วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 21

Chapter 21





มือข้างนึงของผมกำปืนไว้แน่นส่วนอีกข้างก็จับมือเธอไว้เหมือนจะไม่มีวันปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้..
ผมพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆทั่วท้องถนนแต่มันกลับว่างเปล่า แม้แต่สิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ไม่มี แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับเต็มไป
ด้วยคราบเลือดและเศษซากปรักหักพักของเครื่องจักรกลและอาคารบ้านเรือน เศษขยะ เศษกระดาษลอยเกลื่อนกลาดดูทุเรศทุรังสุดๆ ท้อง
ฟ้าตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ไม่เคยปลอดโปร่งอีกเลยนับจากนั่นและก็เหมือนจะมีฝนรินปรอยๆด้วยในตอนนี้
"พี่ปายค่ะนั่นกล่องอะไร?" อยู่ๆเอิงก็ถามขึ้นพรางชี้ไปยังจุดที่เจ้าของสิ่งนั้นวางอยู่ ทำให้เราต้องรีบวิ่งไปดูกันอย่างรวดเร็ว
ผมยืนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลงมือเปิดกล่องนั้น ลักษณะกล่องมันเป็นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่น้ำหนักราวๆสามสิบกว่าโลได้
มันถูกออกแบบมาให้เปิดได้ง่ายเพราะตรงที่เปิดมันดูคล้ายๆเข็มขัดที่เราๆใส่กันแล้วก็ปลดล๊อกง่ายๆอีกสองฝั่ง ผมค่อยๆบรรจงยกฝา
มันขึ้นเพื่อจะดูด้านใน 
"ระวังนะค่ะพี่ปาย.." เอิงยังคงเตือนผมอยู่ไม่ห่าง
และแล้วผมก็เปิดฝากล่องใบนั้นออกมาจนสุดเผยให้เห็นถึงของภายใน มีอาหารกระป๋องและยา ซึ่งมองโดยรวมแล้วมันน่าจะเป็นกล่องยังชีพ
"โถ่เอ่ยนึกว่าอะไร" ผมอุทานออกมาอย่างผิดหวังสุดๆ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นพวกอาวุธร้ายแรงหายากซะอีก "มีอะไรจำเป็นต้องใช้ไหมเนี้ย"
ผมยืนขึ้นท้าวสะเอวแล้วหันไปถามเอิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
"อืม.. ไม่ น่า จะ.. มี ห๊า!!" ว่าแล้วเธอก็หยิบห่อเข็มฉีดยาและห่อใสๆที่มีขวดยาเล็กๆอยู่ข้างในขึ้นมา ทำเอาผมถึงกับงงว่ามันคืออะไร เอาไป
ทำใมกัน "อินซูลีนพร้อมไซริ้งค่ะ อืม.. งงหรอค่ะ" เธอตอบพร้อมถามในประโยคเดียว คงจะเห็นผมทำหน้าตาฉงนถึงได้พยายามจะอธิบาย
"นี้คือไซริ้ง.." เธอยกห่อที่ถืออยู่ในมือซ้ายขึ้นมาให้ดูพร้อมกำลังจะอธิบาย
"พี่รู้ว่ามันคือเข็มฉีดยา แต่อันเนี้ยจะเอาไปทำอะไร?" ผมพยายามถามถึงของอีกสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือข้างขวา
"อ๋อ นี้คืออินซูลีนค่ะใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน"
"......................?!?"
"คือใช้รักษาอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้"
"ห๊ะ??"
"เอาเป็นว่าถ้าพี่รู้สึกหน้ามืด ใจสั่น หิว ง่วงซึม ไม่มีแรง เหงื่อออกเยอะ อารมณ์หงุดหงิดง่าย สับสน ตาพร่า เหงื่อออกขณะหลับ 
ปวดศีรษะและมึนงง ตัวนี้มันช่วยได้ค่ะ"
"อะ อะไรนะ??"
"ใช้วิธีฉีดเข้าใต้ผิวหนัง จบ!!" 
"อึ๋ย น่ากลัว~"
"พี่เคยเป็นแบบนี้รึป่าวค่ะ"
"เหอะๆบ่อย"
"นั่นแหละ อาจมีสิทธิ์เป็นโรคเบาหวาน!"
"นี้เราจะรู้มากไปป่ะเนี้ย ไปรู้มากจากไหน!!"
"มันเป็นพื้นฐานวิชาหมอค่ะ" 
เหอะ! เหลือเชื่อเลยผู้หญิงคนนี้พึ่งอยู่มอหกเองไม่ใช่หรอ..
"และนี้ น้ำเกลือบริสุทธิ์" ^^ เธอชูถุงน้ำใสๆขึ้นอย่างดีใจสุดๆเหมือนนักฟุตบอลได้โล่รางวัล
"เอาไปเยอะเดียวก็หนักหรอก"
"ไม่หนักค่ะ เพราะพี่เป็นคนสะพาย" ว่าแล้วเธอก็จับผมให้หันหลังให้เธอเพื่อที่จะได้ยัดของที่ต้องการลงในเป้ ซึ่งผมเองก็ได้แค่ทำตามที่เธอบอก
"อืม.. ของอย่างอื่นที่ฐานเราก็มีหมดแล้ว ไปกันเถอะค่ะ" เธอพูดขึ้นหลังจากสำรวจกล่องนั้นจนถี่ถ้วน
คงไม่แปลกหรอกใช่ไหม ที่กล่องยังชีพจะมีเครื่องนุ่งห่ม อาหารและยา แต่มันจะมีอินซูลีนรักษาเบาหวานมาด้วยทำใม!! 
ผมได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปให้เสียเวลา นอกซะจากเดินตามเธอไปก็เท่านั้น..
---------------------

