เป็นโชคดีของผมที่ค้นเจอวิทยุสื่อสารและไฟฉายจากซอมบี้รปภ.คนเมื่อกี้ก่อนที่ผมจะออกมาจากห้องนั้น ด้านนอกมีพวกมัน
เต็มไปหมดทุกทั่วสารทิศ ผมเดินตรงเข้าไปยังส่วนในของอาพาร์ทเม้นแห่งนี้ด้านซ้ายกับด้านขวาเป็น
ห้องสำหรับให้คนมาเช่า ตรงไปอีกนิดจะเจอบันไดอยู่ฝั่งด้านซ้ายทางขึ้นไปยังชั้นสอง ส่วนที่อยู่ข้างหน้าสุดทางเดิน
คงจะเป็นลิฟล์โดยสารซินะ ผมติดต่อเพื่อนทางวิทยุสื่อสารได้แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเพราะผมไม่ค่อยได้ยินที่เพื่อนพูด
เท่าไหร่นักแล้วอยู่ๆสัญญาณก็ขาดหายไป ผมพยายามแล้วพยายามเล่าก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก
แต่เอาเถอะอย่างน้อยพวกเขาก็รู้ว่าผมยังมีชีวิตอยู่..
นี้ก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้วโชคดีที่มันไม่ใชเวลากลางคืนเพราะงั้นผมคงมองอะไรไม่เห็นแน่ๆ จุดหมายปลายทางของ
ผมคราวนี้คือ ด่านฟ้า เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะติดต่อกับพวกของเราได้อย่างน้อยลุงหวังก็อยู่บนด่านฟ้าของ
ห้างที่พวกเราอยู่ บางทีลุงแกอาจจะเห็นผมจากตึกนี้ก็ได้...
ผมเดินไปอย่างช้าๆพร้อมกับแสบแปล๊บๆที่แผล อาจจะเป็นตอนที่ผมล้มก่อนหน้านี้ที่มีพวกมันตัวนึงจู่โจมจนทำให้แผลเปิด
ตอนนี้ผมรู้สึกหิวและกระหายมาก สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือไปให้ถึงด่านฟ้าให้เร็วที่สุด..
ทำใมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่ผมต้องเผชิญอะไรๆด้วยตัวเองตามลำพัง ทุกอย่างรอบตัวนอกจากพวกเราแล้วก็
กลายเป็นซากศพเดินได้กันไปหมดและมาจวบจนตอนนี้ ผมเองยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..
แอ๊ดดดดดดด
ผมค่อยๆแง้มประตูห้องสองศูนย์หนึ่งเข้าไปอย่างช้าๆเพราะเห็นว่าประตูมันปิดไม่สนิท
"ยกมือขึ้น!!...ชั้นมีปืน!!" มีเสียงผู้ชายดังขึ้นพร้อมกับมีท่อนอะไรสักอย่างจ่ออยู่ที่ท้ายทอยของผมและมันคงจะเป็น
ปืนอย่างที่เขาบอก เป็นเหตุให้ผมต้องทำตามทันที "พูดซิ" เขาพูดขึ้นอีกที
"เอ่อ.. หนูเป็นคนค่ะ หลงมา"
"จริงหรอ ติดเชื้อรึป่าว"
"ห๊ะ?"
"ชั้นถามว่าติดเชื้อรึป่าว!!" เขาพยายามถามซ้ำเสียงดังพร้อมเน้นจ่อปลายกระบอกมาที่สมองของผม
"อะ..เอ่อ.. ไม่ค่ะ ไม่น่าจะไม่" ผมรีบตอบแบบกระตุกกะตัก
"งั้นค่อยๆหันมา"
ผมค่อยๆหันไปตามที่เขาบอกทันทีและก็พบว่าผู้ชายคนนี้เป็นตาแก่ตัวอ้วนหัวหยิกที่ในมือถือปืนลูกซองจ่อหน้าผม
อยู่จริงๆด้วย
"เข้ามาในนี้ได้ไง"
"คือหนูพลัดหลงกับเพื่อนน่ะค่ะแล้วก็มีพวกมันเต็มไปหมดเลยถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาติ"
ผมพยายามหาเหตุผลต่างๆนามาอธิบายเพราะถ้าเกิดเขาไม่เชื่อขึ้นมาแล้วลั่นไกล ผมคง...
