Chapter 11
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผมหลับ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ...
ผมลืมตาขึ้นมารู้สึกเหมือนมีผ้าเปียกน้ำวางอยู่บนหน้าผาก
"นะ น้ำ.."
ผมพยุงตัวลุกขึ้นและรับแก้วน้ำดื่มจากใครสักคนมาดื่มจนหมดในครั้งเดียว พอได้สติรู้สึกตัวว่าสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้วนั้นก็เริ่มประมวณ
เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรก็รู้สึกว่าตัวเองพิงอยู่กับอะไรนุ่มๆสักอย่างแถมยังมีเหมือนเป็น
เสียงลมหายใจจากทางด้านหลังของตัวเองด้วย
"เฮ้ยยย ยัยบ้านิ!!" ผมหันกลับไปมองดูกลายเป็นยัยเด็กเมื่อวานซื่นที่ผมหมั่นใส้นักหนา ผมรีบผงะตัวออกจากเธอทันทีพร้อม
กับลูบแขนตัวเองไปมา
"นี้พี่รังเกียจเอิงมากขนาดนั้นเลยหรอค่ะ!" เธอพูดด้วยสีหน้าท่าทางเครียดมาก
"ก็ใช่ซิ แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากจะมองทีหลังอย่ามาแตะต้องตัวเราอีกนะ" ผมพูดพร้อมขยับหนีให้ห่างไปจากเธอ ในใจของผมรู้
สึกเหมือนตัวเองแปดเปื้อนจากสิ่งที่น่ารังเกียจขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้และไม่ทันได้พูดไรต่อเธอก็รีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีเชอรี่วิ่งตามไปติดๆ
ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมือยังคงลูบตามแขนตัวเองอยู่
"มึงจะมากไปหน่อยไหมปาย!!" บอลพูดขึ้น
"อะไร!"
"ก็น้องเค้าคอยดูแลมึงตลอดเลยนะ คอยเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้..!!"
o.O !! เปลี่ยนเสื้อผ้าให้!!
ผมหยุดความคิดทั้งหมดลงเพราะคำนี้และก้มลงมองตัวเองแล้วก็พบว่าเป็นอย่างที่เพื่อนพูดจริงๆ เสื้อกางเกงผมถูก
เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดโดย.. ยัยเด็กบ้านั้น งั้นหรอ!!
คิดแล้วยิ่งทำให้เจ็บใจยิ่งนัก มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้
"ใครขอร้องกัน!" ผมพูดแบบคอนๆ
"คงจะรู้สึกผิดแหละที่ทำแฟนมึงตาย!!"
ได้ยินอย่างนี้น้ำตาผมยิ่งอยากจะไหลออกมาให้รู้แล้วรู้รอด บอลมันเห็นอย่างนั้นเลยเริ่มที่จะปลอบใจผม
"ปาย มึงก็ทำใจซะเถอะหว่ะ มึงยังมีกูอยู่นะเว้ย" มันตบไหล่ผมเบาๆอีกครั้ง
"T T"
"ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนี้แหละ มีพบแล้วก็ต้องมีจาก" มันยังทิ้งทวนได้ดีเหมือนเดิม
"กูอยากอยู่คนเดียว" นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของผมก่อนที่บอลมันจะลุกเดินไปไหนก็ไม่รู้
และไม่นานนัก..
แกร๊ง ตึง เสียงขวดแก้วกระทบพื้น!
"เวลาแบบนี้ถ้าเรามัวแต่มานั่งกินเหล้าสีผสมโซดาคงหนีไม่ทันแน่หากซอมบี้มา" บอลพูดขึ้นหลังจากวางขวดเบียร์ลงพร้อม
ขนมขบเคี้ยวอีกหลายชนิด "ไม่ต้องห่วง กูเลี้ยงมึงเอง" มันพูดแล้วก็ยิ้ม
"กูไม่ได้ห่วง แค่สงสัยว่า ณ เวลาแบบนี้มึงยังมีอารมณ์มาแดกของพวกนี้อยู่อีกหรอ"
"คิดไรมากเพื่อนเอ้ยก็มันเป็นธรรมเนียมนี้นา"
ใช่ครับ ไม่ว่าพวกเราจะมีเรื่องไม่สบายใจแค่ไหน ทุกข์ สุข เศร้า เฮฮา ร่าเริง วันเกิด เกิดอยากกิน ก็จะพากันมาจบลงด้วยการดื่ม
และจบลงด้วยการที่มันเป็นคนเลี้ยง! กินกันแค่สองคนนี้แหละ ไปเที่ยวก็ไปกันสองคน มันเป็นความสุขเล็กๆจนทำให้ดูเหมือน
จะเป็นธรรมเนียมประเพณีไปแล้วด้วย
"คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว"บอลพูดพลางรินเบียร์ใส่แก้วยื่นให้ผม
"ชลลลลลลลลล!!!"
