วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ZOMBIE OUTDISTANCE 16

Chapter 16


กลุ่มของพวกเราพากันเดินลัดเลาะมาทางเก่า ทางที่ฉันกับพี่ปายใช้เดินมาก่อนหน้านี้และตึก!
ฉันชนเข้าจังๆกับหลังของน้องเอ็มอย่างไม่ทันระวังตัว เหมือนเขาจะหยุดเดินกระทันหัน แต่พอชะโงกหน้าออกไปดูก็
พบว่า คนที่หยุดเดินกระทันหันคือไอ้คนหัวแถวซึ่งส่งผลมาให้คนที่เดินตามหลังมาติดๆชนเข้าจังๆโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเป็นทอดๆ
"แจมดูนั่นซิ!" พี่ปายสะกิดยัยแจมนั่นให้ชะโงกออกไปดูอะไรบางอย่าง เจ้าตัวถึงกับทำตามทันทีก่อนจะหลับตาปี้ด้วยท่าทางดัดจริตยิ่งนัก
"อึ๋ย น่ากลัวอะพี่ปาย จะทำไงกันดี" > <"
"ทำใมถึงได้เยอะหมดไม่เป็นสักทีนะ เฮ้ย!!" พี่ปายสบถออกมาพร้อมกับเบิกตากว้างเหมือนเจออะไรบางอย่าง
"ฝาท่อน้ำทิ้งถูกเปิดทิ้งไว้ อะฮืม เหม็นมากกก!!" เขาพูดอีกครั้งหลังวิ่งไปชะโงกมองลงไปยังท่อระบายน้ำที่ถูดเปิดฝาทิ้งเอาไว้ไม่ไกลจากที่
พวกเรายืนอยู่นักและเขาควักมือเรียกพวกเราให้เข้าไปดูทันที
"ไงไหวไหม เราจะลงไปข้างล่างกัน!"
"อึ๋ย เหม็นมากอะพี่ปาย แจมได้ตายก่อนจะถึงฐานทัพพี่แหงๆ"ว่าแล้วสาวเจ้าตัวก็เอามือปิดปากปิดจมูกทันทีซึ่งก็ไม่ได้ต่างไปจากน้องเอ็ม
ก็ไม่แปลกหรอกนะ ฉันเองก็ได้กลิ่นแต่ไม่ได้จะดัดจริตขนาดนั้น ตัวขาวๆผมยาวๆร่างบางๆท่าทางเหมือนลูกคุณหนูขนาดนั้นสงสัยได้
ตายก่อนแหงๆตามที่พูดนั้นแหละ
"เอิงเอย ยังเหลือผ้าปิดจมูกอยู่ไหม!" ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรไปเพลินๆก็มีเสียงเรียกฉันดังขึ้น
ฉันทำการค้นหาอยู่ครู่นึงก่อนจะยื่นให้เขา "อ่ะ เหลืออยู่สองผืน" เขารับผ้าจากมือฉันไปผืนนึงทันทีก่อนจะยกมันขึ้นเกี่ยวเข้ากับหู
ทั้งสองข้างของยัยนั้นแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ
หึ๋ยยยยยยย!!!!
"น้องเอ็มจ๋ามาพี่จะใส่ให้น๊า" ^^ ฉันกระชากน้องเอ็มให้หันมาแล้วรีบดึงมือน้องเค้าออกจากปากจมูกที่ถูกปิดไว้ก่อนจะทำ
เหมือนกันกับที่พี่ปายมันทำกับยัยนั้นเมื่อกี้ พอเสร็จแล้วฉันก็ทำเป็นยิ้มแป้นออกไปทันทีจึงได้รู้ว่าไอ้พี่ปายมันก็ทำตาเขียวมาทาง
ฉันอย่างเจ็บแค้นยิ่งนัก ฮาฮ่า

"เอ่อ..หน้าพี่มีอะไรติดหรอ??" ฉันชี้มาที่หน้าตัวเองเมื่อเริ่มรู้สึกว่าน้องเอ็มกำลังจ้องฉันเขม็นแม้จะเห็นเพียงแค่เพียงดวงตา
ฉันก็รับรู้ได้ถึงความสงสัยที่เขามีต่อฉัน..