ตี๊ดๆๆๆๆๆ....
เสียงสวิตย์สัญญาณอะไรบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลังกล่องที่ดูเหมือนถูกติดตั้งมาด้วยหลังจากที่กล่องถูกเปิดออกโดยที่ไม่ทันได้มีใคร
สนใจ สัญญาณนั้นดังเป็นจังหวะพร้อมกับแสงไฟที่กระพริบอยู่ตลอดเวลา..

----------------------

"ระวังนะ.." ผมบอกเอิงให้ระวังตัวเมื่อพวกเราเดินทางมาถึงสี่แยกกลางเมือง บรรยากาศสภาพแวดล้อมยังคงไม่เปลี่ยน ยังคงเงียบและอึ้ม
ครึ้มเหมือนเดิม พวกเราได้แต่ซุ่มหลบอยู่หลังถังขยะสีเขียวใบใหญ่ก่อนที่ผมจะกวาดสายตาไปรอบๆบริเวณเพื่อหาสิ่งผิดปกติ
เพราะบริเวณนี้มันเป็นลานกว้าง ถ้าขืนเดินดุ่มๆออกไปอาจจะเจอพวกมันวิ่งมาจากทั่วทุกสารทิศก็เป็นได้

แพล้ง!!! 
จู่ๆกระจกหน้าร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นแห่งหนึ่งก็แตกออกเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมกับร่าง!!!
ร่างใครบางคนที่มีลักษณะหัวที่โตมาก มองไกลๆเหมือนป๊อปคอนที่เรากินกันเวลาดูหนังในโรงอ่ะ อีกทั้งอะไรที่ดูคล้ายหนวดปลาหมึกขนาด
ใหญ่ที่ยาวเฟื้อยออกมาแทนช่วงแขนทั้งสองข้าง ซึ่งสังเกตุชัดๆจะเห็นว่าช่วงขากับลำตัวเป็นคนแต่หัวกับแขนไม่ใช่คนซะงั้น 