ไม่นานนักลุงทั้งสองก็มาร่วมแจมด้วย เราสนุกกันท่ามการบรรยากาศที่มีซอมบี้เดินสวนสนามกันไปมาผ่านกระจกใสที่สามารถ
มองเห็นด้านนอกได้ทุกอย่างชัดเจน จนสังเกตุได้ว่าท้องฟ้าตอนนี้มันอึ้มครึ้มเหมือนจะมียูเอฟโอลงมาบุกโลกยังไงยังงั้น
ท่ามกลางความคิดที่กำลังโลดแล่นอยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกุลสตรีสองนางกำลังเดิน
ประคองกันมา
"กลับมาทำใมยัยเน่า" ผมพูดกัดยัยนั้นทันที
"อะไรนะ!"
"เหอะ ขี้เหร่แล้วยังหูตึงอีก!!"
".........."
"อย่าไปถือสามันเลยมันเมาแล้ว"บอลแทรกขึ้น "พวกมึงจะทะเลาะกันไปทำใมหว่ะ" แล้วมันก็หันมาคอนผม
ไม่นานนักผมก็รู้สึกว่าตัวเองนั่งตัวไม่ตรงแถมยังโยกแยกไปมา ตาผมก็เริ่มจะปิด
"คออ่อนหรอเนี้ย" เหมือนจะเป็นเสียงยัยนั้นแว่วๆมา
"ใช่ๆมันพึ่งกินไปได้ไม่ถึงแก้วเอง ฮาฮ่า" เสียงบอลหัวเราะ
"ช่ายยย ครายจาไปสู้หลานลุงได้เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า" ลุงเอียนกับลุงหวังหันมาเหน็บบอลและพากันหัวเราะใหญ่
"พี่ปาย ไหวไหม พี่ปายๆ" ยัยนั้นมันพูดขึ้นพร้อมกับคอยพยุงตัวผมไว้ ผมเองก็สำคัญนัก ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับตัวเลย
อยากจะผลักเธอให้ออกไปไกลๆยิ่งนัก แต่ก็ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำใมมันถึงได้ชอบมายุ่งวุ่นวายกับผมนัก
มันทำให้ผมรำคาญมากจริงๆ เพราะ...
"ผมเกลียดเด็ก!!"
+++++++++++++++++
อ๊าาา รู้สึกสบายจังเลย.. ผมเอื้อมไปสัมผัสกับมือเล็กๆนิ่มๆของใครสักคนที่กำลังสัมผัสใบหน้าของผมอย่างแผ่วเบาด้วยผ้า
เปียกหมาดๆเป็นสัมผัสที่นุ่มนวลเหลือเกินทำให้ผมเคลิ้มจนไม่อยากลืมตา คงจะเป็นมินซินะ คนที่รู้ใจผมไปหมดซะทุกอย่าง
สัมผัสของเธอทำให้ผมยังไม่อยากลืมตาในตอนนี้ยังอยากให้เธอคอยดูแลอย่างนี้ไปตลอด..
แต่ !!
มิน ! เธอไม่อยู่กับผมแล้วนิ!
แล้วนี้ใคร !
ทันทีที่สมองประมวณผลได้ครบสติสตังกลับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ผมก็รีบลืมตาและลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"ยัย!!!!!!" ผมกำลังจะอ้าปากหมาๆของผมใส่ข้อความแสบๆลงไปแล้วละแลงตะเบงใส่หน้าเธอที่ตอนนี้กำลังตกใจอยู่ไม่น้อยนั้น
"ไอ้ปาย!!!" มีเสียงโหดๆกับใบหน้าคอนๆแบบแยกเคี้ยวร้องขึ้น ผมจึงรีบหันกลับไปมองที่ต้นเสียงทันทีและพบว่านั้นคือพ่อของผมเอง!!
ไอ้บอลมันมองผมด้วยสายตาที่บังคับแกมข่มขู่ว่า ถ้ามึงพูดคำหมาๆออกมา กูฆ่ามึงแน่!!
