วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 12

Chapter 12



ฉันกลับมายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้ง หลังจากเมื่อวานที่ฉันต้องสูญเสียคนที่ฉันรักไป พี่ฟิน.. พี่สาวของฉัน! การสูญเสียครั้ง
นั้นทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ฉันต้องเข้มแข็งและต้องไม่กลัวอะไร เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาฉันมีพี่คอยดูแลมาตลอด
มันเป็นการจากไปที่ทรมานที่สุดในชีวิตของฉันและคราวนี้ฉันต้องดูแลตัวเองให้ได้!!

ฉันยืนถือปืนเก้ๆกังๆประหม่าอยู่ไม่น้อย มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ เพราะความจำเป็นด้วยซิ..
และที่ยืนติด ไม่ซิ.. พิงหลังฉันอยู่นั้นเป็นหนุ่มทอมน่าตาดี ฉันหลงรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ตั้งสติได้ หลังจากที่ร้องให้อย่างหนักให้
กับการที่ต้องเสียพี่สาว ส่วนเขาเองก็ต้องมาสูญเสียคนรักไปพร้อมๆกัน ฉันพยายามขอโทษและทำทุกอย่างให้เขาเข้าใจฉัน
แต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจฉันเลยแม้แต่นิดเดียว แค่หน้ายังไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำ เค้าคงจะเกลียดฉันจริงๆที่เป็นต้นเหตุ
ทำให้แฟนเค้าตาย..

"อ๊ะ" ฉันยื่นผ้าปิดจมูกที่ฉันแอบหยดน้ำการบูนให้เขาเพราะรู้มาว่าเขาเป็นคนแพ้เลือดและอาจหน้ามืดได้ง่ายๆในทุกๆสถานการณ์ที่
เกิดขึ้น ขณะที่เค้าเองก็รีบยื่นมือมารับอย่างร้อนรนด้วยสีหน้าท่าทางแปลกๆ คงจะคิดว่าฉันรู้ได้ไงละซิท่า ฮาฮ่า อยากจะบอกว่าที่ฉัน
รู้เรื่องของนายทั้งหมดเพราะที่บอลบอกหรอกจ้าาา ^^ ฉันถูกฝึกให้ยิงปืน การเอาตัวรอดและการเป็นคู่หูที่ดีของนายนั้นมากจากคุณลุงใจดี
ทั้งสองและพี่บอลทั้งนั้น ฮิฮิ ฉันจะทำให้นายรักฉันให้ได้...

คนที่ใช่.. !
คนในสเปค..! คือเธอ

ฉันนี้บ้าติ๊งต๊องมาแต่ไหนแต่ไรแล้วหล่ะ มันเป็นสันดานของฉันมาตั้งแต่เกิด ความเสียใจอ่อนไหวง่ายก็มี แต่ก็แค่แป๊ปเดียวเท่านั้นแหละ
ตอนนี้ฉันดีใจสุดๆที่ได้อยู่กับเค้าสองต่อสอง ถึงเอ่อ.. จะอยู่ในสถานที่ที่เลวร้ายบ้าบอแบบนี้แต่ฉันก็รู้สึกดีที่มีเค้าอยู่ข้างๆแบบที่ไม่
เคยเป็นและรู้สึกมาก่อน และนี้ใช่ไหมที่เค้าเรียกกันว่า รักแรกพบ..

