วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 10

Chapter 10





"เอาล่ะ การที่จะเป็นนักล่าซอมบี้นั้นอย่างแรกเลยคือ ต้องไม่กลัว!" ลุงหวังพูดขึ้นหลังจากที่พวกเรามานั่งล้อมกลุ่มกัน
อีกรอบ
"ห่ะ นักล่าซอมบี้!!" ผมได้ยินถึงกับตกใจยิ่งกว่าได้เจอตัวมันเป็นๆซะอีก ที่เป็นอยู่นี้ยังจะเอาตัวไม่รอดเลย นี้จะให้ไปเป็น
นักล่าซอมบี้บ้าบออะไรนั้น โอ๊ยยไม่เอาด้วยหรอก จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"เฮ้ ฟังก่อนเซ่ไอ้ตัวเล็ก" โชคดีที่ลุงแกพูดขัดขึ้นก่อนก่อนที่ความคิดของผมจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากกว่านี้

ลุงหวังให้คำอธิบายว่า การเป็นนักล่าซอมบี้นั้นไม่ได้หมายความว่าต้องไปตามล่าล้างมันให้หมดไปจากโลก
แค่รู้จักช่วยตัวเองและคนอื่นให้มีชีวิตรอดได้อย่างกล้าหาญและชาญฉลาด ไม่กลัว ไม่เกรง คำว่านักล่านั้น เป็นแค่คำ
ที่ใช้เรียกให้ตัวเราฮึกเฮิมและกล้าที่จะต่อสู้ไม่ว่าจะต้องเจออะไรที่ร้ายแรงต่อจากนี้
และนั้นก็ทำให้ผมโล่งใจเป็นที่สุดเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกกระนั้น นึกว่าจะต้องออกไปตามล่าล้างผีดิบพวกนี้ซะอีก
"เอาละทุกคนใช้ปืนกันเป็นแล้วใช่ไหม?" ลุงเอียนถามขึ้น
"ครับ/ค่ะ" พวกเราทุกคนตอบออกมาพร้อมกันจะมีก็แต่เชอรี่เท่านั้นที่ไม่ได้พูดอะไรเพราะมัวแต่สั่นที่ในมือยังถือปืนแบบ
เด็กน้อยที่ไม่เคยรู้จักปืนมาก่อน ทำให้พวกเราทุกคนได้แต่มองหน้ากัน

"เชอรรี่ไปกับพี่ป่ะ!" บอลพูดพร้อมกับพยุงตัวเชอรี่ให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปทางโซนด้านหลัง ไม่รู้ว่าจะไปไหนกัน!
"เรื่องปืนสั้นเจ้าบอลมันเก่งนะ ลุงแทบไม่ต้องสอนอะไรมันเลย" ลุงหวังแอบหันมากระซิบกับพวกเราหลังจากที่เชอรี่กับบอลเดินพ้นออกไป
และนั้นทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าบอลจะไปพาเชอรี่ไปไหน ไปทำอะไร คงจะไปสอนการใช้ปืนและเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอกระมั้ง
ผมกับมินหันมายิ้มให้กันแบบตามองตา ใจมองใจ ในเวลาแบบนี้มันให้ผมคิดว่าทำใมเธอช่างน่ารักได้ขนาดนี้นะ
รึว่าผมเริ่มหลงรักเธอเข้าแล้วจริงๆ.. ^^

ไม่นานนักเราก็มารวมตัวเพื่อรับประทานอาหารกัน อาหารทั้งหมดที่นำมาวางนั้นทุกอย่างถูกจัดเก็บอยู่ในกระป๋องเป็นอย่างดี
ใช่แล้วครับ! มันคืออาหารกระป๋องล้วนๆ ผลไม้ยังเป็นผลไม้กระป๋องเลย แต่ก็มีครบดีนะ
ตอนนี้ผมเริ่มจะชินกับการที่ต้องเดินไปหยิบนั้นโน่นนี้ตามอำเภอใจโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับแล้วละครับ
การสอนให้ใช้อาวุธปืนนั้นมันทำให้ผมป๊อดน้อยลงและตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผมเข้มแข็งขึ้น กล้ามากขึ้น
บวกกับการที่รู้ว่าต้องเจอสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวอยู่ตลอดเวลาซึ่งอันตรายมากถึงขั้นอาจจะตายได้ทุกเมื่อนั้น
มันก็ยิ่งทำให้ผมตระหนักได้ว่าผมจะต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ เลิกขี้กลัว เลิกระแวง เลิกโวยวาย พร้อมที่จะปกป้องตัวเอง
และคนที่เรารัก จิตใจผมตอนนี้มันนิ่งและเย็นชาขึ้น แต่ความบ้าระห่ำ ขี้เล่นก็ยังคงมีมาได้ไม่ขาดสายนะ ผมรู้สึกอย่างนั้น..

ผมเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายใจมายังโซนขนมเพื่อหาช๊อกโกแลตที่ผมชอบกิน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะหาเจอนั้น
ปั้ง!!
เสียงปืนดังมาจากทางด้านหลังที่ซึ่งไม่ห่างไกลออกไปนัก ผมสะดุ้งตกใจถึงได้รีบวิ่งไปดู จนในที่สุดก็มาถึงและพบว่าเป็นบอล
กับเชอรรี่นั้นเอง สองคนนั้นมาทำอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆด้วย
"อะ.. ฮืม!" ผมกระแอมอย่างดังเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตอนนี้มีผมมาเป็นก้างขวางคอแล้วนะ

เมื่อรู้ตัวทั้งสองจึงรีบเก็บอาการให้เหมือนปกติ
"เคร่งเครียกันจังเลยน๊า" ผมพูดแซวเพื่อนหลังจากที่มันลุกลี้ลุกลนเก็บแขนตัวเองให้เข้าที่ ซึ่งก่อนหน้านั้นมันอยู่ในท่าโอบ
เชอรรี่จากด้านหลังในท่าเลงปืน
"มีอะไร" บอลถามขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
"คือจะมาบอกว่าอาหารพร้อมแล้วขอคร๊าบ เชิญพวกคุณทั้งสองที่โต๊ะอาหาร" ผมพูดไปยิ้มไป สายตาก็กวาดมองไปยังเชอรี่ซึ่ง
ก็รู้ได้เลยว่าเธอคงจะเขิน น่าแดงเชียว เช่นกันกับเพื่อนผมที่เขินน่าแดงไม่ต่าง แต่ก็ยังอุส่าห์ทำหน้าโหดอยู่ได้ ไม่รู้จะเก๊กไปถึงไหน

ในระหว่างทางที่เราเดินกลับนั้นผมก็ยังไม่ลืมที่จะหยิบเอาช๊อกโกแลตกลับด้วยและที่สำคัญผมเองก็ยังมีเรื่องที่สงสัยมากๆ
จนรู้สึกอยากจะถามเพื่อนขึ้นมา
"มึงใช้ปืนสั้นเป็นด้วยหรอว่ะ"
"เอ่อ!"
"เฮ้ย เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่หว่ะ ใมกูไม่ยักกะรู้"
"เรื่องของกูโว๊ย!"
อึ๋ย! สงสัยมันจะยังไม่หายโกรธที่ไปขัดจังหวะอินเลิฟของมัน แค่นี้ก็ต้องขึ้นเสียงด้วย นี้ถ้าเป็นปกติผมจะน้อยใจไปแล้วนะเนี้ย
แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เพราะผมรักเพื่อนผมคนนี้มาก รักจะตาย ฮาฮ่า (เกี่ยวอะไรกัน)

---------------------------------------------------------------------------------


เฮ้ๆๆๆๆ มีครายอยู่หม้ายยยยยยยยยยย  ปึง ปึง ปึง !!!!!!!
ช่วยด้วยยยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!
 เหมือนจะได้ยินเสียงมาจากประตูฉุกเฉิน เป็นเสียงผู้หญิงด้วย เอาอีกและ เป็นอย่างเดิมทุกระเบียบนิ้ว บอลวิ่งนำหน้าผมผ่าน
จุดที่วางสำรับข้าวที่ผมกับมินช่วยกันหามาไว้  ผมที่วิ่งตามไปก็เจอลุงหวังกับลุงเอียนและมินยืนอยู่ก่อนแล้ว
ลุงทั้งสองกับบอลช่วยกันดันประตูอันหนักอึ้งนี้ออกอีกครั้ง..