เขาได้แต่ส่ายหัวไปมาแทนคำตอบก่อนจะเดินจากไปเพื่อชะโงกดูท่อน้ำที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้นี้เอง

+++++++++++++++++++++++++++++++

ฮึ๊บ ฮึ๊บ..
ฉันก้าวเท้าลงมาสู่พื้นเบื้องล่างสุดของเมืองก็ว่าได้ มันเป็นอุโมงท่อน้ำทิ้งที่มืดเอาการอยู่เหมือนกัน ฝั่งซ้ายมือเราเป็นทางเดินยาว
เพื่อไปทะลุที่ไหนก็ไม่รู้ ส่วนฝั่งขวามือเป็นธารน้ำเน่ามั้งเพราะมันโคตะระเหม็นเลย ทั้งชื้นแฉะ อับและอบอ้าว จะตายก่อนไหมเนี้ย..
ฉันพยายามเอามือปิดปากปิดจมูกแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักกะนิด
"ทุกคนโอเคนะ" พี่ปายหันกลับมาถามความพร้อมของพวกเราด้วยใบหน้าหยีๆ
"โอเอ/อ๊า/เออ(โอเค/ค๊า/อืม)" น้องเอ็ม ยัยแจมและฉันตอบรับไปพร้อมกัน
"เธอ! ได้โปรดอย่าทำให้ฉันเป็นห่วงได้ไหม ขอร้อง!" คุณชายปายเดินกลับมากระซิบใส่หน้าฉันด้วยสายตาชวนหาเรื่องอีกแล้ว
เขาพยายามปัดมือฉันที่ปิดปากปิดจมูกอยู่ให้ลงเป็นเป็นปกติ "ปืนหน่ะพยายามถือให้มั่น เธออยู่ท้ายสุดระวังไว้ด้วย!" เขาย้ำอีก
ทีก่อนจะเดินผ่านสองสาวที่กำลังงุนงงเพื่อกลับไปอยู่หน้าแถวอย่างเดิมพร้อมท่าเตรียมอาวุธแล้วออกเดินทาง..

ก้าวทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้านั้น เขาใช้มันอย่างระมัดระวังสุดๆ
"โถ่เอ้ย มืดชะมัด"เขาอุท่านออกมาอย่างหัวเสีย
"เอิงมีไฟฉาย!" ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ก่อนจะทำการค้นหาของสิ่งนั้นในเป้สัมภาระที่น้องเอ็มเป็นคนพายก่อนจะยื่นให้เขาไป มันเป็นไฟฉาย
ขนาดพกพาเล็กๆ แต่มันแปลกตรงที่ฉันใช้งานไม่เป็นเพราะลุงเอียนเป็นคนยัดใส่กระเป๋าให้แล้วบอกว่าเป็นไฟฉายก็แค่นั้น
"เฮ้ย เจ๋งอ่ะ เธอนี้มีประโยชน์กะเค้าเป็นด้วยหรอ ฮ่าฮ่า" เขาพูดอย่างร่าเริงก่อนจะติดมันเข้ากับตัวปืนของเขาแทนแท่งเลเซอร์อันเก่า
"ฮู เจ๋งหว่ะ" ฉันได้แต่อุทานตาโตมองสิ่งมหัศจารรย์ที่เขาพึ่งสร้างเสร็จ
"นี้ของเธอก็ใช้ได้นะ" เขาเดินมาหยิบไฟฉายอีกอันที่ฉันถืออยู่ในมือพร้อมกับติดมันเข้ากับปืนของฉันก่อนจะยื่นแท่งเลเซอร์
อันเก่ามาให้ฉัน "อันนี้ก็สำคัญเก็บไว้ให้ดี" พูดแล้วเค้าก็จับมาที่หัวฉันเบาๆเหมือนพี่หยอกน้องพร้อมรอยยิ้มที่น่ารักชวนให้หลงไหลเหลือเกิน
ฮ่าฮ่า ตอนนี้ปืนฉันกลายเป็นไฟฉายที่ไม่ว่าจะเล็งไปทางให้ทางนั้นก็สว่างเจิดจรัส ฉันกำลังเพลินกับของเล่นใหม่ด้วยอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
นายจะรู้รึป่าวน๊าว่านายคือไอดอลของชั้น....