ผมกลืนน้ำลายหนึ่งเฮื้อกลงคออย่างทุรักทุเรก่อนจะพูดออกมาว่า "ขอบใจ.." ออกไปพร้อมกับคิดในใจว่า
ฉันไม่มีทางดีกับเธอแน่ยัยฆาตรกร!
.........................................
"พี่ปาย.." เสียงยัยนั้นดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังใช้มือรองน้ำจากก๊อกน้ำบนอ้างล้างหน้าเพื่อที่จะชำระตัวเอง "เอิงขอโทษนะค่ะ"
"............................."
"เพราะเอิงตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกเลยไม่ทันคว้ามือพี่เค้าไว้.." เธอพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"ไม่ใช่เฉพาะแฟนพี่หรอกนะค่ะ พี่สาวเอิงก็ถูกพวกมัน.." คราวนี้น้ำตาเธอไหลลงมาอาบสองแก้ม
"............................."
ผมที่ไม่ได้พูดอะไรค่อยๆวางปืนที่พกติดตัวมาตลอดลงบนขอบอ่างล้างหน้าและมองหน้าเธอผ่านกระจกเงาตรงหน้าถึงรับรู้ได้
ว่าสีหน้าท่าทางเธอไม่ได้ต่างไปจากผมเลย
"เอิงขอโทษนะค่ะ ไม่ต้องญาติดีกับเอิงก็ได้ แต่อย่าเกลียดเอิงเลยนะค่ะ เอิงไม่เหลือใครแล้ว.." เธอพูดต่อทั้งที่ไม่ได้เงยมองหน้าผม
"พี่ฟินพยายามดันเอิงให้เข้ามาข้างในทั้งที่ตัวเค้าก็ยังอยู่ด้านนอก แต่ยังไม่ทันจะได้ดึงตัวเค้าเข้ามาแฟนพี่ก็ถูกดึงออกไป.."
เธอพูดพร้อมทั้งสะอึกสะอื้น
"เรา.. จริงๆแล้วมินไม่ใช่แฟนเราหรอก" ผมพูดตามความรู้สึกพรางก้มหน้า
"จริงหรอค่ะ!" เธอรีบเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมสงสัยในน้ำเสียงและรีบหันกลับไปมองเธอเช่นกัน
และเธอเองก็รีบหลบตาผมทันที
"แต่มินเป็นคนที่เรารัก.." ผมพูดทิ้งท้ายก่อนจะคว้าอาวุธของตัวเองแล้วเดินจากมาปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
จะว่าไปแล้วผมกับมินเราก็ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันอย่างจริงจังนะ แล้วที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้หล่ะ ผมคิดทบทวนไปมา
ผมถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือว่ามันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเหมือนเราได้สูญเสียคนสำคัญคนนึงไป เท่านั้น...
"พี่ปายค่ะ เชอรี่ว่าพี่ปายต้องทำใจให้ได้นะค่ะ เราทุกคนในนี้ต่างก็สูญเสียคนสำคัญไปทั้งนั้น" เป็นเชอรรี่ที่พูดขึ้น
"เชอรี่เองก็เสียน้องสาวไปส่วนเอิงเองก็ต้องมาเสียพี่ไป เราทุกคนต้องเข็มแข้งนะค่ะ"
ผมหันไปมองไอ้บอลที่ยื่นอยู่ข้างๆ คิดว่าคงเป็นเพราะมันที่ทำอะไรน้องเค้าสักอย่างแน่เลย ถึงได้พูดเก่งขึ้นมาได้ขนาดนี้
"ขอบจัยเชอรี่ แต่พี่ขอเวลาสักพักนะ.."
"เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาทำจงทำใจนะ เราจะตายกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้!" บอลพูดแทรกขึ้นอย่างดุดัน
ซึ่งมันก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันก็จริง ผมกับมินเราพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานด้วยซ้ำ
แต่ถึงยังไงก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี...
