วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 13

Chapter 13


16.40 น.
พี่ปายพยักหน้าให้ฉันเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า  พร้อมนะ! '
จ้า..' ^O^/
และฉันก็เห็นเขาทำสีหน้าแปลกๆก่อนจะถีบประตูใบนี้ออกไปอีกครั้ง
ฉันทำอะไรแปลกๆออกมางั้นหรอ...??
ปัง! ชั่วะ!
ปัง! ชั่วะ!
ปัง! ชั่วะ!
ลำแสงเลเซอร์จากปืนของเราถูกเล็งให้ตรงกับศรีษะของพวกมันพอดีก่อนที่สมองของพวกมันจะแตกกระจายไปทีละตัว..
สติของฉันนิ่งมาก ฉันจำได้ทุกคำพูดที่เขาบอกและคราวนี้ฉันยิงไม่พลาดเลย อาจจะท่าไม่สวยเท่าเขา แต่ทุกตัวก็ล้มลง
และไม่มีวันที่จะลุกขึ้นมาได้อีก เราทั้งเดินและยิงไปพร้อมๆกัน โชคดีที่พวกมันเดินได้ไม่เร็วนักมันจึงง่าย เพราะเราเร็วกว่า ..
แป๊ะ! แป๊ะ! ฉันได้ยินเสียงนี้ดังมาจากปืนของเขา คงจะเป็นช่วงจังหวะที่ลูกกระสุนหมดพอดี!
และทันใดนั้นเอง! ผีดิบตัวนึงมันกระโจนเข้ามาตะคลุบเขาจากด้านหลังส่งผลให้เขาล้มลงในท่าวิดพื้นโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
"ว้ายยย!!" ฉันเห็นท่าจะไม่ดีและที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ กระสุนของฉันก็หมดลงพอดีแบบเหมาะเหมงสุดๆ
ฉันไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แค่รีบทิ้งปืนในมือไปและกระโจนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ย๊ากกกกกก
ผลั่ก!!  ฮะ เอ้อ กูห้าวนะเว้ย!!
ฉันใช้ท่าไม้ตายแบบในหนังจัดการหักคอมันซะ!!
ได้ผลจ้า มันล้มลงไปนอนดิ้นข้างๆตัวเขาทันที
ฉันยื่นมือไปดึงมือเขาให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
และรีบเก็บปืนที่ทิ้งมันไปก่อนหน้านี้ใส่แม็กส์กระสุนอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอย่างนั้นก็มีผี
ดิบอีกตัวกระโจนเข้าหาเขาจากทางด้านหน้ามันพยายามจะบีบคอแต่เขาเร็วกว่าจึงผลักมันออกได้ทันทีและควักมีด
สั้นในฟักที่ติดอยู่กับหน้าอกของเขาที่พกมาตลอด ชั่วะ! เขาใช้แรงแขนทั้งหมดที่มีเหวี่ยงมีดออกไปอย่างรวดเร็ว
เป็นเหตุให้หัวของผีดิบตัวนั้นขาดออกจากตัวอย่างเร็วพลันและล้มลงไปนอนกับพื้นได้ทันที!
เอ้อ! ไอ้พวกนี้นิ ร่างกายมันอ่อนแอดีเนอะ แต่ไม่ยักจะลดลงเลยแห่ะ จำนวนของพวกมันไม่รู้ว่าออกมาจากไหนกันบ้าง
เฟี้ยว พลั่ก!! ไม่นานนักเสียงแปลกๆนั้นก็ดังขึ้นมาอีกพร้อมกับผีดิบตัวนึงที่จู่ๆมันก็ล้มลงไปจากทางด้านหลังฉันนี้เอง!
ไม่มีเวลาให้ได้สนใจอะไรมากนัก ฉันพยายามจัดการพวกมันทุกตัวให้เร็วและแม่นยำที่สุด
มันตายกันเกลื่อนกลาดเต็มพื้นถนนน่าสยดสยองยิ่งนัก ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีผลทำให้จำนวนพวกมันลดน้อยลงเลย!

ซี่ ซี่~ 'หาที่หลบก่อนเร็ว! พวกมันมีจำนวนเยอะเกินไป' ทันทีที่เสียงวิทยุสื่อสารเงียบลงเขาก็รีบตวัดตัวหันกลับมา
กระชากแขนของฉันให้วิ่งตามไปที่ไหนสักแห่ง
ปึ้ง! ประตูไม้หนาๆถูกพังเข้าไปโดยมีเขาที่วิ่งเข้าไปก่อนอย่างระมัดระวัง เขาเล็งปืนไปทางซ้ายทีขวาที สำรวจทั่ว
บริเวณนั้นในทุกพื้นที่จนแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจงส่งสัญญาณบอกให้ฉันตามเข้าไปได้
'คนอะไรรอบคอบชะมัด!'