ซี่ ซี่ ~~
'จะยื่นเหม่อกันอีกนานไหมครับ ฟ้าจะมืดแล้วนะครับ' เสียงห้าวๆดังขึ้นจากวิทยุสื่อสารสีแดงที่เหน็บอยู่ที่เอวของฉัน
"รับทราบเจ่าค๊ะ" ฉันตอบกลับไปพร้อมกับเก็บอุปกรณ์สื่อสารเข้าที่เดิม
"นี้เธอพกของพวกนี้มาด้วยหรอ!" คุณชายปายเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับทำสายตาแปลกๆอีกแล้ว อยากจะบอกนะว่าในเป้ข้างหลังนี้มีโทรศัพท์
มือถือพร้อมใช้อยู่อีกตั้งสองเครื่องจ้า ขโมยมาจากเค้าเตอร์โซนขายมือถือโน่นแน่ะ แฮ่ๆๆ

จากนั้นฉันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากยิ้มให้เค้าก่อนจะก้าวเท้าเพื่อออกเดินทาง

เรามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตอกที่ข้างหลังเป็นทางกลับไปยังประตูฉุกเฉินที่เราจากมา ฉันมองเขาไม่ละสายตา เขาเคร่งเครียดในสี
หน้าท่าทางมาก จริงจังอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่บ้างดูเหมือนบุลคลคนยากที่จะเดาและหยั่งถึง เหมือนจะคิดมากอยู่ตลอดเวลา
แต่อีกนัยนึงก็ทำให้ฉันคิดว่า ฉันคงประสาทแตกเข้าสักวันแน่ๆถ้าต้องอยู่กับคนที่จริงจังกับชีวิตขนาดนี้
แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะรัก ฉันจะพยายาม.. ^^

"โอ๊ย อากาศช่างเป็นใจให้นอนอยู่ที่บ้านเจ้งๆ" อยู่ๆเค้าก็บ่นขึ้นมา พร้อมกับดึงหน้ากากอนามัยออก
ฉันไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พลันเหลียวซ้ายแลขวาหันกลับไปมองยังตึกที่เราออกมา ฉันเห็นลุงหวังโบกมือให้เราอยู่ด้านหลังกระบอกปืน
ปืนไรเฟิลของแกบนด่านฟ้าของตึก ชั้นสองจะเป็นพี่บอลกับเชอรี่ทั้งคู่ก็โบกมือให้เราผ่านกระจกใสเช่นกัน ส่วนชั้นล่างจะ
เป็นลุงเอียน ทุกคนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ฉันเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้
การยิงปืน! เป็นสิ่งที่ฉันอยากทำมานานแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าวันนึงจะต้องใช้ในเหตุการณ์หน้าซิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ปรื๋ออ..

เราสองคนค่อยๆวิ่งไปอย่างเบาที่สุด พลันสายตาก็เหลือบไปเจอพวกคนตายเดินได้กลุ่มนึงกำลังรับประทานคนเป็นที่ตาย
แล้วอย่างเอร็ดอร่อย ตึก! ฉันชนแผ่นหลังของเขาเต็มๆเพราะไม่รู้ว่าอยู่ๆเขาจะหยุดวิ่งกระทันหัน จากนั้น
เขาก็ค่อยๆนั่งยองๆลงแล้วเล็งปืนไปที่หัวของพวกมันด้วยลำแสงเลเซอร์ที่ติดมากับตัวปืนอย่างนิ่งๆด้วยอาการสงบมากๆ
ปัง! นัดนั้นทะลุสมองพวกมันตัวนึงให้ได้นอนดิ้นชักกะแด่วไปกับพื้น ส่วนตัวที่เหลือนะหรอ! เมื่อเห็นเพื่อนทำท่างทางแปลกๆจึงพา
กันหันมาพร้อมกันทันทีตามสัญชาตญาณไม่ว่าจะของคนหรือผี สภาพพวกมันแต่ละตัวเน่าเฟะดูไม่ได้ บางตนมีหนอนชอนไช
อยู่ตามใบหน้าบ้างหล่ะ แขนขาไม่ครบบ้างหล่ะ ไอ้ตัวฉันเองก็ไม่เคยมีความรู้สึกว่าจะกลัวผีแต่อย่างไร แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ
ทำใมต้องกลัวหนอนมากขนาดนี้ทั้งๆที่มันก็ตัวเล็กๆขยึกขยือ แหวะ!

