Chapter 18
แฮ่กๆ ผมที่วิ่งตามหลังคนอื่นมานั้นถูกพวกมันตัวนึงกระโจนเข้าใส่จนล้มลงกระแทกพื้นตีลังกาไปหลายตลบ!
ก่อนที่ผมจะใช้ปืนอันหนักอึ้งกระบอกนี้จ่อไปที่ค้างของมันแล้วจัดการระเบิดสมองมันซะ จนผมสามารถเอาตัว
รอดมาได้ แต่ก็ต้องพลัดหลงจากพวกเขาอยู่ดี
แต่ถึงกระนั้นผมก็หวังว่าพวกเขาทุกคนจะปลอดภัยดี...
ผมวิ่งหลบพวกมันหลายตัวจนหลงเข้ามาในอาพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าที่เรียกได้ว่าเป็นฐานทัพของ
พวกเรามากนัก ผมอยู่ในห้องที่ดูเหมือนเป็นออฟฟิตขนาดเล็กที่มีคอมพิวเตอร์และเอกสารกระจัดกระจายกันอยู่
เต็มไปหมด พร้อมกับคราบเลือดที่ไหลเป็นทางยาว ความสยดสยองน่าเกลียดน่ากลัวที่ก่อนน่านี้เคยทำให้ผมกลัว
แต่ตอนนี้กลับทำให้ผมเริ่มจะชินกับมันเข้าไปทุกที
ผมรู้สึกเจ็บที่แขนตรงแผลที่เกิดอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ มองดูก็พบว่าผ้าก๊อตที่เคยปิดมันอยู่ได้หลุดหายไป
เหลือทิ้งไว้แต่คราบเลือดสดๆที่ไหลลงเป็นทางและไม่รู้ทำไมผมถึงได้เอาแต่คิดถึงแต่ยัยนั้นนะ!
ผมตัดสินใจทิ้งปืนที่อดทนแบกมันมาตลอดทิ้งไปเพราะลูกกระสุนนัดสุดท้ายที่เหลือถูกใช้ไปแล้วก่อนหน้านี้
ผมมองดูตัวเองที่ตอนนี้มีแค่มีดสั้นสองเล่มและแม๊กส์กระสุนปืนที่แหนบอยู่ที่เอวจำนวนหนึ่งกับโทรศัพท์มือถือ..
ผมชักมีดสองเล่มนี้ออกมาก่อนจะเตรียมตัวลุกเดินเพื่อหาทางออกไปจากที่นี้ เอออออ!!!!!!
เสียงพวกมันตัวนึงดังขึ้นในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก และทันใดนั้นเอง!! มันก็วิ่งกรู่มาบีบที่คอของผมพร้อมกับอ้าปากกว้างกะจะง้าบคอ
ผมให้ได้ ผมจึงได้แต่ใช้มีดที่ถืออยู่แทงไปที่ท้องของมันหลายทีแล้วทีบมันออกจนล้มลงนอนราบไปกับพื้นก่อนที่ผม
จะง้างมีดสุดแขนกระโจนเข้าไปแทงที่สมองของมันเต็มๆในชั่วพริบตา..
ผมได้แต่นั่งหายใจหอบอีกรอบก่อนเฝ้าพิจารณาถถึงรูปลักษณะของซอมบี้ตัวนี้ คนนี้น่าจะเป็นรปภ.
ชุดที่เขาใส่เป็นชุดสีกากีแถมมีกระบองเหน็บอยู่ที่เอวด้วยและนั้นเองมันทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ทันที
ผมรีบเก็บมีดเข้าไปในปลอกของมันเหมือนเดิมและเริ่มทำการค้นไปที่ตัวเขาและเจอจริงๆด้วย
ปืน!
ปืนสั้นชนิดหนึ่งที่ผมรู้จักดีเพราะมันสามารถใช้ได้กับลูกกระสุนทั่วไปและกระสุนที่ผมมีอยู่ เป็นความโชคดีอย่าง
บอกไม่ถูก ผมชักแม๊กส์ออกมาดูและก็พบว่ามันยังไม่เคยถูกใช้มาก่อนเพราะลูกกระสุนยังเหลือเต็มแม็กส์
ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด!
ผมพยายามโทรหาเพื่อนแต่ไม่ก็สามารถติดต่อได้เลย พอมองผ่านกระจกบานเกร็ดจากในนี้ไปสู่ถนนด้านหน้า
ก็พบว่ามีพวกมันยั่วเยี้ยเต็มไปหมด คิดว่าคงต้องหาทางออกทางอื่น...
++++++++++++++++++++++
อีกฝั่งนึง..
"โธ่เว้ย ติดต่อยังไงก็ติดต่อไม่ได้!!" สาวหล่อมาดเท่ห์น่าตาดีกำลังโวยวายให้กับโทรศัพท์ที่เขาพยายามกดปุ่มโทรออก
แล้วโทรออกเล่าก็ไม่สามารถติดต่อได้ก่อนที่เด็กสาววัยน่ารักผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นคนรู้ใจของเขาเข้ามาปลอบทันที
"ใจเย็นก่อนซิค่ะพี่บอล เชอร์รี่ว่า.."