ที่นี้เหมือนไฟฟ้าจะถูกตัดขาด พวกเราจึงมีแค่แสงร่ำไรจากดวงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างให้ได้
มองเห็นหน้ากันเพียงรางๆเท่านั้น
"น้ำไหมค่ะ..?" ฉันยื่นขวดน้ำดื่มให้เขา
"ไม่อ่ะ อยากกินช็อกโกแลตมากกว่าไปหามาให้กินหน่อยดิ" ฮึ๋ย คนอุส่าห์หวังดีปฎิเสธยังไม่พอยังมาสั่งอีก เอาแต่ใจชะมัดเลย
"เร็วดิ!"
"เฮ้ยย เวลาอย่างนี้จะไปหามาจากที่ไหนละค่ะ" ฉันทำหน้ามู่ตู้ตอบกลับไป
"เหอะ" เขาพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกและทำหน้าเซ็งแบบเอื้อมระอาสุดๆใส่ฉัน
'เริ่มไม่ใช่และ' ฉันคิดในใจ สิ่งที่ฉันไม่ชอบที่สุดเลยคือการมาสั่งให้ทำนั่นนู้นนี้ มาบังคับทั้งที่ไม่เต็มใจ เอาแต่ใจ บ้า
อำนาจที่สำคัญถ้างี่เง่านะถึงขั้นรับไม่ได้เลยหล่ะ นี้ยังไม่รวมถึงเรื่องปากหมาของเขาอีกนะ ฉันยิ่งเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่
ขนาดด่าคนยังด่าไม่เป็นเลย นี้ถ้าฉันโดนแบบนี้เข้าหนักๆก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะคุมตัวเองอยู่ไหม คงได้มีต่อย
แน่ๆ แต่ก็ได้แต่หวังอ่ะนะว่าเขาจะไม่เป็นมากถึงขั้นนั้น สงสัยคงจะต้องโดนดัดนิสัยซะแล้วนาย..

ฉันได้กลิ่นตุๆมาจากที่ไหนสักที่ในตัวของฉันค้นหาอยู่นานก็พบว่าเสื้อที่ฉันใส่นั้นดันมีคราบเลือดติดอยู่ตั้งแต่ตอน
ไหนก็ไม่ทราบ มันเริ่มส่งกลิ่นจนคนข้างๆเริ่มทำจมูกฟุตฟิตๆ ฉันจึงวางสัมภาระทั้งหมดแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งไปยัง
ห้องน้ำและที่โชคดีสุดๆไปเลยก็คือที่นี้เป็นร้านขายเสื้อผ้าเฟชั่น ฉันจึงคว้าเสื้อที่ห้อยอยู่แถวๆนั้นแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทางด้านหลัง
จัดการเปลี่ยนเสื้อพร้อมกับชำระล้างคราบเลือดที่ติดอยู่ตามตัวออกซะ

"ไปถอดออกเดี่ยวนี้นะ!" เขาตะเบงเสียงออกมาทันทีที่เขามองเห็นฉันถนัดตาหลังจากที่เดินออกมาจากห้องน้ำ
"ไมอ๊า!" ฉันยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าอยู่ๆทำใมเขาถึงได้พูดแบบนี้ พรางก้มลงมองเสื้อที่เปลี่ยนมาใหม่ มันก็เป็นเสื้อยืดคอวี
ธรรมดาๆที่วัยรุ่นเค้าใส่กัน
"ก็บอกให้ไปเปลี่ยนไง อยากโชว์มากขนากนั้นเลยหรอห๊ะ นมอ่ะ!!" เขาพูดพรางเบี่ยงสายตาลงมามองที่น่าอกฉัน
"แค่นี้เอง.."
"ไม่ได้ เป็นเปลี่ยน!"
'ไอ้ทอมบ้าไม่รู้จะจู้จี้ขี้บ่นไปไหน' ฉันได้แต่คิดในใจแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่อีกครั้ง > <
ก็จะทำไงได้หล่ะแม่ให้น่าอกมาเยอะใส่เสื้อตัวไหนก็ทำให้ดูไม่สมส่วนแถมเอวยังกิ่วได้ขนาดนี้ แม่นะแม่~

ฉันเดินออกมาพร้อมเสื้อตัวใหม่เป็นเสื้อโปโลคอปกสีเขียว เขาที่นั่งอยู่เมื่อมองเห็นก็ยิ้มแป้นออกมาทันที
ฮึ๋ย! นี้ถ้าไม่ถือว่ารักนะ นายโดนฉันตบไปตั้งนานและ...