งานเข้า!!..
"พี่ปายเป็นไร!!" เอิงเธอถามขึ้นทันทีหลังจากที่ผมหันกลับเข้ามาทำท่าทางเตรียมตัวเตรียมใจ 
มันทำให้ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เกิดมายังไม่เคยเจออะไรน่าเกลียดน่ากลัวแบบนี้เลย ผมเป่าปากตัวเองอยู่สองสามทีก่อนจะตอบออกไป
"มนุษย์กลายพันธุ์!"
"อะไรน๊ะ!"
"ลองชะโงกหน้าออกไปดูดิ" ว่าแล้วเธอก็ทำตามที่ผมพูดทันที ไม่นานนักเธอก็กลับเข้ามานั่งในท่าเดิมพร้อมทำหน้าตาขยะแขยงสุดๆ
"ยังมีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกไหมเนี้ย" 
"คงจะเป็นคนที่ติดเชื้อขั้นรุนแรงหรือโดนเอาไปทดลองเพิ่มอะ"
"แล้วเราจะฆ่ามันยังไงค่ะ"
"ไม่รุ" เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมไม่สามารถสรรหาคำตอบมาตอบได้จริงๆ ทุกอย่างมันตื้อตันไปหมด นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี้ย!!
แล้วมันก็เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่ผมอุทานคำนี้ออกมา..
"ไม่เป็นไรนะค่ะพี่ปาย พี่ตาย! เอิงตาย!" เธอพูดพร้อมเอาสองมือเล็กๆมาโอบที่แก้มทั้งสองข้างของผม
เราสบตากันอยู่สักพักหนึ่งจนผมรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นและความไม่กลัวอะไรเลยในดวงตาของเธอ 
มือเย็นๆที่โอบแก้มผมอยู่นั้นมันทำให้ผมตระหนักได้ว่า เรามาไกลถึงขั้นนี้แล้ว ทำใมผมถึงต้องมาป๊อดอะไรง่ายๆเอาตอนนี้ด้วย
"พี่มีแผนอะไรไหม" และจู่ๆเธอก็ถามแทรกความคิดของผมขึ้นมา จนผมต้องสบัดหน้าออกจากอุ้งมือของเธออย่างเร็วพลัน
"เอ่อ.. คือ"
"ฮืม.. ใจเย็นๆค่ะ ค่อยๆคิด ไอ้ตัวประหลาดนั้นมันอยู่ห่างจากเราไปไกลพอสมควรอยู่เหมือนกัน"
"งั้นพี่ขอดูก่อนนะ" ว่าแล้วผมก็ชะโงกหน้าออกไปดูอีกที 
ผมเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมของมันอยู่สักพักจึงได้รู้ว่า มันไม่มีลูกกะตา ปาก และจมูก บวกกับท่าทางที่วิ่งพร่านชนนั้นชนนี้ไปทั่วของมันจนทำให้ข้าวของ
ในระแวกนั้นพังกระจัดกระจายเสียหายไปหมด ยิ่งแขนที่ดูเหมือนหนวดปลาหมึกของมันยังสามารถยื่นยาวออกมาได้อีกเท่าตัวดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก
และถ้าผมเดาไม่ผิด ... 

แพล้ง!! 
ผมเขวี้ยงขวดแก้วที่วางอยู่แถวๆนั้นไปยังฝั่งตรงข้ามกับจุดที่มันยืนอยู่ พร้อมกับลุกพรวดขึ้นทันทีไปยืนจังก้าเท้าสะเอวต่อหน้ามันใน
จุดที่มันจะสามารถมองเห็นผมได้อย่างชัดเจน   ใช่ผมใช้ตัวเองเป็นเป้าล่อมัน! 
ในมือยังคงกำปืนไว้แน่นเตรียมพร้อมจะเหนี่ยวไกลได้ทุกเมื่อ.. 
เอิงที่ตอนนี้หลบอยู่อีกฝั่งถนนได้แต่กวักมือเรียกผมอย่างคนตกใจสุดขีด เธอคงจะเป็นห่วงกับท่าทางของผมที่ไม่ได้นัดหมายหรือ
เตรี้ยมกันไว้ก่อนจนทำให้เธอเกือบจะวิ่งตามผมมา ผมจึงรีบส่งสัญญาณให้เธอเงียบและนิ่งที่สุดโดยการเอานิ้วชี้บังไว้ที่ปากพร้อม
กับคำว่า "ชู่ว์" ทันที เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงได้แค่ทำตามที่ผมบอก..
ผมยืนอยู่กลางถนนประจันหน้ากับมันไอ้ตัวปลาหมึกหัวโตที่ตอนนี้มันก็ยืนหันซ้ายหันขวาหาต้นเสียงของขวดที่ผมเขวี้ยงไปเมื่อกี้ 