เราได้ตัวเด็กผู้หญิงคนนึงเข้ามาแล้วโดยมีมินเป็นคนคอยกระชากตัวคนแปลกหน้าเข้ามา
แต่!! ไม่ทันมินจะยื่นมือไปดึงอีกคนเข้ามา ก็กลับมีแขนอีกคู่หนึ่งเน่าๆเละๆมากระชากดึงเธอออกไปทันที
กรี๊ดดดดดดด!!! เสียงมินกับเสียงเด็กผู้หญิงนั้นกรีดร้องพร้อมกันสุดท้ายตัวมินเองที่ถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว!!!
ปายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!! เธอร้องเสียงดังลั่น
ม่ายยยยยยยยยย!!!! ผมร้องออกมาสุดเสียงสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่มินที่กำลังโดนฝูงซอมบี้เชี้ยพวกนั้นลากออกไป
โดยมีลุงหวังกับลุงเอียนช่วยกันดึงประตูเข้ามาอย่างยากเย็น
ม่ายยยยยยยยย มินนนนนนนนนนนนนนนน!!!! ผมขัดขืนสุดขีด โดยที่มีบอลล๊อคตัวไว้จากด้านหลัง ไม่ให้ผมเข้าใกล้
ประตูนั้น
"มึงอยากตายรึไงห่ะ!!" บอลกระแทกเสียงใส่หูผม แขนมันยังคงล๊อคคอผมไว้ ที่ดิ้นได้ตอนนี้ก็มีแค่ขากับมือเท่านั้น

ม่ายยยยย มินนนนนน!!! น้ำตาผมไหลออกอย่างควบคุมไม่ได้ ใจผมจะขาดที่ผมต้องมาเห็นคนที่ผมรักตายไปต่อหน้าต่อตา!

------------------------ 8
ปึ๊ก!
ประตูฉุกเฉินถูกปิดลง ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงลมหายใจใครสักคน ร่างกายผมตอนนี้เหมือนคนไม่มีกระดูก แต่ยังดีที่มี
บอลที่คอยพยุงตัวไว้จากด้านหลังและเชอรี่ที่กุมมือผมอยู่ตลอดเวลา
กับเด็กคนนั้น!!
ที่เอาแต่นั่งร้องให้โดยมีคุณลุงทั้งสองนั่งอยู่ข้างๆ
'คนที่น่าจะร้องให้หนักๆควรจะเป็นกูนี้ ไม่ใช่มึง!! รอดชีวิตแล้วจะร้องให้หาพระแสงอะไรว่ะ' ผมได้แต่คิดในใจพร้อมกับสาย
ตาที่เพ่งมองไปยังยัยนั้นแบบรังเกียจเดียดฉัน
"พี่ฟิน.." เด็กนั้นพูดออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่มีท่าว่าจะดังขึ้น
น้ำตาผมยังคงไหลออกมาไม่รู้จบ นึกถึงหน้ามินตอนที่โดนดึงออกไป มันทำให้ผมต้องเอามือปิดปาก
ตัวเองแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างควบคุมไม่ได้พร้อมกับเสียงร้องให้ ฮือออออออ...
"ใจเย็นหว่ะเพื่อน" บอลพูดขึ้นพร้อมกับตบไหล่ผมเบาๆ
ผมพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่หันไปกอดมันเหมือนเด็กน้อยขี้แยอ้อนพี่ชายตอนอยากได้ของเล่น
บอลได้แค่ลูบหัวผมเบาๆและตบไหล่ผมอยู่ตลอดเวลา..