"เอาหล่ะ เราต้องวางแผน!" เขาพูดขึ้นแบบไม่รีรอให้ฉันได้นั่งลงให้มันดีๆก่อน "ข้างนอกนั้นมีพวกมันเยอะเหลือเกิน
เราต้องแอบไปทางที่ไม่มีพวกมันอยู่!"
'แล้วทางไหนล๊า' ไปทางไหนก็มีแต่พวกมันเต็มไปหมดไม่มากก็น้อย ฉันคิดในใจ
"เธอมีความคิดอะไรดีๆไหม?"
"ไม่มี..!"
"ด้านหลังมีทางออกไหม?"
"ไม่รุ..!"
"นี้เธอมีสมองบ้างใหมเนี้ย!!" เค้าตะโกนใส่หน้าฉัน
'เอ๊า ไอ้บ้านิ! ก็คนมันไม่รู้จริงๆนี้หว่าให้ไปเอาคำตอบมาจากไหน' ฉันได้แต่ทำหน้าบูดคิดในใจ
"หวังพึ่งเธอคงได้ตายแหงๆ" เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นอย่างกระฟัดกระเฟี้ยดเดินไปทางหลังร้านทิ้งให้ฉันนั่งทำหน้า
มู้ตู้อยู่คนเดียว
และไม่นานนัก เขาก็เดินกลับมา..
"จะไปม๊ะ!!" คำพูดกระแทกแดกดันดังขึ้นอีกครั้ง มันยิ่งชวนให้ฉันอารมณ์เสียเข้าไปใหญ่
พูดไม่ดีแล้วยังทำหน้าตาชวนหาเรื่องอีก ฉันที่ไม่ชอบพูดมากจึงได้แค่ทำตามด้วยอาการกระฟัดกระเฟี้ยดเช่นกัน
พร้อมกับทำหน้างอหงิกอยู่ตลอดเวลา
"พร้อมนะ!"
"อืม" ฉันพยักหน้าให้เขาแบบไม่สบอารมณ์
เขาเปิดประตูออกไปเป็นทางด้านหลังร้านมันเป็นที่อับๆ เราเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ
จนมาถึงประตูฉุกเฉินของอาคารโรงเรียน...!
ตึ้งๆ! ตึ้งๆ! ก๊อกแกร๊ง! เขาพยายามใช้ตัวกระแทกประตูนั้น อีกทั้งงัดแง่ะทำทุกอย่างก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดมันได้
"โถ่เอ้ย! สงสัยจะล๊อคจากข้างในลองไปทางอื่นดู" ว่าแล้วเค้าก็วิ่งนำหน้าไปโดยไม่สนใจฉันเลย
ฉันจึงได้แค่คับอกคับใจ บางทีก็แค้น ฟ้าดินทำใมลงโทษหนูหนักอย่างนี้ ดลบันดาลให้เจอคนที่ใช่แต่สันดานดันงี่เง่าสุดๆ เฮ้อ..

"นี้เธอ.. ส่งเก้าอี้ตัวนั้นมาให้หน่อยซิ.."
"หะ ห๊าไหนอ่ะ"
"ก็นั้นไง!!" เค้ากระแทกน้ำเสียงชี้นิ้วไปตรงจุดที่มีเก้าอี้เหล็กขึ้นสนิมวางอยู่ "หัดทำตัวให้มันโตๆหน่อยได้ม้ายย!!"
"แล้วเอิงไม่โตตรงไหน!!"
"คิดเอา!!"
นั่นไง ฉันละเกลียดสุดๆกับประโยคที่ต้องให้เดาซึ่งแทนที่จะบอกกันมาตรงๆยังทิ้งปริศนาไว้ให้คิดอีก ไอ้ทอมบ้าอำนาจ!!
แพล้ง!! กระจกทั้งแผ่นแตกละเอียดโดยเก้าอี้ที่พ่อคุณทูนหัวของฉันตั้งใจขว้างเข้าไปนั้นแหละค๊า โอ๊ยเถื่อนได้ใจจริงๆ
แล้วเขาก็ส่งสัญญาณมือให้รีบปีนเข้าไปยังด้านใน
พอเข้ามาก็พบว่าในนี้มีแต่ฝุนเกอะกังหนาเต็มไปหมด มองดีๆมันเป็นห้องเก็บอุปกรณ์กีฬานี้นา ฉันพยายามปัด
ฝุ่นที่เกาะตามตัวในขณะที่เขากำลังพยายามงัดเงะเปิดประตูเพื่อออกไปจากห้องนี้ ในขณะที่สายตาของฉันดันเหลือบไป
เห็นไม้เบสบอลอันนึงวางพิงอยู่กับผนัง ไม่รู้ทำใมฉันถึงได้หลงใหลในไม้เบสบอลนัก มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์
มากทุกส่วนของไม้โค้งมนไปหมด ไม่มีตรงไหนที่เป็นเหลี่ยมเลย แถมยังทำออกมาได้อย่างเรียบเนียนน่ากอดอีก..