ปัง! ปัง! สองนัดที่ฉันเหนี่ยวไกลในท่านั่ง ฉันพยายามเลืยนแบบเขาแต่ก็ยิงพลาดไปโดนแค่แขนกับหน้าอกมันเท่านั้น!
แต่คุณชายนายนี้นะซิ แม่นเป็นบ้า! ไม่นานเค้าก็จัดการซะเรียบให้ได้นอนดิ้นกะแด่วกองกันอยู่ตรงนั้น
'ป้าดด!! เท่ห์จริงๆ ทอมไรก็ไม่รู้' เจ๋งหว่ะ.. > <
"มีประโยชน์เป็นบ้างไหมเธอ!" เค้าหันมาคอนฉันพร้อมเปลี่ยนแม๊กส์กระสุนปืนอย่างเร็วพลัน
"โด่ว.. ก็ใครจะไปเก่งเหมือนพี่นิ" ฉันไม่สามารถพูดอะไรไปได้มากกว่านี้ จึงได้แต่คอนเขาในใจว่าจะอารมณ์ร้ายขี้หงุดหงิดไปไหน
แต่ก็อภัยให้ เพราะท่าสวยเฉยๆหรอกนะ > <
แต่ ...
"ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นได้ป่ะ เอิงรู้สึกกลัวขึ้นมาก็เพราะพี่นี้แหละ" อยู่ดีๆความรู้สึกก็สั่งให้ฉันพูดออกมาแบบนี้
"อยากตายนักรึไง!"
"โด่ว.."
"เฮ้ยยยย!!"  ฟิ้ว พลั่ก
อยู่ดีๆ เค้าก็ร้องขึ้นแถมยังดึงตัวฉันเข้ามากอดอีก นี้เค้าเริ่มพิศวาทฉันแล้วหรอเนี้ย >,<
ตะ.. แต่ กอดแน่นเกินไปแล้วนะ หะ.. หายใจไม่ออก!!
"นี้เธอ!! เกือบได้ตายสมใจฉันแล้วไหมละ ดีนะที่ลุงหวังช่วยไว้ได้ทัน" เขาพูดขึ้นพร้อมชู้สองนิ้วแตะหน้าผากแล้วหันไปทางตึกที่เราจากมา
"นี้พี่จะพูดดีๆกับเอิงให้เหมือนหน้าตาตัวเองหน่อยไม่ได้รึไงค่ะ"
"เพื่อ!"
"ก็..!!" ยังไม่ทันจะพูดจบ เขาก็เดินจากไปก่อนซะแล้ว
ฮึ๊ย! อีตาตัวเตี้ย ดั้งแหมบ! ฉันรู้สึกจี๊ดขึ้นมาแต่ก็ต้องควบคุมตัวเองให้เย็นไว้ ><"

แต่ก่อนที่จะก้าวเท้าออกเดินนั้นฉันก็ยังไม่วายที่จะอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
จึงได้หันซ้ายหันขวาจนพบว่า มีพี่ผีหน้าเน่าตนหนึ่งนอนคอหักอยู่บนพื้นพสุธาอยู่
ด้านหลังไม่ห่างจากฉันเท่าไหร่นักพร้อมกับกลิ่นคาวๆที่เริ่มฟุ้งขึ้นในขณะนั้น และนั้นเองคือ
เหตุผลที่ทำให้เขาต้องกอดฉัน กลิ่นเหม็นสาบนั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นฉันจึงรีบ
สาวเท้าวิ่งตามเค้าไปเพราะถ้าขืนยืนดูนานกว่านี้มีหวังฉันได้อ้วกแต่แน่เลยจ้า..