และแล้วมันก็หันมาทางผม  มันเห็นผม !!!   แต่มันไม่ได้วิ่งตรงมาทางผม!! 
กลับวิ่งพร่านชนนั้นโน่นนี้ของมันเหมือนเดิม เป็นไปอย่างที่ผมคิด มันมองไม่เห็น ไม่ได้กลิ่น แต่รับรู้ได้ด้วยเสียง!!
ผมเขวี้ยงก้อนอิฐแถวๆนั้นเพื่อล่อให้มันไปไกลๆจากจุดนี้แล้วหาโอกาสวิ่งกลับเข้ามายังจุดที่เราใช้แอบซุ่มก่อนหน้านี้
"นี้พี่คิดจะทำอะไรค่ะ ไม่ปรึกษากันก่อนเลย รู้ไหมว่ามันอันรา.." เอิงเธอร่ายยาวออกมาเป็นหางว่าว ซึ่งผมเองก็เข้าใจความรู้สึกนี้ดี จึงได้แค่..
"ชู่ว์ เบาๆหน่อยซิ มันมองไม่เห็นแต่มันมีประสาสัมผัสรับรู้ได้ด้วยเสียงน๊า" ผมรีบใช้นิ้วชี้สัมผัสไปที่ริมฝีปากของเธอและ
คำพูดนี้เองที่ทำให้เธอหยุดชะงักไปได้ครู่นึง
"แต่มันอันตรายมากเลยรู้ป่าว ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจหม๊ายย!!" ><
สุดท้ายผมก็ต้องรีบเอามือปิดปากเธอให้เงียบอีกครั้ง จนเธอต้องตีมาที่มือผมเบาๆ
"พี่พอรู้แล้วแหละ ว่าควรจะจัดการกับมันยังไง!"
"อังไออ่า.." (ยังไงอ่ะ)
"เห็นไหมว่าเมื่อกี้มันเห็นพี่ แต่มันไม่วิ่งเข้ามา"
"อืมมม.."
"เพราะงั้นถ้าเราจะฆ่าหรือหนีมันก็ควรจะทำแบบที่เงียบและเบาที่สุด"
"อะอืม.." เธอพยักหน้าตอบรับผมทันทีราวกับว่าเธอจะเข้าใจที่ผมอธิบาย 
ผมคลายจึงมืออกจากปากเธอโดยเร็วแล้วรีบหันกลับไปมองยังจุดที่ไอ้ตัวสัตว์ประหลาดนั้นมันวิ่งรนรานชนนั้นชนนี้ไปทั่ว

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อีกฝั่งนึง...
แพล้ง!! 
"นี้มันตัวบ้าอะไรเนี้ย ทุกโคนวิ่งงงงง ปัง! ปัง!" สาวห้าวมาดแมนนาม นายบอล พยายามตะโกนบอกพวกพ้องด้วยน้ำเสียงตกใจสุดขีดเมื่อเห็น
แขกที่ไม่ได้รับเชิญวิ่งทะลุกระจกใสเข้ามายังภายในที่พำนักของตน พร้อมกับเหนี่ยวไกลใส่ไอ้ตัวนั้นไม่ยั้ง..

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนหลายชนิดดังขึ้นไม่ขาดสาย
"ทุกคนรีบวิ่งไปชั้นสองเร็ว ลุงเอียนนำไปเปิดประตูด่านฟ้าก่อนเร็ว !" เสียงสั่งการยังคงเด็ดขาดพร้อมกับเสียงปืนที่ระรัวใส่ตัวประหลาดตัวนั้น
แต่ทว่า.. มันกลับไม่เป็นอะไรเลย แถมยังยื่นแขนให้ยาวเฟื้อยออกมาได้อีกเหมือนหนวดปลาหมึกแล้วสบัดไปมาทำให้ของกินของใช้ที่เคยจัดเรียง
เป็นระเบียบแถวนั้นพังกระจัดกระจายไม่เป็นท่า อีกทั้งแขนของมันยังทำความเสียหายให้กับหลอดไฟที่ติดอยู่เพดานจนดูเหมือนดับบ้างติดบ้าง
และมันยังคงวิ่งตามสองคนที่รั้งท้ายตามมาติดๆ ทั้งสองจึงได้แค่ทั้งวิ่งทั้งยิงอลมาน..
"ยิงหัวมันซิบอล!" เสียงใหญ่ๆเข้มๆนาม ลุงหวัง ร้องตะโกนบอกสาวห้าวที่เป็นหลานเพื่อนของตนให้ลองใช้วิธีที่ตัวเองถนัดดู
ทั้งสองละเลงกระสุนสาดไปที่ส่วนหัวของสัตว์ประหลาดนั่น เป็นผลให้เศษเนื้อที่หัวของมันขาดหลุดลุ่ยกระจุยกระจายไปทั่วสารทิศ แต่กระนั้น
ก็ยังไม่วายที่มันจะแน่นิ่งเหมือนซอมบี้ตัวอื่นๆ และมันยังคงวิ่งตามมาเรื่อยๆ..
"ทุกคนขึ้นมากันเร็ว!" ชายวัยกลางคนนามลุงเอียน พยายามตะโกนและกวาดมือเรียกสมาชิกทุกคนให้เข้าไปยังประตูที่เขาเปิดรอไว้
บึ้ม!! ลุงหวังขว้างลูกระเบิดไปยังจุดที่ไอ้ตัวน่าเกลียดนั้นวิ่งตามมาก่อนจะรีบกรู่เข้าประตูไปสู่ด่านฟ้าของห้างแห้งนี้เป็นคนสุดท้าย!