"อี่เอ่อากเอยอ่า" น้องเอ็มหันมาพูดอะไรก็ไม่รู้ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ฉัน ชมใช่ไหม?.. ฉันจึงได้แต่ทำคิ้วขมวดเพราะงงกับท่าทางของน้องเค้า
และดูเหมือนว่าเขาคงจะรู้ว่าฉันไม่เข้าใจในคำพูดจึงได้แง้มผ้าปิดจมูกขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะได้พูดชัดๆแล้วปิดมันลงอย่างเดิม
"พี่เท่ห์มากครับ" ^^~
แหมๆไม่บอกก็รู้ คนมันสวยอ่ะนะ ใครจะมาเฟอเฟคเท่าฉ๊านเป็นทั้งคุณหมอเป็นทั้งมือปืนสาว โฮ๊ะๆ > <
ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าตัวเองดูภูมิฐานละเท่ห์ม๊ากกกอย่างที่น้องเค้าบอกนั้นแหละ
"เป็นอะไรยัยเน่า ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่!" อยู่ๆพี่ปายก็พูดขึ้นเรียกเอาสติฉันคืนมา
พวกเราหยุดพักระหว่างทางเพื่อผ่อนคลายความล้าหลังจากที่ทนเดินท่ามกลิ่นเหม็นอับในอุโมงท่อระบายน้ำมาได้พักนึง
ฉันได้แต่ทอดสายตามองไปข้างหน้ามันซึ่งมันเป็นทางยาวไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหน

"พี่เอิงระวัง!!!!!!" น้องเอ็มกระโจนเข้ามาผลักฉันอย่างจังจนฉันต้องล้มถลาลงก้นกระแทกพื้นทั้งที่ยังไม่ได้ระวังตัว
ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!  ผลั่ก!  ผลั่ก!
เสียงไม้เบสบอลกระแทกเข้ากับสิ่งมีชีวิตชนิดนึงหลายครั้งจนร่างนั้นแหลกคามือเลือดนองเต็มพื้น
ฉันเองที่ก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นได้แต่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"พี่เอิงโดนมันกัดรึป่าว!!!" เขาพยายามเขย่าฉันอย่างแรง
"หลบไป!" พี่ปายกรู่เข้ามาทันทีและพยายามยกแขนชูขาของฉันเพื่อหาร่องรอยอะไรบางอย่าง
ฉันที่กำลังจ้องเจ้าสิ่งที่น่าเกลียดที่น้องเอ็มพึ่งทุบมันตายคามือไปเมื่อกี้อยู่อย่างไม่กระพริบตานั้น พยายามพิจารณาว่ามันคือตัวอะไร
"เอิง .. เอิง!!" พี่ปายพยายามเรียกฉันหลายทีโดยใช้สองมือของเขาโอบที่แก้มฉันเบาๆ
"เอ่อ..คือเอิงไม่เป็นไรค่ะ ไม่โดนอะไร ขอบคุณนะค่ะ" ฉันรีบพูดขึ้นเพื่อบอกให้ทุกคนหายห่วงท่ามกลางสายตาของใครอีกคนที่
ฉันรับรู้ได้ว่ากำลังเพ่งมองมาได้รังสีอำมหิตริษยา
ฉันเก็บปืนที่ร่วงลงพื้นอย่างไม่ได้ตั้งใจก่อนน่านี้และรีบลุกขึ้น แต่เอ๊ะ! ฉันรู้สึกเจ็บที่ก้นและลำตัวมากๆ จนทำให้ฉันไม่มีแรงที่จะ
ยืนได้นานๆ
"พี่เอิงไหวไหม" น้องเอ็มยังคงเอ่ยถามฉันอยู่เรื่อยๆ
"เป็นกับปลาด้วยหรอเนี้ย!" อยู่ๆพี่ปายก็เอ่ยขึ้น สายตาเขายังคงจ้องเจ้าสิ่งที่เราพึ่งฆ่าไปนั้น
"อะไรนะพี่" น้องเอ็มเอ่ยถามขึ้นทันที
"ก็ที่นายทุบไปเมื่อกี้มันปลา ปลาอะไรไม่รู้ แต่ขนาดตัวมันใหญ่มาก"
ใช่ ลักษณะลำตัวมันเท่าหมอนใบนึงเลยจากที่ฉันสังเกตุ