เราเดินมาตามทางเรื่อยๆ และ...งานเข้า!
ข้างหน้าเราเรามีฝูงพวกพี่ๆเค้ายืนรออยู่เต็มเลย บางตนก็โบกมือให้.. บางตนก็ยิ้มให้.. จะบ้าหร๊อ!! ยืนจังก้าทำท่าทาง
หน้ากลัวอยู่ต่างห่างหล่ะ และท่าจะประคับประคองตัวเองให้ยืนตรงๆไม่ได้ด้วยอะนะ ก็น่าจะทำตัวให้ตายๆไปซะ
เพราะพวกพี่ก็เคยตายมาก่อนแล้วนี้นา T~T หนูไม่ได้กลัวนะ แค่หนูอยากจะอ้วกเท่านั้นเอง รับสภาพไม่ได้
"เดี่ยวก่อน! เธอต้องพยายามเล็งยิงที่หัวมันนะ เป็นวิธีที่จัดการมันได้เร็วที่สุดและได้ผลดีที่สุดแล้วก็ พยายามอย่าตื่น!"
'ใครตื่นกันย๊ะ! ฉันเห็นก็มีแต่แกเท่านั้นแหละที่หน้าซี้ดตาตื่นเหงื่อออกผุดๆเต็มหน้าไปหมด' ฉันคิดในใจ
แต่เรื่องนี้พี่บอลก็เคยบอกมาเหมือนกันนะว่า ให้ยิงที่หัว แต่ปืนมันหนักอ๊ะ! ฉันยกมันไม่ขึ้นหรอก จะเหนี่ยวไกลทีไรมือสั่นทุกที

และก็ยังเหมือนเดิม.. ฉันยิงพลาด ไม่โดนจุดสำคัญของมันเลยสักตัว - -"
"พอเหอะ เปลืองลูกกระสุน! ยืนยิ้มอยู่เฉยๆให้พวกมันดูก็พอ"
แหม ช่างเป็นคำพูดที่เหน็บแหนมกระแทกแดกดันได้ดีจริงจริ๊ง

ปัง! ปัง! ปัง! และ ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนยังคงดังขึ้นอีกหลายนัด
แต่ฉันกลับมองไม่เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยเพราะมัวแต่ยืนเอามือปิดหูหลับตาปี้หลบอยู่ข้างหลังเค้าเนี้ย!! ได้ยินแต่เสียง
ปืนดังสลับกันมั้วไปหมด พวกของเราที่อยู่บนตึกก็คงกำลังพยายามช่วยเราอยู่เหมือนกันซินะ
แต่เอ๊ะ!
ฉันก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียง 'อือ.. อๆ' ดังมาจากที่ไหนสักที่ในระยะที่ไม่ห่างออกไปนัก เป็นเหตุให้ฉันต้องลืมตาขึ้นมาดู
หวัดดีจ้า!!  ^^"
ไอ้ผีบ้าตัวนึงเดินเข้ามาจะประชิดตัวฉันอยู่แล้ว! ฉันตกใจมากเลยถอยเถลาอย่างแรงจนเซไปชนเขาที่กำลังเหนี่ยวไกลอยู่ไม่ขาดสายใส่พักพวกของมันในรัศมีรอบๆ
ก่อนจะล้มลงไปกองกันอยู่ที่พื้น แต่ก่อนที่ฉันจะล้มลงไปดีนั้น สัญชาตญาณของคนปกติมันสั่งให้ฉันคิดได้ว่าต้องรีบทำอะไรสักอย่างโดย
เร็วที่สุด จังหวะนั้นฉันหงายปากกระบอกปืนขึ้นจ่อไปที่ใต้คางของมันและเหนี่ยวไกลทันที ชั่วะ!....

อึ่ก! เสียงแผ่นหลังของฉันกระแทกลงอย่างจังกับหน้าอกของเค้า
ทุกอย่างเงียบลง.. ความสับสนอลม่านที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ได้หยุดลงไปด้วย..
หัวใจฉันเต็นไม่เป็นจังหวะ ไม่เคยเจอวินาทีเฉียดตายที่ใกล้ขนาดนี้ เกือบหัวใจวายตายแน่ะ
ฉันฆ่าคนหรอเนี้ย!! ไม่ซิ
เค้าตายแล้วต่างหาก...