ประตูแห่งนี้ถูกล๊อกสนิทโดยลุงเอียน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ออกห่างจากประตูนั้น
ปึ้ง! ปึ้ง! ปึ้ง! 
เสียงกระแทกประตูดังขึ้นหลายครั้งติดต่อกันจนเขาต้องสะดุ้งและรีบวิ่งที่มายังจุดที่ทุกคนชักปืนเตรียมพร้อมรออยู่
ก่อนที่เสียงนั้นจะค่อยๆหายไป..

"พี่บอล.. นั้นมันตัวอะไร" สาวหน้าลูกครึ่งเจ้าของทรงผมยุ่งเหยิงเอ่ยขึ้นพรางกอดคนที่ตัวเองไว้ใจและคิดฝากชีวิตไว้นั้นพร้อมกับเนื้อตัวที่
สั่นระริกของเจ้าหล่อน
"ไม่เป็นไร มันเข้ามาไม่ได้หรอก" เขาพูดปลอบใจพร้อมกับลูบเบาๆไปที่หัวของเธอทันที
"ตัวอะไรหว่ะไม่เคยเห็นมาก่อน โดนยิงหัว โดนระเบิด เสือกไม่ตาย" ลุงหวังพูดแทรกขึ้นพร้อมวางปืนไรเฟิลอันหนักอึ้งของแกลงกับพื้นเสียงดัง ผลึ่ก!
ด้วยอาการจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างเห็นได้ชัด
"ใจเย็นลุง มันอาจจะไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา แต่มันก็ต้องมีจุดอ่อนที่ไหนสักจุด" บอลพูดขึ้นทันที 
เขายังคงอาการใจเย็น ไม่ตื่น ไม่พลีผลามไว้ได้ดีเหมือนเดิม ในขณะที่เจ้าตัวหันไปยังชายอีกคนที่เป็นลุงแท้ๆที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไรก่อนจะเอ่ยถาม
"จะเอายังไงต่อไปดีหล่ะลุง"
"..........." คนที่ถูกถามไม่ตอบยังคงนั่งเงียบก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลานั้น 
เมื่อรู้ว่าไม่มีเสียงตอบกลับใดๆจากลุงของตนเขาจึงหันไปถามไถ่สมาชิกอีกสองคนที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นไม่ต่างไปจากคนที่อยู่ในอ้อมอกเขาตอนนี้
"ไม่เป็นไรใช่ไหม แจม เอ็ม"
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคนทั้งสองเช่นกันนอกซะจากท่าทางที่ดูเหมือนจะใช้การพยักหน้าแทนคำตอบที่ว่า ..ไม่เป็นไร..

เหตุการณ์ตอนนี้มันน่ากลัวกว่าตอนไหนๆที่ผ่านมา ปืนไม่สามารถใช้ได้กับไอ้ตัวที่พึ่งเจอมาเมื่อกี้ แม้แต่ระเบิดยังทำอะไรมันไม่ได้
ทุกคนอยู่ในท่วงท่าที่หวาดระแวงกันสุดๆไม่มีใครปริปากพูดอะไรเลย จนเวลาล่วงเลยมาได้สักพัก..
"ถ้าปายอยู่คงจะบอกเราได้.." ลุงเอียนเอ่ยขึ้น หลังจากที่นั่งเงียบมานาน

"ปาย.." บอลอุทานขึ้น 
'หวังว่ามันคงจะไม่เจอเรื่องเลวร้ายเหมือนพวกเรานะ...'

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สม! จบแล้ว รออ่านต่อ 55+

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น