปคือมินผมและเชอรรี่เลือกปืนสั้น
น้ำหนักเบา ส่วนบอลเลือกช็อทกันกับเอ็มสิบหก! 
เฮ้อ.. เพื่อนผมมันเลือกปืนได้ถึกเข้ากับตัวมันจริงจริ๊ง...

_______________________________________________________________________________

รอติดตามตอนต่อไปน๊ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น