"มันเกิดอะไรขึ้นหรอน้องเอ็ม" ฉันพยายามถามเขาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"ก็ตอนที่พี่เอิงเหมออยู่ เอ็มเห็นเหมือนตัวอะไรลอยตามลำน้ำนี้มา แต่ไม่นึกว่ามันจะกระโดดโผล่พ้นน้ำมาเพื่อที่จะงับพี่อ่ะ เอ็มตกใจไม่รู้
จะทำยังไงเลยต้องผลักพี่ให้พ้นตรงนั้น เอ็มขอโทษนะ" ว่าแล้วเขาก็ทำน่าตาน่าสงสารขอโทษฉันใหญ่
"อย่าขอโทษพี่เลยค่ะ พี่เองซิต้องขอบใจเรา" ฉันตอบและมองไปยังไม้เบสบอลที่ตอนนี้มันเปื้อนเลือดไปทั้งด้าม
"เอ็มเป็นห่วงพี่เอิงมากนะ" คำพูดนี้ทำเอาฉันอึ้งไปสักพักเพราะสายตาที่เขามองฉันนั้นมันดูจริงจังจนฉันไม่กล้าพูดอะไรต่อ
"รีบๆไปเถอะ ในนี้ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่" พี่ปายพูดแทรกขึ้นก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไป
"โอ๊ย! ไม่ไหว" ฉันพยายามจะก้าวเดินแต่ข้อเท้าฉันตึงและมันก็เจ็บเอามากๆ จนน้องเอ็มต้องมาพยุงฉันเอาไหว
"พี่เอิงไหวไหม"
"ไหนดูซิ" พี่ปายเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราและประคองฉันให้นั่งลงแล้วนวดเท้าฉันทันที "ข้อเท้าแพลง!" เขาพูดขึ้น
เบาๆและยังคงนวดเท้าฉันต่อ จนฉันรู้สึกเคลิ้มไปเลย
"อ่ะ เอาปืนนี้ไป ส่วนไม้เบสบอลให้แจมถือไว้" เขายื่นปืนพกของตัวเองให้น้องเอ็มแล้วเอื่อมตัวมากระชากปืนลูกซองที่ฉันพาย
ไว้ที่หลังมาตลอดแล้วชักลำเตรียมพร้อม
"ใช้ไม่ยาก เล็งแล้วก็เหนี่ยวไกล หนักหน่อยแต่เดี่ยวก็ชิน" เขายังพูดต่อ
น้องเอ็มรับปืนไปอย่างว่าง่ายในท่าทางเก้ๆกังๆเหมือนไม่ถนัด "นายไปอยู่ข้างหน้าดูต้นทาง ดูแลแจมด้วย ส่วนฉันกับยัยนี้จะอยู่
ระวังหลัง" ว่าแล้วเขาก็หันหลังย่อตัวลงเพื่อให้ฉันขึ้นหลังเขา "เร็วดิ๊ ถ้าเดินไม่ไหวก็ต้องขี่หลังไป สักพักเดี่ยวก็หาย" เขาย้ำอีก
ฉันเองก็ปฎิเสธใครไม่เป็นด้วยซิ เลยต้องจำใจทำให้เขาลำบากเลยแล้วกัน
"โอ้ นมใหญ่ใช่เล่นเลยนิ" คำพูดของเขาทำเอาฉันเขินจนไม่รู้จะมองไปที่ไหน จนต้องตบไปที่ไหล่ของเขาทีนึง
และคิดว่าคนอะไรตัวเล็กๆผอมๆ แต่ถึกชะมัด
"พี่ปายมีคนอยู่ข้างหน้า!!!!" อยู่ดีๆน้องเอ็มร้องลั่นหน้าตาตื่น พี่ปายจึงรีบเร่งฝีเท้าอย่างทุรักทุกเรเพราะแบกฉันอยู่เข้าไปหา
น้องเค้าอย่างรวดเร็ว
"ยิงมันเซ่"
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
สรุปคือไม่โดนคนพวกนั้นเลย วิถีกระสุนพุ่งไปด้านบนบ้างด้านล่างบ้าง
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรต่อจากนี้ไอ้พี่ปายพาฉันจ้ำอ้าววิ่งตรงเข้าไปยังพวกมันทันที
'จะทำอะไรกันเนี้ย ฉันยังไม่อยากตายน๊าาา' ><  ฉันได้แต่หลับตาปี้คิดในใจว่าทำใมต้องพาฉันวิ่งเข้าไปใกล้พวกมันได้ขนาดนี้
บึ้ม! เสียงปืนลูกซองดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวเพียงแค่นัดเดียว...