"โอ๊ย!!" เขาร้องขึ้นเสียงดังแทรกความคิดทั้งหมดที่ฉันมี
"อ๊า!! " ลืมไปว่าตัวเองนอนทับตัวเขาอยู่ ฉันรีบลุกแล้วหันไปกลับไปพยุงตัวเขาค่อยๆประคองให้เขาลุกขึ้นในท่ายืน
และเหมือนจะรับรู้ได้ว่ามีน้ำอะไรเหนียวๆเปื้อนแขนเค้าอยู่ ตายละหว่า เลือด! เลือดสีแดงๆสดๆไหลเป็นทางยาวเต็มแขนซ้ายของเขาเลย
 ฉันเองก็ตกใจไม่น้อยแต่ต้องควบคุมสติเอาไว้ "พี่ปาย! พี่ปาย!" ฉันเรียกเขาหลายที แต่ไม่รู้ว่าเขาได้ยินฉันรึเปล่าอาการ
เหมือนคนงัวเงียไม่มีสติสตัง หรือว่า.. จะหน้ามืดไปแล้ว!! ฉันให้เขาโอบฉันไว้ในท่ากอดคอพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเจ้า
ท่อนเหล็กปลายแหลมที่เหมือนเป็นอุปกรณ์ก่อสร้างมีเลือดติดอยู่และสิ่งนั้นเองที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเลือดไหล..

ฉันค่อยๆประคองตัวเขาเข้ามาในร้านอะไรสักอย่างเล็กๆมืดๆและวางเขาลงอย่างทะนุทนอมก่อนจะพยามยามควานหาที่เปิดไฟจน
เจอ ตอนนี้ไฟสว่างแล้วฉันรีบวิ่งมาที่ที่เขานั่งอยู่  ในใจก็คิดว่าคนอะไรตัวเล็กนิดเดียวแต่หนักเป็นบ้าเลย เขายังคงไม่ได้
สติอยู่ในท่านั่งหลับตาคอตก ฉันจึงรีบเปิดเป้เอาเครื่องปฐมพยาบาลที่ฉันเตรียมออกมา แน่นอน!ในเป้ใบนี้มีแต่ของที่สำคัญและจำเป็น
ทั้งนั้นเพราะลุงเอียนบอกให้ฉันเป็นคนจัดหามาเอง ช่างเป็นบุคคลที่ชำชองและรอบครอบเสียจริงๆ  ไม่นานนักฉันก็จัดการกับแผลของ
เขาได้สำเร็จ มันเป็นแผลลึกเอาการอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับว่าที่พยาบาลอย่างฉัน ฮาฮ่า

เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ฉันเฝ้ามองบรรดาลุงๆป้าที่เดินสวนสนามกันไปมาโดยไร้ซึ้งลมหายใจด้วยความน่าสมเพช
ผ่านหน้าต่างบานเกร็ดตรงประตูที่ฉันถีบเข้ามาในตอนแรก ทุกๆคนน่าสงสารมากไม่รู้ว่าเป็นญาติของใครบ้าง มันทำให้ฉันคิดว่าถ้าฉันตายไปฉันจะเป็นอย่าง
พวกเค้าไหม.. เพราะฉันเองก็มีโรคประจำตัวอยู่เหมือนกันคือผนังหัวใจรั้วต้องคอยไปหาหมออยู่บ่อยๆถ้าเกิดหัวใจวายตายกระทันหันขึ้นมาฉัน
จะเป็นเหมือนพวกเค้ารึป่าว
แต่พี่ฟิน ฉันเฝ้าคิดถึงแต่เธออยู่ตลอดเวลาพี่สาวของฉัน...