ในที่สุดเขาก็เปิดประตูได้ด้วยใบหน้าปลื้มปิติดีใจสุดขีด แกร่ง! เสียงหมุนลูกปิดดังขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายที่จะหันมา
ขบฉัน "ทำใมถึงได้ชอบทำอะไรไร้สาระนักนะ!" พรางมองไปยังไม้เบสบอลที่ฉันถืออยู่ในมือด้วยสายตาชวนหาเรื่องเหมือนเดิม..
และยังไม่ทันที่จะเปิดประตู้ได้สุดก็มีใครไม่รู้กระโจนเข้ามาใส่เขาอย่างรวดเร็วในช่วง
ที่เขาชะล่าใจและยังไม่ทันได้ระวังตัว ทำให้เค้าล้มลงกระแทกพื้นดัง อั่ก!
ช่วยด้วย!! เสียงขอความช่วยเหลือดังขึ้น ฉันที่ตอนนี้ในมือถือแต่ไม้เบสบอลอย่างเดียวเท่านั้นจึงได้แค่..
ผลั่ก!
โห๊ แม้กระทั่งเสียงไม้เบสบอลที่กระทบเข้ากับศรีษะคนเต็มๆยังเป็นเสียงที่มหัศจรรย์ชวนให้หลงไหลเลยอ่าาา
ฉันที่ยังยืนยิ้มปลื้มปิติมองดูไม้เบสบอลมหัศจรรย์ที่ถืออยู่ในมือตอนนี้
"อ่ะ แค๊กๆ ขะ..ขอบใจ" เค้าสำลักเล็กน้อยพร้อมจับไปที่คอตัวเองก่อนจะพูดคำที่ฟังแล้วรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
"ไงหล่ะ ไร้สาระของพี่ช่วยชีวิตพี่ไว้ได้สามทีแล้วนะ..ชะเอิงเอย~" ฉันพูดแล้วก็ฮัมเพลงหน้าระรื่นกระโดนหยอกๆ
ออกไปก่อนจะปล่อยให้เค้าพยุงตัวลุกขึ้นมาเอง..
เอ๊ะ! จากหน้าประตูตรงนี้เป็นประไดขึ้นไปชั้นที่สองหรอเนี้ยอาคารหลังนี้มีอยู่ราวๆสี่ชั้นซินะแล้วก็จะเป็นด่านฟ้าของตึก
ซึ่งมีคนติดอยู่บนนั้นที่เราต้องไปช่วย
เอาหล่ะ.. ฉันกลัวอะไรซะที่ไหน ^O^

โฮ่ง! โฮ่ง!!!!!
กึ๋ย! เสียงหมาจากที่ไหนเนี้ย!! เล่นเอาซะตกใจหมด
"หมาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!..."
ฉันเห็นไอ้พี่ปายที่วิ่งตามหลังมาร้องดังลั่นหน้าตาตื่นเหมือนโดนผีหลอก 'โด่ว กะอีแค่หมา!'
ว๊าก! แต่ทำใมรูปร่างหน้าตาหมาถึงได้ดูไม่น่ารักเหมือนปกติหล่ะ ทำใมตามตัวถึงได้แล่ะขนาดนั้น! สภาพเหมือนหมา
ที่โดนรถเหยียบตามถนนเลย ใส้ห้อยโตงเตง แต่ก็ยังวิ่งได้เร็วโคตรๆ!!
ท่าจะไม่ดีซะแล้ว..
"ยิงมานเซ่!!!" เขายังตะโกนไม่เลิกและพยายามวิ่งแบบตะเกียกตะกายขึ้นบันไดมาให้ถึงตัวฉันให้เร็วที่สุด
ฉันรีบทิ้งไม่เบสบอลลงพื้นทันทีพร้อมทั้งควักปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาอย่างเร็วพลัน!
ปัง! ปัง! เอ๊ง~
โดนเต็มๆกระหมับหมาตัวนึงที่กำลังกระโจนเข้าหาตัวเขาให้ได้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นพอดี
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เอ๊ง~ ปัง! ปัง! ปัง! เอ๊ง~  ปัง! เอ๊ง~ !!!
และอีกสามตัวก่อนที่มันจะเข้ามาถึงตัวคุณชาย พวกมันนอนจมกองเลือดสีแดงสดของตัวเองที่ไหลนอง
ไปทั่วบริเวณนั้น
แต่!! เล็งยิงยากฉิบหาย เล่นเอากระสุนเกือบหมดแน่ะ
ฉันเหลือบไปเห็นไอ้คุณชายกำลังนอนอึ้งกิมกี่เหมือนโดนสต๊าฟไว้ที่ปลายเท้าของฉันนี้เอง
เพราะก่อนหน้านี้เขาสะดุดบันไดทำให้ล้มหน้าคว่ำไม่เป็นท่า