"ห๊ะ ยังมีคนรอดชีวิตอยู่หรอแล้วอยู่ที่ไหนกัน!!"
"เอ่อ.. อยู่ที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากที่นี้ค่ะ"
"งั้นหรอ อืม.." เขาฮึมฮัมในลำคอแล้วลดปืนลงทันทีก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนนึกอะไรสักอย่าง
ผมเองก็เมื่อยแขนที่ต้องยกอยู่อย่างนั้นตั้งนาน
"แล้วลุงมาอยู่ที่นี้ได้ยังไงละค่ะ" ผมเอ่ยถามขึ้นเพราะนับว่าโชคดีมากที่ยังมีคนเป็นๆให้ได้เห็นอยู่อีก
"ชั้นทำงานที่นี้เป็นพ่อบ้าน ส่วนเมียชั้นทำงานอยู่ที่ห้างที่พวกเธออยู่นั่นแหละ" เขาเล่าหลังจากที่เดิน
ไปปิดประตูและจัดการล๊อคมัน "แต่ฉันว่าเธอคงไม่รอดแล้วหล่ะ" แล้วเขาก็ทำสีหน้าเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"ภรรยาของลุงทำงานเกี่ยวกับอะไรหรอค่ะ"
"เป็นแม่บ้านทำความสะอาดน่ะอยู่โซนชั้นล่างของห้างนั้นแหละ"
"ลักษณะของเธอเป็นยังไงค่ะ!!" ผมรีบถามขึ้นทันที
เขาเล่าถึงลักษณะท่าทางรวมทั้งบอกชื่อให้ผมฟัง ซึ่งไม่ผิดแน่ เธอเป็นผู้หญิงที่ผมฆ่าตอนนั้น ตอนที่อยู่ในห้องน้ำ
ผมรู้สึกผิดและระอายใจมากอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าคนที่ผมฆ่าไปนั้นเป็นญาติพี่น้องเป็นที่รักของใครบ้าง
"ที่นั้นไม่มีใครเลยค่ะ นอกจากพวกเรา.." ผมพยายามตอบแบบตัดปัญหาทั้งที่ในใจละอายเป็นที่สุด
"อืม..." เขาพยักทั้งน้ำตา คงจะกลั้นไว้ไม่ไหวจริงๆ
"แล้วปืนนี้ลุงได้มายังไงค่ะ"
"อ๋อของเจ้าของตึกนี้หน่ะ มันอยู่ในตู้ที่ลุงเป็นคนถือกุญแจก่อนจะหลบเข้ามาอยู่ที่นี้"
"แล้วทำใมต้องเป็นห้องนี้ค่ะ"
"............" ลุงแกไม่ตอบอะไรกลับมา เอาแต่นั่งเงียบ
"เดี่ยวหนูจะพาลุงออกไปจากที่นี้นะค่ะ แต่ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือต้องขึ้นไปบ้านด่านฟ้าของตึก"
"ฮื้ม ทำใมต้องขึ้นไป" เขาเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักผมก็อธิบายทุกอย่างให้ลุงแกฟังจนหมด รวมทั้งข้อสงสัยเรื่องที่ผมมาต้องอยู่ในสภาพนี้
"เธออยู่มอไหนหรอ"
"เอ่อ.. ไม่ได้เรียนค่ะ ทำงานแล้ว"
"โอ้ ทำใมตัวเล็กจัง" ^^
คำตอบที่ผมได้ยินนั้นทำให้ผมขำเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มกลับไปก็เท่านั้น..