เราทุกคนกลับมานั่งล้อมวงกันอีกครั้งพร้อมกับสิ่งที่วางอยู่ข้างหน้าเราคือสิ่งที่ผมเรียกมันว่าสำรับอาหารที่ผมกับมินช่วยกันจัดแจงเอาไว้
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์บ้าๆนั้น ผมเหม่อเลยมองปลากระป๋องป๋องนึงที่มินเป็นคนเปิดไว้ก่อนหน้านี้แล้วบอกกับผมพร้อม
กับรอยยิ้มที่แสนจะน่ารักว่า 'นี้เค้าให้เตงนะ' พร้อมกับคำตอบที่ผมตอบกลับไป 'ไม่เอาอ่ะ เค้าจะกินกับเตง' ^^
มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นสีชมพู จนกระทั่งผมอยากกินช๊อกโกแลตแล้วเดินออกมา...
น้ำตาผมไหลหยดลงบนตักตัวเองแบบที่ห้ามไม่อยู่จริงๆจะโทษใครก็ไม่ได้ จะมีก็แต่สิ่งที่ทำให้ผมรังเกียจสุดๆตอนนี้คือ
ยัยเด็กผู้หญิงคนนั้น!! เธอมาร่วมวงอาหารกับเราด้วย สมาชิกใหม่ที่ผมไม่อยากต้อนรับ..
    ทุกคนนั่งทานอาหารกันอย่างเงียบๆจะมีก็แต่ยัยนั้นที่เหม่อลอยบ้างกินบ้างไม่ต่างไปจากผม เห็นแล้วก็ยิ่งทำให้หมั้นใส้เข้า
ไปใหญ่ มันเป็นการมาของสมาชิกใหม่ที่ต้องแลกกับการสูญเสีย..
สูญเสียคนที่ผม...
รัก...

เช้าวันต่อมา
ก็น่าจะเช้าแล้วแหละ ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มสว่างแล้ว
กรี๊ดดดดดด!!
ผมรีบหันไปมองยังต้นเสียงที่ทำให้ผมสดุ้งตกใจในครั้งนี้ และผมก็พบกับ..
ยัยเด็กบ้าคนเมื่อวานนี้!! ยัยมารหัวใจของผม เธอมานอนข้างๆผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่หน้าตาเธอตอนนี้เหมือนกำลังตกใจ
อะไรสุดขีดพร้อมชี้มาที่หน้าของผม เสียงเธอทำเอาทุกคนตื่นกันหมด
ยัยบ้าเอ้ยจะตกใจอะไรกันนักหนา!
"พะ.. พี่!" เธอพูดแบบกระตุกกระตักมือก็ยังชี้มาที่ผมไม่เลิก ตัวก็ผงะออก ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจยัยนี้มันเป็นอะไรมากมั้ย..??
"ไอ้ปาย! นี้มึงยังไม่ได้นอนใช่ไหม?" บอลรีบลุกจากที่นอนกรู่เข้ามาจับที่ใบหน้าของผม ซึ่งตอนนี้ผมเองก็รู้สึกตัวเองว่าเบลอๆ
ได้เต็มที่แล้วสติสตังก็เริ่มจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"อืม รู้ได้งายยย" น้ำเสียงของผมที่เปล่งออกมานั้นเหมือนจะไม่ไหว อาจเป็นเพราะผมมัวแต่คิดมากเรื่องมินจนหลับไม่ลง
"ก็หน้ามึงยังกะผีตายซากยังเงี้ย กูไม่สงสัยเลยที่น้องเค้ากรี๊ด" บอลพูดทั้งที่ยังคงจับใบหน้าผมให้หันซ้ายหันขวา
ในขณะที่เชอรี่เองก็ยื่นกระจกเล็กๆมาให้
อ๊ากกกกกก!! ผมร้องเสียงหลง
"กูตายแล้วหรอ!" ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อเห็นหนังหน้าตัวเองในกระจก ตอนนี้หน้าตาผมน่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้ตัวไหนๆซะอีก
ปากซี้ดคล้ำ ขอบตาดำและยานลูกตาก็หลุบลง โหนกแก้มก็เหมือนมีคนเข้าไปนอนชันเข่าเล่นอยู่ข้างใน แก้มก็มีเส้นเลือดฝอย
บางๆขึ้น เส้นผมก็ปิดตา โอ๊ยยยสภาพ อย่าให้พูดเลยครับ พระเอกหนังเรื่อง ซอมบี้ที่รัก ก็ยังไม่ปาน...
ผมมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วหันกลับไปมองยัยเด็กบ้านั้น คนที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้แล้วรู้สึกรังเกียจขี้หน้าเธอมากขึ้นกว่าเก่าซะอีก

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น