และขณะที่ยัยนั้นเองก็เดินตามมาจนถึงจุดที่พวกเรายืนอยู่พอดี
"ขอโทษนะ.." ผมเอ่ยปากขอโทษเธอ
^o^ ทันทีที่ได้ยินเธอถึงกับยิ้มออกมาอย่างร่าเริงจนเห็นได้ชัด จนทำให้ผมรู้สึกได้ว่ายัยเด็กบ้านี้ไม่น่าจะใช่เจ้าของรอยยิ้มที่
ไม่มีพิษภัยของเด็กไร้เดียงสาที่มีแต่ความจริงใจให้อย่างนี้
'อะไรกันยัยนี้ เมื่อกี้ยังน้ำตาแตกอยู่เลย' ผมคิดในใจ แต่ก็ยังไม่วายที่จะหมั่นใส้เธออยู่ดี
"เพราะเพื่อนขอหรอกนะ" ผมพูดก่อนจะเดินชนไหล่เธอเบาๆตรงไปนั่งกับคุณลุงทั้งสองที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารกระป๋องกันอยู่
"อย่าใส่ใจเลย ปากมันก็ไม่ตรงกับใจยังงี้แหละ" ผมได้ยินเสียงเพื่อนพูดแว่วๆตามหลังมา
"ฮ๊า ตัวเล็กมาแล้ว" ลุงหวังพูดขึ้นในขณะที่ลุงเอียนนั่งหน้าเคร่งเครียดไม่พูดไม่จา
"ลุงครับ!" ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วเรารีบลงมือกันเลยดีกว่า เราใช้เวลายืดเยื้อมานานแล้ว!!"
------------------------------------
คราวนี้เราทุกคนกลับมาอยู่บนด่านฟ้ากันอีกครั้ง เพื่ออะไรนั้นยังไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่าพวกเราต่างก็พกอาวุธกันครบมือ
ลุงเอียนที่ยืนส่องกล้องส่องทางไกลอยู่ห่างไปไม่ไกลนักได้เรียกเราทุกคนให้เข้าไปหาและบอกให้ทราบถึงแผนการใหม่ในวันนี้
ที่พึ่งวางเสร็จใหม่ๆ
"พวกเธอเห็นคนบนด่านฟ้าที่ตึกของโรงเรียนฝั่งโน่นไหม?" ลุงแกเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังคงส่องกล้องอยู่
ผมเห็นนะตึกโรงเรียน แต่ไม่ยักกะเห็นคนเพราะมันไกลมาก หลี่ตาดูแล้วดูอีก
"อย่าบอกนะว่า..!!" บอลพูดขึ้นเหมือนพึ่งเข้าใจอะไรสักอย่าง
"ใช่แล้ว" ลุงเอียนยังคงตอบด้วยอาการที่แน่นิ่ง
"โหยย ไม่เอาด้วยหรอกนะ"
"ลืมที่สอนไปแล้วหรือไง!!"
"บอกว่าไม่!"
"#@$!@%~@#@#~%&###!!!" ทั้งสองยังคงถกเถียงกันไปมาในแบบน่ารัก ความหมายของลุงแกคงจะให้ไปช่วยคนพวกนั้นแหงๆ
ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับบอลนะ ให้ตายยังไงผมก็ไม่มีวันออกไปเดินเล่นท่ามกลางผีดิบพวกนั้นเป็นแน่!
"ปาย"
"ครับ!"
"นั่นไง" ^^ ลุงเอียนพูดพร้อมกับหันมายิ้มแป้น
"ยะ.. อย่าบอกนะว่า.."
"เธอรับปากแล้วนะเจ้าหนู" ลุงแกยิ้มหน้าบานเลย
"กึ๋ย!! งานเข้าแล้วกรูส์" - -" ผมแค่ขานรับที่ลุงเรียกไม่ได้ตอบรับซะหน่อย เห้อ อยากจะบ้าตาย...
"เอ๊า ใครจะอาสาทำเพื่อชาติอีก" ^^
"..................."
"..................."
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากสวรรค์
ทันทีที่ลุงแกลดกล้องในมือลงและหันกลับมาก็พบว่าทุกคนได้ไปยืนหลบอยู่หลังบอลเรียบร้อยแล้ว
"เฮ้อ พึ่งสอนไปแหม๊บๆ นี้แหละหนาเด็ก.." ลุงเอียนส่ายหน้าถอนหายใจ
มองไปทางบอลมันก็ยืนกอดอกทำหน้ามู่ตู้อยู่ เชอรี่กับยัยเอิงเอยอะไรนั้นก็กำลังซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้เหลือผมที่ยังยืนจังก้า
ขาสั่นทำหน้าใจดีสู้เสืออยู่
"เอาไงดีหล่ะคราวนี้เหลือแค่คุณกับผม แล้วใครจะยิงคุ้มกันให้เรา"ลุงหวังเอ่ยกับลุงเอียนขึ้นด้วยอาการเซ็งเป็ดสุดๆ
นี้จำเป็นต้องไปช่วยคนพวกจริงๆหรอเนี้ย แค่เรายังเอาตัวจะไม่รอดกันเลย ก่อนน่านี้ก็เสียมินไป..