"โห สุดยอด!!" สิ้นเสียงอุทานของพี่ปายฉันลืมตาขึ้นทันทีภาพที่ปรากฎตรงหน้าทำเอาฉันตะลึงไปเหมือนกัน คือมีบุรุษเน่า
อยู่สามตนยืนจังก้าอยู่แบบไม่มีหัว! ก่อนจะคุกเข่าล้มลงไปนอนกองกับพื้นไปตามๆกัน มองไปรอบๆจะเจอชิ้นส่วนประกอบของ
สมองเกลื่นกลาดติดเต็มพนังและบริเวณแถวนั้นแลดูน่าขยะแขยงชวนให้อยากจะอ้วกยิงนัก
'นี้คือผลจากอนุภาพของปืนลูกซองหรอเนี้ยแรงโคตรๆนัดเดียวระเบิดหัวคนได้ถึงสามคน!'
"ลงก่อนได้ไหม" เขาบอกให้ฉันลงจากหลังก่อนที่เขาจะทำท่าทีเหมือนเจ็บเนื้อเจ็บตัว
จากเหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้สงสัยอยากรู้ว่าพวกนั้นตายจริงรึป่าวฉันจึงได้เดินเข้าไกล้ๆ
"เดินได้แล้วนิ"
"อ๊ะ จะจริงด้วย...แฮ่ะๆ" ฉันยิ้มและยอมรับออกไปตามความเป็นจริง ไม่รู้ตัวเองเหมือนว่าหายตั้งแต่เมื่อไหร่


"โอเคใช่ไหม" ฉันเดินเข้าไปจับไหล่น้องเอ็มเบาๆเพื่อถามความพร้อมเพราะฉันเห็นสีหน้าน้องเค้าซี๊ดมากมือที่ถือปืนอยู่นั้นก็สั่นไม่หยุด
คงจะตกใจตื่นกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้จนทำอะไรถูกละซินะ และทันใดนั้นเองเขาก็รีบตวัดตัวกลับมากอดฉันอย่างรวดเร็ว
"เอ็มไม่เคยเจอพวกมันใกล้ๆขนาดนี้เลยอ่ะ" เขาร้องให้สะอึกสะอื้นยังกับเด็กอนุบาลพรางกอดฉันแน่นเหมือนจะไม่มีวันปล่อย
"ใจเย็นนะ ไม่มีอะไรแล้ว"ฉันลูบหัวเขาด้วยความเห็นใจ ลูกคุณหนูอย่างเขาคงไม่เคยเจอเหตุการณ์ระทึกเฉียดตายแบบนี้มาก่อน
ฉันพยายามผลักเขาออกแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะขยับเลย เขายังคงร้องให้อยู่อย่างนั้นท่ามกลางความรู้สึกของฉันที่เหมือนกำลังโดนใครสักคน
จ้องมองอยู่ด้วยสายตาที่ไม่พอใจนัก และก็จริงอย่างที่คิดฉันหันไปเจอสายตาที่สามารถฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นได้จากไอ้พี่ปาย เขาจ้อง
มองฉันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อให้ได้ก่อนที่เขาจะนั่งลงแล้วพยายามนวดหลังให้ตัวเอง
"ตอนนี้เราหายกันแล้วนะ เมื่อกี้เอ็มก็ช่วยพี่ไว้" ฉันใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักเขาจนหลุดออกมาได้และลุกขึ้นทันทีกะจะไป
ช่วยพี่ปายที่ตอนนี้ดูเขาลำบากมากจากการที่ต้องเอี่ยวตัวเพื่อนวดตัวเองซึ่งมีฉันที่เป็นต้นเหตุ