"ทำใมมันเงียบผิดปกติจังเลยละค่ะ" ผมถามขึ้นระหว่างทางที่เราพลัดเดินพลัดวิ่ง
"ลุงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าที่นี้มีคนเช่าอยู่เต็มทุกห้อง"
"แล้วทำใมลุงถึงได้ถามว่าติดเชื้อไหมละค่ะ"
"ก็ลุงเห็นเจ้าของตึกนะซิ ท่าทางเหมือนผีดิบกำลังทำร้ายเมียตัวเองอยู่ลุงพยายามจะเข้าไปช่วย สู้กันอยู่นาน
ยิงยังไงก็ไม่หยุดจนต้องยิงที่หัวถึงหยุด จากนั้นลุงก็เข้าไปกะจะพาเมียเขาไปหาหมอแต่เธอดันกลายเป็นเหมือนกัน
กับสามีของเธอแบบเดียวกับเป๊ะ พูดจาไม่รู้เรื่องคอยจะตรงเข้ามาทำร้ายเราอย่างเดียว ลุงก็เลยยิงเธอเหมือนกับ
ที่ยิงสามีเธอจากนั้นทุกคนก็กลายเป็นผีดิบเหมือนกันหมด บ้าคลั่งแล้วก็เหมือนจะกระหายอยู่ตลอดเวลา"
"ใช่ค่ะ เพราะพวกเค้าเป็นซากศพที่เดินได้ แบบตายไปแล้วแต่ดันกลับมามีชีวิตและเดินได้"
"อั๊ยย๊า คนที่โดนทำร้ายเลยกลายเป็นแบบนั้นในท้ายที่สุดน่ะหรอ"
"ค่ะ เราควรระวังตัวเองให้ดีที่สุด"
ปึ้ง!!
จู่ๆก็มีประตูห้องบานนึงถูกพังออก
"ชะ ชะช่วย ดะ ด้วย..!!" มีผู้ชายคนนึงใบหน้าเขาหายไปครึ่งซีกลำตัวก็ดูเหมือนถูกแทะจนเนื้อหนังหลุดหลุ่ยไป
ทั้งตัว ก่อนที่เขาจะล้มทั้งยืนและพยายามครานมายังจุดที่พวกเรายืนอยู่และทันใดนั้นเอง ก็มีผู้หญิงอีกคนนึง
เดินตามออกมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเลือดตรงปากก็ดูเหมือนมีเศษเนื้อติดอยู่
ปัง! ปัง! สองนัดที่ผมเหนี่ยวไกล..
และเป็นอีกสองนัดที่ไม่พลาดเป้าเลย ทั้งคู่นอนตายจมกองเลือดของตัวเองอยู่แบบไม่ไหวติง
"โห ไอ้หนูเธอเจ๋งสุดๆ ยิงแม่นสมกับท่าทางห้าวๆของเธอจริงๆ ลุงเพิ่งเคยเห็นเด็กเก่งก็ตอนนี้ละ"
"เอ่อ.. คือหนูโตแล้วค่ะ ไม่ใช่เด็กแล้ว" ผมยิ้มหยี่ๆให้แกก่อนจะออกเดินทางต่อ
เราขึ้นมาถึงชั้นสามของอาคาร...
"เอ่อ..ลุงค่ะ ตึกนี้มีบันไดฉุกเฉินหรือบันไดลิงไหมค่ะ"
"อ๋อมีซิ ตามมา" ว่าแล้วแกก็พาวิ่งไปยังสุดทางเดิน
"แบบนี้ใช่ไหม"
"ใช่แล้วค่ะ" ผมยิ้มอย่างดีอกดีใจสุดๆ บันไดที่เห็นมันเป็นบันไดแบบเดียวกันกับตอนที่อยู่โรงเรียนเลย
แตกต่างกันที่สีเท่านั้นเอง
ผมกับลุงพากันปีนบันไดนี้ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของอาคาร ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก เราก็พากันมาถึง..
เวลาตอนนี้สี่โมงกว่าๆท้องฟ้ายังคงดูไม่ปลอดโปร่งแลดูน่ากลัวเหมือนเดิม ผมพยายามชะเง้อมองไปยัง
ตึกที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่เป็นฐานทัพของพวกเรา แต่มันอยู่ในระยะที่ไกลกันพอสมควรมองด้วยตาเปล่าจะไม่
เห็นอะไรเลย ผมพยายามโบกไม้โบกมือไปเพื่อให้มีใครสักคนเห็น แต่ก็ไม่มีสัญญาณใดๆตอบกลับมา
หรือว่าผมต้องตายอยู่ที่นี้จริงๆ..
+++++++++++++++++
อีกด้านนึง..