"พี่ปาย..ไหวนะค่ะ" ฉันยื่นมือไปให้เขาเพื่อที่จะดึงเขาขึ้นมา ซึ่งตอนนี้หน้าเขาซี้ดเป็นไก่ต้มเลย
"ไม่จริงอ่ะ เป็นไปไม่ได้!" เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง ซึ่งมันทำให้ฉันงงมาก ว่าอะไรคือ ไม่จริง
ฉันก้มเก็บไม้เบสบอลที่ฉันทิ้งมันก่อนหน้านี้เข้าไปในเป้ด้านหลังก่อนจะเปลี่ยนมาถือปืนแทน

เราขึ้นมาถึงชั้นสองของอาคารเรียนแห่งนี้...
พวกเราระมัดระวังตัวกันสุดๆ ฝั่งขวาเป็นทางตันส่วนเราต้องเลี้ยวไปฝั่งซ้ายเพราะบันไดที่เชื่อมต่อไปยังชั้นสามนั้น
มันอยู่ฝั่งโน้น ใครกันน้าที่เป็นคนออกแบบอาคารเรียนหลังนี้อยากรู้จริงๆ เจอหน้าแล้วจะขอลายเซ็นต์ T~T
พี่ปายที่ตอนนี้กำลังพ่นลมหายใจเข้าออกอย่างแรงสองสามที เหมือนกำลังทำใจกับอะไรสักอย่าง
ฉันที่สงสัยว่าเขาทำใมต้องทำท่าทางอย่างนั้นจึงได้ชะโงกหน้าผ่านกำแพงที่เรายืนพิงอยู่ออกไปดู!

เรียบร้อยจ้า.. ^^ ข้างหน้าเรามีพวกมันอยู่เต็มไปหมด!กำลังล้อมวงรับประทานอาหารกันอย่างเมามันเหมือนตอนที่
ฉันนั่งล้อมวงกินเหล้ากับเพื่อนเลย อุ๊บ! ไม่ได้ๆเวลาอย่างนี้อย่าทำให้คิดซิ มันรู้สึกอยากขึ้นมา ฉันสูดลมหายใจเข้า
ออกหลายเฮือกใหญ่
"นี้เธอทำใมต้องทำตามฉัน!" เขาชนไหล่ฉันแล้วพูดขึ้นแบบกระซิบ
"ตกใจหมด! ทีหลังจะคุยด้วยให้สัญญาณหน่อยซิ คนยิ่งเป็นโรคหัวใจอยู่!" ฉันกระซิบตอบแล้วเป่าบอกตัวเอง
"เหอะ งั้นก็ปาฎิหารย์ซิ ที่ยังรอดมาได้จนถึงตอนนี้"
'กรี๊ดดดเลิกกัดฉันซะทีได้ไหม ฉ๊านช่วยชีวตแกไว้นะ ไอ้ตัวเตี้ยดั้งแหมบ!'   > <
ฉันพยายามกดอารมณ์ตัวเองไว้ ทุกๆอย่างที่ฉันอยากจะตะเบงใส่หน้าเขานั้นจึงทำได้แค่คิดในใจไปก่อน..
"เธอคิดว่าไง?" เขาส่งซิกให้ฉันมองไปทางพวกมัน
"ก็เยอะดีนะค่ะ"    ^^"
"ว๊อยยย มือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำอีก" เขาทำท่าหัวเสียขึ้นมา "งั้นก็ตัวใครตัวมัน!" พอพูดจบปุ๊บเจ้าตัวก็ทำท่าจะ
กระโจนออกไปปั๊ป โชคดีที่ฉันดึงแขนเค้าไว้ทัน
"เดี่ยวเซ่ เอิงคิดออกแล้ว!"
"..............."
"คือ...ว่า งืม..."
"..............."
"เอิงว่าเราควรจะออกไปพร้อมกัน! พี่อย่าทิ้งเอิงน๊า.." TOT
ณ เวลานี้ฉันคิดออกแค่นี้จริงๆอ้า.. อย่าทิ้งฉ๊านน๊าาาาา
"เฮ้อ.. อยากจะบ้าตาย.. เอาอย่างงี้" เขาอุทานออกมาพร้อมทำท่าเอามือตบไปที่น่าผากของตัวเองอย่างคนสิ้นหวังก่อนจะเล่าแผนการ
พิฆาตรที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้..