ทุกคนจึงพากันหันไปยังบอลที่ยืนทำหน้ามู้ตู้อยู่
"ไม่ไหวหรอก แค่ยิงได้แต่ไม่ชำนาญแล้วถ้ายังไม่อยากตายอย่าให้ผมทำเลยดีกว่า" บอลรีบปฎิเสธทันควัน
ทุกคนจึงเงียบไปสักพัก
"เฮ้อ น่าสงสารไม่รู้จะได้กินอะไรกันรึยัง" ลุงเอียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน่าสงสารสุดๆ
"ขอร้องละนะเฮียบอลถือว่าช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันน๊าา.." และลุงแกทำเสียงออดอ้อนพร้อมกับหลับตาปริบๆ
เห็นแล้วเป็นภาพที่อุจาดตาสุดๆ ลองนึกภาพคนแก่หัวล้านทำหน้าทำตาอ้อนวอนคนที่เป็นเด็กซิ
บอลพ่นลมหายใจฟุตฟิตอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ก็ได้ แต่ไม่ไปคนเดียวแน่!"
"ว๊าก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เล้าโลมหลานตัวเองได้สำเร็จ!!" ลุงเอียนทำท่าทางขอบคุณฟ้าดินยกใหญ่
เฮ้อ.. ผมรับไม่ได้กับท่าทางของแกจนต้องส่ายหน้าไปมา ยังมีคนแก่แบบนี้ในใบโลกอีกด้วยหรอเนี้ย
มิน่าหล่ะบอลมันถึงทำเย็นชาใส่ขนาดนั้น
"ลุงวางแผนไว้แล้ว ...ฉ๊อดๆๆๆๆ" แล้วแกก็พล่ามไปเรื่อยๆ จนมาจบที่ "หนูปายก็เป็นบัดดี้กับหนูเอิงแล้วกันน๊ะ!!"
"ไม่มีทาง!" ยังไม่ทันที่ลุงแกจะได้พักหยุดหายใจผมก็สวนออกไปทันที
".............." ทุกคนเงียบ จะมีก็แต่ยัยเอิงเอยบ้านั้นแหละที่หรี่ตาดุมองมาที่ผมประมาณว่า แค่นี้มีปัญหาหรอ!!
ผมรับรู้ได้ถึงแสงอำมหิตพิฆาตที่เธอเปล่งออกส่งมายังผม ยัยนี้เวลาหน้าดุก็ดุได้ใจจริงๆเลยโว้ย เห้ยยิ่งแพ้คนน่าดุอยู่
เล่นเอาผมต้องรีบหลบตา
"เอ่อ..งั้นเปายิงฉุบเลือกคู่! คราวนี้ปายจะถือว่าเป็นเอกฉันท์และยุติธรรม เมื่อกี้ลุงเอียนอาจจับคู่มั้วเกินไป" ผมขอแสดงความ
คิดเห็นหน่อยเถอะ
"เห้ย ลุงไม่ได้มั้วนาก็แค่จับคู่ให้ตามความน่าจะเป็นอ๊า" ลุงแกตอบ
"ไม่ๆลุงอ่ะมั้ว" ผมยังเถียงคั้งคูๆ ไม่เห็นว่ามันจะตามความเป็นไปได้ตรงไหนเลย ลุงเอียนกับลุงหวัง บอลกับเชอรี่
ก็ดูสมส่วนดี แต่ผมกับยัยนี้นะซิ รู้สึกรับไม่ได้ยังไงก็ไม่รู้
เปา ยิง ฉุบ!
เปา ยิง ฉุบ!
ฉุบ! ฉุบ! ฉุบ!
ในที่สุดผมก็ต้องพบกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตเมื่อผลเปายิงฉุบวนกลับมาจนเหลือแค่ผมกับยัยบ้านั้น T~T
"ไม่เป็นไรหรอกนะค่ะเดี่ยวเอิงจะดูแลพี่เป็นอย่างดีเลย" พูดจบเธอก็ทำหน้าระรื่นซะ
"ขออีกที!" ผมยังไม่ยอมแพ้
"โนๆๆ" ลุงเอียนแกชูนิ้วชี้แกว่งไปมา
"แต่ยัยนี้ยังใช้ปืนไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ!" ผมแย้งเต็มที่
"ไม่ต้องห่วง รับลองหนูเอิงได้ดูแลเธอแน่ ไอ้ตัวเล็ก" ลุงเอียนหันมาขยิบตายิ้มแป้นให้ผมอีกที
ฮึ๊ยย!! ที่ลุงแกพูดมันหมายความว่ายังไงกัน!