ซี่~ ซี่~ "เอิง ได้ยินแล้วตอบด้วย!!"
"ได้ยินค่ะ" ซี่~
"ลุงหวังบอกว่าไอ้ปายอยู่บนด่านฟ้าของตัวอาคารพร้อมกับผู้ชายอีกคนนึง" ซี่~
"รับทราบค่ะ" ซี่~
"รีบๆหน่อยละ อีกไม่นานก็จะมืดแล้ว" ซี่~ ซี่~
"ค่ะ จวนจะถึงแล้ว เฮ้ย!!!!!" ซี่~~~~~
สิ้นเสียงนั้น คลื่นสัญญาณก็หลุดไปทันที..
+++++++++++++++
"เฮ้อ.. เราจะทำยังไงดีละไอ้หนู"
"ใจเย็นๆก่อนนะค่ะ ถ้าไม่รอให้คนมาช่วยเราก็ต้องฝ่าพวกมันออกไปเอง"
"แล้วใครจะมาช่วยเรากันหล่ะ"
"เอ่อ... ตำรวจ ทหารหรือไม่ก็นาวิก" ผมตอบออกไปแบบสงสัยเหมือนกันว่านี้มันก็หลายวันแล้ว
ทำใมไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเลย ทั้งเมืองเกิดเรื่องขนาดนี้ทำใมรัฐบาลไม่ทำอะไรสักอย่าง ผมไม่เห็นทหารตำรวจเลย
สักนาย เป็นศพเป็นซอมบี้ก็ไม่เห็น
"แล้วยังมีใครที่เก่งเหมือนเธออีกรึป่าวเนี้ย" จู่ๆลุงแกก็ถามขึ้น
"อ๋อ มีค่ะ เราถูกฝึกมาเหมือนๆกันที่ใช้อาวุธเป็นจริงๆก็มีอยู่อีกสองคนคือเพื่อนหนูและ..." ว่าแล้วก็ทำให้ผมก็นึกถึง
ยัยเอิงเอยนั้น เธอเก่งใช้ได้และก็คอยช่วยชีวิตผมไว้หลายต่อหลายครั้ง ผมอาจปฎิเสธไม่ได้เลยว่าผมเกิดชอบเธอขึ้นมาจริงๆ
แต่ที่ผมทำเป็นบึ้งตึงหงุดหงิดใส่เธอก็เพราะผมอายและกลัวเธอจะรู้ว่าผมแอบชอบ เธอทำให้ผมลืมเรื่องของมินไป
เลย เด็กสาวที่ชอบยิ้มและร่าเริงอยู่ตลอดเวลาแต่ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่างชอบทำตัวเด็กไม่รู้จักโต ไม่มีความคิดที่
เป็นผู้ใหญ่เลยสักนิดและนี้แหละมั้งอาจจะเป็นเสน่ห์ดึงดูดของเธอที่ทำให้ผมเกลียดตั้งแต่แรกเห็นจนสุดท้ายผมก็
ทนไม่ไหว..
"และอะไรหรอ" ลุงแกเขย่ามาที่ไหล่ผม ทำให้ความคิดของผมที่เตลิดเปิดเปิงไปกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"เอ่อ..และ และเพื่อนอีกคนค่ะ แล้วก็มีคุณลุงที่เป็นตำรวจอีกสองคนเป็นญาติของเพื่อนปาย"
"อ๋อ.."