"เข้าใจป่ะ....?"
"อ่ะ ไม่เข้าใจค๊ะ" ก็เขาพูดอะไรบ้างก็ไม่รู้เร็วมาก สมองฉันประมวลผลไม่ทันนี้นาาา ฮ๊าาา YOY
"งั้นเอาเป็นว่าฉันยิง เธอยิงโอเคนะ!" พูดจบเขาก็กระโจนออกไปจริงๆยังไม่ทันที่ฉันจะได้ขว้าเขาไว้เลย
ปัง! ปัง! ปัง! "เร็วเซ่!!!" เขาหันมาตะโกนเรียกฉัน
ไม่ใช่อะไรนะ แต่ฉันกลัว ที่ฉันจะร้องให้เพราะสงสารพวกเขาต่างหาก ที่อยู่ตรงหน้ารอให้เราระเบิดสมองนั้นอ่ะมีแต่บรรดา
เด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติทั้งนั้นเลยรู้หม้ายย ที่รู้เพราะพวกเขาใส่ชุดนักเรียนกำลังนั่งกินศพเพื่อนของตัวเองอยู่นะซิ แต่
อีตาบ้านี้ยังเหนี่ยวไกลได้แบบไม่รู้สึกอะไรเลย ถึงพวกเค้าจะเคยตายแล้วก็เถอะ ฉันก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี > <
"เอิง!!!"
"..................."      > <"
"ยัยเกรียนบ้าาาาาาาา!!!"
'อ๊ะ อะไรนะ เค้าว่าฉันเกรียนงั้นหร๊อ!!!! หนอยแน๊!!' ย๊ากกกก
ฉันกระโจนออกไปทันที เล็งปืน หลับตาปี๊ เหนี่ยวไกล! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
"มีสติหน่อยซิเธ๊อ!" เค้าคงจะเห็นฉันเหนี่ยวไกลปืนรัว แต่ไม่ยักกะลืมตานะซิ จึงได้เอามือของตัวเองมาประคองที่เอว
ของฉันไว้เพื่อให้กำลังใจ และ.. ตึก! ตึก! ตึก! หัวใจฉันเต้นเป็นจังหวะดีมากอย่างผิดปกติแล้วมันทำให้ฉันนิ่งสงบและมีสติมาก
ขึ้น ฉันเล็งยิงที่หัวของเด็กน้อยผู้น่าสงสารหลายคนได้อย่างไม่พลาดเป้าในนัดเดียว แต่ยิ่งฆ่า ยิ่งเยอะ ท่าจะไม่ไหว มันเยอะเหลือเกิน
"ไม่ไหว ถอยก่อนเถอะ!" เขาพูดแล้วก็คว้ามาที่เอวของฉันอีกทีเพื่อฉุดให้เข้าไปยังห้องๆนึง!