แผนการทุกอย่างได้ถูกวางเป็นขั้นเป็นตอน พลแม่นปืนประจำจุด พลคุ้มกันประจำที่ สรุปผมกับยัยเอิงเอยเน่านั้นต้องออกไป
ช่วยคนเหล่านั้นที่ยังติดค้างอยู่ในตึกของโรงเรียนซึ่งมีระยะทางห่างจากที่นี้ไม่เท่าไหร่ ด้วยเหตุผลอะไรงั้นหรอ???
'เพราะผมเล่นเกมส์เก่งไง!?!' แค่เนี้ย!! อยากจะบ้าตาย มาตัดสินใจมั้วๆด้วยเหตุผลบ้าๆแบบนี้
สุดท้ายผมเลยต้องจำใจทำเพราะความจำเป็นที่ต้องช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่...
"ปายขอไปคนเดียวได้ไหม...?" ผมยังไม่ละความพยายามสายตายังคงจ้องไปที่ยัยตัวประหลาดนั้น
ลุงเอียนได้แต่ส่ายหัวไปมาในความรั้นของผม
"ถ้ามียัยนี้ไปด้วยขอไปคนเดียวดีกว่า แกะกะชะมัด" ผมพูดต่อพรางเหน็บแม็กกระสุนที่บรรจุอยู่ในสายสะพายใส่ที่เอว
"เชื่อลุงเถอะ ถ้าไม่อยากตายพาหนูเอิงไปด้วย" ลุงหวังพูดขึ้น
ห๊ะ! อะไรกันเนี้ย ไม่มีใครฟังผมเลย... T-T
------------------------------------------------
"พวกมึงพร้อมนะ!!" เป็นสัญญาณจากบอลที่ถามถึงความพร้อมของพวกเรา
ผมอยู่ในท่าอาวุธครบมือยืนแนบกับขอบประตูเตรียมพร้อมลุยทันทีที่ประตูฉุกเฉินนี้ถูกเปิดออก ผมเห็นยัยนั้นสะพายเหมือน
เป็นสัมภาระรุงรังขนาดพอดีตัว เธอเตรียมพร้อมและจิงจังไม่แพ้ผม ในมือก็กำปืนซะแน่นเลย มองดีๆนี้มันปืนชนิดเดียวกัน
กับที่ผมใช้นิ "ฮึ๊ย!!"
1" !!!
ยังไม่ทันที่จะคิดอะไรต่อ บอลก็เริ่มนับสัญญาณ
2" !!!
ลุงหวังกับลุงเอียนเตรียมพร้อมที่ผลักประตูออกไปแล้ว
3" !!!!!!!!!!!
ประตูถูกเปิดออก!!
และถูกปิดลงอย่างทุรักทุเร!!
หัวใจผมแทบจะหยุดเต้นทันทีที่เท้าสองข้างสัมผัสพื้นถนนด้านนอกบวกกับอากาศหนาวๆร้อนๆในตอนนี้ ท้องฟ้ายังดูมืดอึ้มครึ้ม
ไม่เปลี่ยน แต่ที่มันแปลกมากๆคือหลังประตูฉุกเฉินตรงนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าไม่มีชีวิตเลยสักตัว มีแต่คราบเลือดคราวๆ เหม็นๆลอยฟุ้งทั่วบริเวณ
ยัยเอิงเอยที่ยืนหลังติดกันกับผมพยายามเลงปืนไปทางซ้ายบ้างขวาบ้างด้วยท่าทางที่ไม่น่าจะรอด..
ทันทีที่รับรู้ว่าที่ตรงนี้ปลอดภัยไม่มีอะไรน่ากลัว ยัยเอิงก็ยื่นผ้าปิดปากปิดจมูกมาให้ทันที ยังกะรู้ว่าผมกำลังอยากจะอ้วกยังงั้นแหละ!
ผมรีบรับมาและใส่มันทันที 'กลิ่นการบูนที่อยู่ในหลอดยาดมนิ' ผมรู้สึกตั้งแต่ลมหายใจแรกที่สูดเข้าปอด
ยัยนี้ใส่มางั้นหรอ! อาการแบบนี้ สิ่งดีๆที่มีให้กันเสมอแบบนี้ พรอยทำให้ผมนึกถึงมิน!
ไม่! ผมสะบัดหัวไปมาเบาๆ เวลานี้จะมานึกถึงเรื่องของตัวเองไม่ได้ ต้องเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ก่อน..
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ติดตามตอนต่อไปจ้าาา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น