 "น้ำ น้ำ..!!"  เสียงพี่ปายดังขึ้น ฉันรีบควานหาขวดน้ำดื่มในเป้สัมภาระยื่นให้เขา
"นี้เราอยู่ที่ไหน โอ๊ะ!!" ทันทีที่รู้สึกตัวเต็มที่เขาก็รีบถามขึ้นพรางเอามือจับไปที่แผลตัวเอง ฉันที่สงสารเค้าอยู่แล้วจึงได้
แต่เอ่ยถามออกไป "พี่เจ็บมากไหมค่ะ"
"ไม่หรอก แค่นี้ยังไหวอยู่" เค้าค่อยๆพยุงตัวเองให้นั่งอยู่ในท่าที่สบายกว่าเดิมสายตาก็มองไปยังนาฟิกาที่ติดอยู่กับข้อมือ
"สายขนาดนี้แล้วหรอเนี้ย เราต้องรีบแล้ว!!" แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลุกขึ้นยืนได้ดีนั้น เหมือนเขาจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้กระทันหัน
"ฉันว่าฉันจะต้องทำอะไรกับเธอสักอย่างแล้ว" และเขาก็ขว้ามือของฉันให้วิ่งตามไป!

"เธอต้องยกแขนขึ้นทั้งสองข้างแล้วยื่นออกไปข้างหน้าให้ตรงๆเข้าใจป่ะ แบบนี้.." เขาพยายามสอนฉันเกี่ยวการใช้ปืนโดยการ
ยืนโอบฉันจากด้านหลัง ฉันรับรู้ได้ถึงลมหายของเขา ความปารถนาดีและ.. "อย่างเกร็งซิ มีสติหน่อย ตั้งจิตทำใจให้นิ่งๆ คิดซะว่าพวก
นั้นมันจะเข้ามาฆ่าเธอ!" ฉันก็อยากจะทำตามที่เขาบอกอ่ะนะ แต่ตอนนี้จะทำจิตให้นิ่งได้ยังไงหล่ะก็เล่นมาโอบกันซะขนาดเนี้ย..!!
ปัง! เค้าใช้นิ้วชี้ของตัวเองบังคับนิ้วชี้ของฉันให้เหนี่ยวไกล วิถีกระสุนเกือบตรงกับเป้าที่เขาทำสัญลักษณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ว้าว..! ฉันอึ้งนิดๆไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะได้ผลจริงๆ นี้ขนาดไม่ได้ตั้งใจนะเนี้ย
"อ่ะ อีกที!" ว่าแล้วเขาก็ถอยออกห่างๆฉัน
ฉันที่เก้ๆกังๆไม่มีความมั่นใจนั้นพยายามใช้สายตาอย่างหนักเพื่อมองออกไปข้างหน้า "อย่าเกร็งขนาดนั้น สบายๆ.." เขาคงเห็นท่า
ทางฉันเคร่งเครียดจึงได้พูดออกมาและฉันเองก็พยายามทบทวนคำพูดของเขาไปมาหลายรอบ อะ.. อะไรนะ ตั้งจิต ตั้งใจ นึกถึงเสียงลมหายใจของนาย..!
ปัง!
ฉันเหนี่ยวไกล...

และ..!!

ผิดการคาดหมายสุดๆ... วิถีกระสุนตรงเป้าพอดีเป๊ะ!!!!!  o.O
ฉันดีใจแทบเนื้อเต้นแต่ก็ไม่ได้กระโตกกระตากอะไรได้แต่หันไปยิ้มอย่างปลื้มปิติให้เขาในขณะที่เขาเองก็ยิ้มตอบกลับมา..!  o.O
หัวใจของฉันตอนนี้มันเต้นแรงและเร็วอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่เค้ายิ้มให้ฉัน เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่มีความจริงใจและหวังดีสุดๆจากเขา
อย่างที่ไม่เคยได้เจอมาก่อน ฉันสามารถรับรู้ได้...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ติดต่อตอนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น