"เอิง! ทำใมถึง.." เขาเอ่ยถามขึ้นทันทีอย่างกังวล
"เอิงก็ไม่รู้ค่ะ เอิงขอโทษ" ยังไม่ทันจะพูดจบสาวร่างเล็กอกตรึมก็รีบพูดขึ้นอย่างสำนึกผิดทันทีพร้อมยก
มือพนมขอโทษขอโพยยกใหญ่
"เฮ้อ!!" เสียงถอนหายใจฟืดฟัดของเขาทำเอาคนที่นั่งล้อมวงอยู่ไม่ห่างนักถึงกับร้อนรนไปด้วย
"เอิงจะไปตามหาพี่ปายเองค่ะ!!"
"............................." ทุกคนเงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา
"ให้เอิงไปเถอะนะค่ะ ขอร้อง"
คำพูดออ้อนวอนชวนเห็นใจนี้ทำเอาสาวมาดเท่ห์เจ้าของอารมณ์หงุดหงิดต้องหันไปขอความคิดเห็นจากชาย
ฉกรรน์ท่าท่างเป็นมิตรทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะพยักหน้าตอบรับ
"แล้วรู้หรอว่าจะไปตามที่ไหน"
"เอ่อคือ.."
และทันใดนั้นเอง!!
ซี่ ~ ซี่ ~ 'มีคะ..ครายอยู่มะ...หมาย' เสียงขาดๆหายของวิทยุสื่อสารดังขึ้นจากเอวของสาวหล่อมาดเทห์เจ้าของอารมณ์หงุดหงิด
"ไอ้ปายมึงยังไม่ตายใช่ไหม!!" และทันทีที่แน่ใจว่าเป็นเสียงเพื่อนรักของตนเขาจึงเอ่ยถามสารทุกสุกดิบอย่างร้อนรน
'เอ้อ สบายดีแต่กูติดอยู่อา...พา..เม้น ซี่~ ตรงถนนหน้าม..เมืองหว่ะ ซี่~ มะมีพวกมันเต็มปะ..โม..' เสียงสัญญาณ
ขาดๆหายนั้นตอบกลับมาทำให้เขารู้จุดที่เพื่อนรักอยู่ได้ทันที
'เอ่อๆรอที่อยู่นั้นนะ กูจะไปช่วยมึงเดี่ยวนี้!'
"ซี่~ วะ... งะ... นะ ซี่~ .."
"เอ่อ.. ฮัลโหลๆ ตอบด้วย ปายๆ ตอบด้วย!! โถ่เอ้ย สัญญาณหายไปแล้ว เดี่ยวบอลไปตามปายเอง" เขาพูดขึ้นอย่างหัวเสียก่อนจะลุกขึ้นทันควัน
"ไม่นะพี่บอล เอิงจะไปเอง ขอร้อง พี่บอลต้องอยู่ที่นี้คอยดูแลเชอรี่และทุกๆคนนะ ได้โปรดให้เอิงไปเถอะ!!"
สาวร่างเล็กอกตรึมพยายามอ้อนวอนอีกครั้งอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยท่าทางที่ตั้งใจแน่วแน่ยิ่งนักราวกับว่าต่อให้ตายก็ต้องทำให้ได้ จนทำให้
คนที่ถูกอ้อนวอนนั้นถึงกับถอดสีหน้ายอมแพ้อย่างจนใจ แต่ก็ยังไม่วายที่จะอดเป็นห่วงโดยพูดกำชับพร้อมจับไปที่ไหล่สองข้างของเธอด้วย
สายตาจิงจัง "จำไว้นะ ทำยังไงก็ได้พยายามเอาตัวรอดไปถึงไอ้ปายให้ได้จากนั้นพี่เชื่อว่ามันจะพาเรากลับมาที่นี้ได้อย่างปลอดภัยเอง"
"ค่ะ เอิงเข้าใจแล้ว"
"ดีมาก งั้นไปเตรียมตัวได้แล้ว"
ไม่นานนักสาวร่างเล็กอกตรึมก็กลับมาพร้อมเป้สะพายใบใหญ่ใบเก่า
"พี่ขอคุยด้วยหน่อย" สาวสวยน่าตาใสซื่อบริสุทธิ์ในชุดนักศึกษาเดินเข้ามากระซิบกับเธอเบาๆพร้อมกับดึงแขน
เธอไปยังมุมที่ลับสายตาคน
"พี่แจมมีอะไรรึป่าวค่ะ"
"เรื่องที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ เอิงจำได้ใช่ไหม"
"จำได้ขึ้นใจเลยละค่ะ แต่ก็ต้องขอโทษพี่อย่างแรงนะค่ะเพราะเอิงคงไม่สามารถทำตามที่พี่ขอได้ ขอตัวนะค่ะ"
สาวเจ้าตัวรีบตัดบทก่อนจะเดินชนไหล่เบาๆของหล่อนออกไป
"นี้เธอ!!" เพี้ย!! สิ้นคำพูดเล็กๆของสาวซื่อคนนี้หล่อนกระชากแขนคนที่กำลังจะเดินจากไปอย่างไม่ใยดีให้หันกลับ
มาอย่างรวดเร็วแล้วประทับฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของเธอเต็มๆ ทำให้คนที่โดนตบถึงกลับเอี่ยวตัวไปตามแรงตบอย่าง
ไม่ทันระวังตัว แต่ก็ไม่ถึงกับล้ม ได้แต่จับไปที่แก้มตัวของเองก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
"ถึงเอิงจะยอมหลีกทางให้พี่แต่โดยดี แต่เอิงก็เชื่อว่าพี่ปายไม่มีทางเลือกคนอย่างพี่แน่นอนค่ะ ครั้งนี้เอิงจะไม่เอาคืน
แต่คราวต่อไปถ้าพี่เตะต้องตัวเอิงอีกเอิงจะเอาคืนให้พี่เจ็บปวดมากกว่าที่พี่ทำกับเอิงเป็นร้อยเท่า!"