ห้องแห่งการทดลอง!  ห้องวิทย์แหงมๆ
แน่นอนซิฉันเป็นเด็กมอหกผู้ร่าเริงนะย่ะจะไม่รู้ได้ยังไง แค่หลับตามองก็รู้และ แต่สภาพห้องนี้ซิมันเน่าสุดๆคราบเลือดที่ติด
อยู่ตรงหุ่นที่ใช้สำหรับศึกษาเครื่องในมนุษย์ตอนนี้ไม่ต่างไปจากของจริงที่เห็นจากด้านนอกที่เห็นเลยและคราบเลือดที่เป็นรอยลาก
เป็นทางยาวไปสู่ประตูหน้าห้องนั้นก็ทำเอาแทบจะอยู่ไม่ได้เลยทีเดียวอีกทั้งเค้าเตอร์ทดลองและโต๊ะเรียนก็เต็มไปด้วยเลือดแถมยัง..
"ล้มเกลือนกลาดเป็นลูกโปงลางเลยแฮ่ะ" ฉันเผลออุทานออกมาเบาๆ
"อะไรลูกโปงลาง! ฉันเคยได้ยินแต่ล้มเป็นลูกระนาด" เค้าพูดขึ้นก่อนจะทำคิ้วขมวดเข้าหากัน
"ก็เอิงเล่นแต่โปงลางนี้ค่ะ ตีฉิ่งเป็นงานอดิเรก! อ่ะล้อเล่น" ว่าแล้วฉันก็ยิ้มหยีๆก่อนจะฉุกนึกขึ้นมาได้
"ทำใมพี่ต้องว่าเอิงเกรียนด้วยอ่ะ!"
"ก็ดูผมเธอซิสั้นเกรียนจนเอาไม้บรรทัดมาวัดได้เลย" เขาตอบพร้อมกับชี้มาที่หัวของฉัน
"ไม่เห็นจะสั้นเลย! กรี๊ดด" > < ฉันเถียงใจขาด
"เป็นทอมประเนี้ยเธอ" อยู่ๆเขาที่ถามขึ้น
"ป่าวนะ เอิงป่าว"
"แต่ฉันเห็นท่าทางเธอห้าวๆหลายทีแล้ว"
"คือ.. เอ่อ.. เอิงเป็นผู้หญิงเท่ที่ชอบ..บ ผู้หญิงด้วยกัน!" อุ๊บ! ฉันเผลอพูดออกไปแล้ว
"แล้วทำใมถึงได้ตัดผมสั้นจู๋ขนาดนี้"
โอ๊ยจะถามซอกแซกอะไรกันนักหนาเนี้ย จะขี้สงสัยอะไรขนาดนั้น! หึ
"ก็มันร้อนนิค๊าา แกะกะด้วย" สุดท้ายก็อดทนตอบกลับไปจนได้ ไม่อยากจะบอกเลยว่าแต่ก่อนฉันก็เคยทำตัวเป็นทอมบอยอยู่เหมือนกัน - -"
"ไว้ยาวได้ไหม มันไม่เข้ากะหน้าเธอเลย..." เขาพูดพร้อมเบี่ยงสายตาไปทางอื่น
นี้เขาขอร้องฉันหรอ? ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะออกมาจากปากคนแบบนี้ นึกว่าจะดุด่าว่าฉันเป็นอย่างเดียวซะอีก
"ได้ค่ะ.." ฉันตอบกลับไปทันทีโดยไม่รีรอ เพราะฉันคิดไว้แล้วว่าจะเลิกห้าวตั้งแต่ตอนที่เจอกับเขานี้แหละ > <
นี้เป็นครั้งแรกที่เราสองคนนั่งเงียบ ไม่ซิ เป็นครั้งแรกที่เขานิ่งสงบโดยที่ไม่กัดหรือเหน็บฉันเลย
เรานั่งพิงเค้าเตอร์ทดทองตัวหนึ่งหลังห้อง จนเผลอหลับไปทั้งคู่...
กริ้งงงงงงง!!!!!! กริ้งงงงงงง!!!!!!
เสียงอะไรไม่รู้ดังมาจากทางด้านหลังของฉันเล่นเอาเราทั้งสองคนสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมา ค้นไปค้นมาถึงได้รู้ว่า มันเป็นโทร
ศัพท์มือถือที่ฉันใส่มากับเป้ด้านหลังนั่นเอง แฮ่ะๆ ^^"
'ฮัลโหลๆ อยู่ที่ไหนกันเนี้ย~' ปลายสายพูดขึ้นอย่างร้อนรน
"อยู่ในอาคารเรียนแล้วค่ะ แต่มาติดกันอยู่ในห้องวิทยาศาตร์" ฉันตอบไปตามความเป็นจริง
"ขอสายไอ้ปายหน่อย?"
"พี่บอลจะคุยด้วยค่ะ" ฉันยื่นโทรศัพท์ให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขารับโทรศัพท์ไปด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง
หรือบางทีฉันอาจโดนคำพูดแทงใจอีกหลังจากที่เขาวางโทรศัพท์ก็เป็นได้ ฮื้ออ T~T
"ฮัลโหล เออ.. กำลังจะหาทางขึ้นไป กูเจอหมาผีด้วยนะเมิงสยองสุดๆ ........ " เขาตอบโต้ปลายสายอย่างเมามัน
"วิทยุสื่อสารอยู่ไหน" แล้วเขาก็หันมาถามฉัน
"อยู่เน้" ฉันยื่นของสิ่งนั้นให้กับเขา
"สงสัยแบตจะหมดหว่ะ เปิดไม่ติดเลย .... เออ.. เข้าใจแล้ว....  ~ " พูดจบเขาก็วางโทรศัพท์แล้วรีบหันมาทันที!
"ทำอะไรทำใมไม่บอกฉันก่อน ทำใมต้องชอบทำก่อนแล้วค่อยมาบอกฉันห๊ะ!"
เป็นไปอย่างที่คาดหมายไว้ทุกระเบียดนิ้ว! ฉันทำอะไรผิดมากนักหรอ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ฉันได้แต่หลับตาปี๊ฟังเค้าตะโกนใส่หน้าฉันอยู่ฉ๊อดๆ
"รู้รึป่าวว่าฉันตกใจแค่ไหน ทีหลังก็ปิดเสียงไว้เซ่!"
ที่เอาแต่ว่าฉันเนี้ยเพราะตกในเสียงโทรศัพท์หรอกหรอ??
"ดอกเอ้ย!" ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าความหมายของคำว่าดอกที่เค้าว่าให้กันนั้น
มันมีความหมายจริงๆว่ายังไง แต่ฉันว่ามันคำที่น่ารักดี ^^
"ห๊ะ อะไรนะ!" เขายังหันมาแขวะฉันได้อีก หูดีจริงๆสงสัยคงต้องเปลี่ยนเรื่องคุยซะแล้ว ไม่งั้นมีตบแน่
"แล้ว.. อะไรคือหมาผี?" ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าจะถามเขาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาส เพราะนอกจากจะใช้เวลาทั้งหมดระดม
ฆ่าผีดิบพวกนั้นแล้ว เวลาที่เหลืออีตาดั้งแหมบนี้ก็ใช้กัดฉันอย่างเดียว ไม่ได้เปิดโอกาสให้ฉันได้ถามอะไรเลย
นี้ฉันหลงรักคนแบบนี้เข้าไปได้ยังไงเนี้ย~ คิดแล้วเศร้าจุงเบย..
"ก็เหมือนกันกับพวกซอมบี้ที่ตายแล้วฟื้นพวกนั้นนั่นแหละ"
"เป็นได้กับหมาด้วยหรอ!!"
"เป็นได้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด!!"
".................."
"เธอเองก็อย่าให้มันข่วนหรือกัดได้หล่ะ ฉันไม่อยากระเบิดสมองเธอ"
กึ๋ย! เป็นห่วงหรือขู่เนี้ย...
"รู้สึกพี่จะรู้เรื่องแบบนี้ดีนะค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นเล่าให้เอิงฟังหน่อยได้ไหม?"
"ตอนนี้ไม่มีเวลา เราควรจะหาทางไปช่วยคนพวกนั้นให้ได้ก่อน ทำยังไงถึงจะออกไปจากที่นี้ได้เนี้ย!"
เขาเน้นเสียงตรงประโยคหลัง
"เอิงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" ฉันเองก็มองไม่เห็นทางเลย
"ถามหน่อยเหอะ เกิดมารู้อะไรบ้าง!"
บ๊ะ! เอาอีกแล้ว กัดฉันอีกแล้ว
"ก็เอิงไม่รู้จริงๆนี้ค่ะ เอิงขอโทษคะ" ฉันพยายามเก็บอาการปี๊ดๆเอาไว้ ก่อนที่เขาจะลุกพรวดไปยื่น
หน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่างเหมือนหาอะไรสักอย่าง..