ในขณะที่ความเงียบก่อตัวขึ้นผมก็เหลือบไปเห็นกระป๋องสีพร้อมกับแปลงวางอยู่ข้างๆห้องที่เป็นประตูขึ้นมาสู่ด่าน
ฟ้านี้ ซึ่งดูแล้วเหมือนมันจะถูกล๊อกเอาไว้จากด้านใน ผมเกิดไอเดียอะไรขึ้นบางอย่างก่อนจะวิ่งไปหยิบกระป๋องสีและ
วิ่งไปพื้นที่ที่มันโล่งๆ
"เราจะเขียนข้อความของความช่วยเหลือค่ะ"
"ห๊ะ"
"จะเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดีค่ะ" ฉันถามขึ้นอีกทีเมื่อเห็นว่าลุงแกมีสีหน้าเหมือนงงๆ
"ก็ปายเห็นในหนังเค้าเอาสีมาเขียนข้อความช่วยเหลือบนหลังคาบ้าง บนพื้นที่ว่างของด่านฟ้าบ้าง เผื่อมีเครื่องบิน
หรือเฮลิค๊อปเตอร์ผ่านมาเค้าจะได้รู้ว่ามีคนรอดชีวิตอยู่ที่นี้ไงค่ะ"
"อ๋ออออออ งั้นเขียนเป็นภาษาอังกฤษดีกว่า สั้นดีไม่เปลืองสีด้วย" ว่าแล้วลุงแกก็ยิ้มอย่างปลื้มปิติอะไรสักอย่าง
ผมกับลุงแกช่วยกันเขียนข้อความนั้นจนเสร็จก่อนที่ฟ้าจะมืด และนั้นมันยิ่งทำให้ผมเหนื่อยและหิวมากๆซึ่งลุงแกเอง
ก็มีสภาพไม่ต่างไปจากผมสักเท่าไหร่
"ลุงค่ะ ปายไม่ไหวแล้ว"
"ทนหน่อย เราเขียนข้อความไว้แล้วเดี่ยวก็มีคนมาช่วย.."
พูดยังกะนิยายไปได้ พอเขียนปุ๊ปจะให้มีเฮลิค๊อปเตอร์พร้อมทหารลงมารับเราเลยรึไง โถ่.. อีกอย่างมันจะมืดแล้วด้วย จาก
บนท้องฟ้ามองลงมาคงไม่เห็นตัวหนังที่เราเขียนหรอก ผมหมดหนทางจนปัญญาคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆสภาพเหมือน
คนขาดน้ำขาดอาหารมาหลายปี ปากซี๊ดตัวสั่น เหงื่อไหลท่วมตัว นี้ถ้าชาติหน้ามีจริงขออย่าได้เกิดมาเป็นคนเลยนะถ้าจะ
มาลำบากเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขนาดนี้
เธออยู่ที่ไหนนะเอิง......
ปึ้ง! ปึ้ง! ปึ้ง!!!! ปัง! ปัง! ปัง!!!!!
มีคนกำลังพยายามพังประตูด่านฟ้าออกมา! ผมได้ยินทั้งเสียงปืนและเสียงพังประตู!!
นี้ยังมีคนรอดชีวิตอยู่อีกหรอเนี้ย!!! ผมพยายามลืมตาและใช้แรงเฮื้อกสุดท้ายวิ่งไปที่ประตูนั้นและทันทีที่ผมวิ่งไปถึง
ประตูนั้นก็ถูกพังออกมาพร้อมกับร่างคนคนนึงซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นผู้หญิง ผมกับเธอจึงช่วยกันดันประตูให้ปิด
ไว้เหมือนเดิมอย่างทุรักทุเร เพราะตอนนี้ได้มีพวกซอมบี้ฝูงใหญ่พยายามจะดันประตูออกมาเช่นกันและก่อนที่พวกเราจะด้าน
มันไว้ไม่ไหวนั้น ปึ้ง! คุณลุงที่อยู่กับผมแกเอาแรงมาจากไหนไม่รู้ผลักประตูให้ปิดเข้าจนได้ภายในทีเดียวพร้อมกับลงกอน
ล๊อกจากด้านนี้ ทำให้ได้ยินแค่เสียงพวกมันที่พยายามจะพังประตูเข้ามาเท่านั้น...
"พี่ปายๆ!!" ผมได้ยินเสียงใครคนนึงร้องเรียกชื่อผม ก่อนที่ตาผมจะปิดและล้มลงไปนอนกองกับพื้น
ทุกอย่างมืดไปหมด ความเงียบทำให้ดูเหมือนว่าผมอยู่คนเดียวที่ไหนสักแห่ง...
"พี่ปายค่ะ" เสียงนั้นเรียกผมอีกแล้ว!!
นี้ผมยังไม่ตายใช่ไหม!! ผมพยายามเบิกเปลือกตาอันหนักอึ้งนี้ขึ้นให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้จนทำให้มองเห็นภาพเห็นตรงหน้าได้
อย่างชัดเจน..
"เอิง!!"
+++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น