"นี้เดี๋ยว!!" ทันทีที่สาวน่าซื่อจะเข้าถึงตัวคนที่ทำให้หล่อนเจ็บช้ำได้อีกครั้งก็พบว่ามีปืนกระบอกนึงได้จ่อมาที่คอของ
ตัวเองเรียบร้อยแล้วทำให้เจ้าตัวถึงกับหยุดชะงักการกระทำนั้นลงทันที
"ขอตัวจริงๆนะค่ะคราวนี้!!"
เมื่อเห็นคนที่กำลังคิดปองร้ายตัวเองได้หยุดการกระทำลงสาวร่างเล็กที่พึ่งโดนตบไปหมาดๆนั้นก็หันหลัง
เดินจากไปพร้อมกับเก็บอาวุธพกของตัวเองเข้าที่อย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อีกคนยืนเก็บอาการเคียดแค้นอย่างหาทางออกไม่ได้อยู่คนเดียว
"พร้อมนะ" สาวหล่อมาดเทห์พี่ใหญ่สุดในงานถามกำชับอีกที
"พร้อมที่สุดค่ะ" คนถูกถามพูดพร้อมรอยยิ้มที่แสดงออกมาว่าตื่นเต้นและดีใจสุดๆ
ไม่นานนักเขาก็อธิบายเส้นทางหลักและเส้นทางหลบหลีกให้กับเธอเพื่อให้ไปถึงตัวเป้าหมายของพวกเขาได้
ปลอดภัยและกลับมาอย่างมีชีวิตโดยเร็วที่สุด
"พี่ฝากเราด้วยนะบอกมันด้วยว่าพี่รักมันมาก"
"เอิงก็เหมือนกันค่ะ.." เธอตอบกลับแบบไม่เต้มเสียงด้วยใจที่รู้สึกเป็นห่วงมากมาย
"พี่เอิง เอ็มขอไปด้วยได้ไหม!" และอยู่ๆก็มีสาวผมสั้นซอยน่าตาน่ารักกรู่เข้ามาถามแทรกขึ้นทันที
"น้องเอ็มฟังพี่นะ ข้างนอกนั้นมันอันตรายมากพวกเราไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว อยู่ที่นี้รอพี่กลับมานะ" เธอ
หันกลับไปจับสองไหล่ของเขาและอธิบายเหตุผลด้วยท่าทางที่จริงจังจนเขาต้องจำใจยอมทำตามทั้งที่ไม่อยากทำ
"ขะเข้าใจแล้วครับ" เขาพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสารก่อนที่เธอจะลูบหัวเขาเบาๆและยิ้มเพื่อให้กำลังใจ
"เอ็มรักพี่เอิงนะ!!" ทันทีที่พูดจบเขาก็โผลเข้ากอดเธอทันที ทำเอาคนที่ถูกสวมกอดเข้ากระทันหันนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
"อะฮืม ไปได้แล้วมั้งเดี่ยวมันจะค่ำ นี้ก็บ่ายสองแล้ว" พอดีกับเสียงห้าวๆดังขึ้นขัดจังหวะทำให้สาวผมซอยผละตัวออกทันที
"พร้อมนะ!!" เสียงกำชับดังขึ้นอีกทีพร้อมกับที่เธอขวักปืนขึ้นมาถือไว้อย่างมาดมั่นก่อนจะพยักหน้าตอบรับอย่างมั่นใจ
ครื่น!!!! เสียงประตูฉุกเฉินบานใหญ่ถูกดันออกอีกครั้งพร้อมกับร่างสาวน้อยผู้กล้าหาญที่พาตัวเองออกมาจาก
ที่หลบภัยเพื่อจุดประสงค์ที่หวังจะไปช่วยคนที่ตัวเองรัก...
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น