ปึง! ปึง! ปึง! เติ้ง! เติ้ง! เติ้ง! !!!! เสียงดังมาจากประตูทางเข้าห้องวิทย์!
ดูเหมือนว่าพวกเด็กๆที่ยังไม่ได้ถูกระเบิดสมองนั้นจะพยายามพังประตูเข้ามา!!
ฉันหันกลับมาก็เจอไอ้พี่ปายกำลังพยายามจะปีนหน้าต่างออกไป
"จะทำอะไรหน่ะพี่ปาย!!" ฉันตกใจสุดขีดไม่นึกว่าเขาจะคิดสั้นได้ขนาดนี้
"ถ้าไม่อยากตายก็ตามมา!" เขาพักการกระทำนั้นไว้ก่อนจะหันมาบอกฉันแล้วทำท่าปีนต่อไป
ปึง! ปึง! ปึง! เติ้ง! เติ้ง! เติ้ง! !!!! เสียงดังแรงขึ้นประตูที่ว่าหนาๆแข็งๆก็เริ่มจะกันไว้ไม่อยู่แล้ว
ฉันหันกลับมาคราวนี้ตัวเขาไม่อยู่ตรงหน้าต่างเสียแล้ว รึว่าจะโดดลงไปแล้ว..!!
"ไม่นะ พี่ปายยยย!!!" ฉันตะโกนสุดเสียงพยายามกวาดสายตามองหาเขาทั่วบริเวณพื้นที่ด้านล่างก็ไม่เจอ
"อยู่นี้ ยัยเน่า!!" เสียงของเขาดังมาจากทางฝั่งซ้ายของฉัน จึงได้รีบหันไปดูก็พบว่า เขากำลังเกาะผนังอาคารอยู่??
"ยื่นมือมาเร็วเข้า!!" เขายื่นมือขวาของเขามาที่ฉัน ส่วนมือข้างซ้ายก็เกาะอยู่กับเหล็กที่ดูเหมือนเป็นบันไดลิงหรือ
บันไดฉุกเฉินที่ยึดติดกับตัวอาคาร ซึ่งระยะห่างจากขอบหน้าต่างนี้ไปถึงตัวเขาก็ประมาณหนึ่งช่วงตัวเห็นจะได้
"เร็วซิเอิง!!!" เขาตะโกนขึ้นอีกที
ฉันพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปยังขอบหน้าต่างอย่างทุรักทเร ไหนจะเป้ ไหนจะปืน
ปึ้ง! พวกนั้นพังประตูเข้ามาได้สำเร็จและกำลังเดินตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
กรี๊ดดดดด ฉันกรีดร้องในใจ ทั้งกลัวตก ทั้งกลัวตาย เพราะยังไม่อยากถูกพวกมันกิน
ฮึบ! ฉันคว้ามือเขาไว้ได้แล้วแต่ตัวกับขายังอยู่ที่ขอบหน้าต่างอยู่เลย

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตายแหงแก๋.... ติดตามตอนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น