"ม่ะพี่ปาย แจมนวดให้น๊ะ" ว่าแล้วสาวแจมก็รีบจ้ำอ้าวตัดหน้าฉันไปก่อนที่ฉันจะถึงตัวพี่ปายด้วยซ้ำ ทำให้ฉันต้องหยุดชะงักทันที
คราวนี้กลายเป็นสายตาของฉันเองที่จ้องเขาอย่างพิโรธในใจก็เจ็บแค้นยิ่งนักที่โดนยัยนี้ตัดหน้าไปซะได้ เหมือนเขาจะรู้ตัวว่าฉัน
มองอยู่ "เอ้อพอแค่นี้แหละ เรารีบเดินทางต่อดีกว่า" ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นแบกปืนเดินเลี่ยงๆศพพวกนั้นไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันที่ต้องคอยประคับประคองอาการของน้องเอ็มไม่ให้จิตเตลิดเปิดเปิงไปนั้นได้แต่เก็บอาการและมองตามหลังพวกเขา
"อีกไกลไหมฮะพี่เอิง"น้องเอ็มถามขึ้นระหว่างทาง
"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ๊ะ"ฉันตอบแบบขอไปที
"หน้าตาพี่ไม่สู้ดีเลยนะครับ ยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า"
"พี่ไม่เป็นไรแล้วละจ๊ะ พี่โอเค" ว่าแล้วฉันก็ยิ้มให้เขาไปทีนึง
"มีอะไรเล่าให้เอ็มฟังก็ได้นะเผื่อเอ็มช่วยได้"
".........." ฉันไม่ได้ตอบอะไรออกไปในใจได้แต่คิดถึงแต่ไอ้คนที่เดินอยู่ข้างหน้าสุดที่ไม่เคยแม้แต่จะสนใจหรือพูดดีๆกับฉันเลย

แกร๊ง! เสียงเหมือนใครแตะอะไรเข้าสักอย่างเพราะเราอยู่ในอุโมงเสียงมันเลยก้องและค่อนข้างมืด แม้แต่เสียงกระซิบยังได้ยินได้โดยทั่วกัน
ฉันจึงรีบหันไปดูถึงได้รู้ว่ายัยแจมนั้นดันไปสะดุดแตะเข้ากับท่อนอะไรสักอย่างสีขาวๆ เหมือนกระดูก! และทันใดนั้นเอง!!
จี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!
เสียงเหมือนหนูฝูงใหญ่กำลังตรงเข้ามาทางเรา
"ถอยไป!!!" เสียงพี่ปายตะโกนขึ้นก่อนจะวิ่งมาประชิดตัวฉันอย่างเร็วก่อนจะคว้าระเบิดที่เอวของฉันปลดสลักและคว้างไป
ทางกลุ่มพวกมันทันที!
บึ๊ม! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนพวกเราต้องปิดหูและหาที่กำบัง เศษซากชิ้นส่วนพวกมันที่กระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วทำให้พื้น
ที่บริเวณนั้นทำให้รกไปด้วยเศษซากหนูตายเกลือนจนไม่มีที่ว่างให้ได้เดิน พี่ปายที่ทำตัวเป็นโล่กำบังพวกเราไว้
และนี้ก็เป็นครั้งที่สองที่ฉันรู้สึกว่าถูกเขาโอบกอดอยู่..
สิ้นเสียงดังกังวานกลุ่มควันกลุ่มใหญ่เริ่มจะคลายตัวลงแต่ก็ยังไม่วายที่สัตว์ประหลาดพวกนั้นจะหมดไปมันยังคงวิ่งตรงมายัง
พวกเราอย่างไม่คิดชีวิต พี่ปายพยายามแบกปืนลูกซองที่หนักอึ้งอันนี้ขึ้นพยายามชักลำและยิงใส่พวกมันอย่างไม่ลดละ เขาพยายาม
อย่างหนักเพื่อไม่ให้พวกมันเข้ามาใกล้พวกเราไปมากกว่านี้ อีกคนคือน้องเอ็มเขาพยายามเล็งปืนไปที่พวกมันก่อนจะเหนี่ยวไกล
โดนบ้างไม่โดนบ้าง ส่วนยัยแจมก็ได้แต่ยืนง้างไม้เบสบอลขาแข็งทำอะไรไม่ถูก พวกมันมีจำนวนไม่น้อย ขนาดลำตัวของพวกมัน
เท่าแม่ไก่ได้มั้ง  ฉันเองก็คงต้องตั้งสติให้มั่นก่อนจะใช้ปืนที่กำอยู่ในมือมาตลอด
เล็งไปทางพวกมันที่กำลังวิ่งเข้ามาและเหนี่ยวไกล เป็นความเหลือเชื่อที่ยากจะเข้าใจ ทุกนัดที่ฉันเหนี่ยวไกลออกไปนั้นไม่เคยพลาดเลยแม้
พวกมันจะมาเป็นสิบๆตัวก็ไม่มีตัวไหนที่รอดจากวิถีกระสุนของฉันไปได้ ฉันเปลี่ยนแมกส์กระสุนปืนอย่างช่ำชองก่อนจะละเลง
กระสุนสาดใส่พวกมัน พวกเราทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างดี จะมีก็แต่ยัยคุณนายแจมนั้นแหละที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ทำได้ก็แค่ยืนปิดหูปิดตาเกาะชายเสื้อของพี่ปายเอาไว้ก็เท่านั้น
ชั่วะ!
ฉันดึงมืดสั้นที่พกติดมากับข้อเท้าของฉันเขวี่ยงไปยังหนูปีศาจตัวหนึ่งที่กำลังจะง้าบเข้าที่ขาของคุณนายนั้นพอดี ซึ่งมันหลุดรอดมา
ได้อย่างไรก็ไม่ทราบ แรงของมีดที่เขวี่ยงไปนั้นส่งผลให้ปลายมืดแทงทะลุลำตัวมันเข้าอย่างจังและตายคาที่ พอเหมาะกับในตอนนั้นเองที่
สายตาของฉันเหลือบไปเห็นเหมือนเหล็กเส้นเล็กๆบางๆที่ถูกยึดติดเรียงกันกับผนังทอดยาวขึ้นไปทำให้ดูเหมือนเป็นบันได!ขึ้นสู่ด้านบน
"มีบันได มีบันได!" ฉันตะโกนเรียกทุกคนให้หันไปมอง แต่เหมือนจะไม่มีใครเห็น "อยู่ด้านหลังพี่แจมไง!" ใช่ซิ ก็ยัยนั้นยืนบังไว้
ซะมิดเลยนี้นาถ้าฉันไม่ได้ช่วยชีวิตหล่อนไว้ก่อนหน้านี้ก็คงจะไม่ได้เห็นเหมือนกัน ก็ข้างในนี้มันค่อนข้างมืดและอับนี้นา
"งั้นรีบไปเลย!" พี่ปายร้องบอกพวกเราก่อนจะพยายามดันยัยนั้นที่ใส่ชุดนักศึกษาให้ปีนขึ้นไปก่อนอย่างทุรักทุเรพร้อมทั้งรีบหันกลับ
ไปยิงต้านพวกหนูมหาประลัยนั้นไม่ให้เข้ามาใกล้พวกเราไปได้มากกว่านี้ "เอ็ม นายตามขึ้นไป เธอกับฉันต้านไว้ก่อน" เขาส่งสัญญาณ
บอกอย่างเป็นขึ้นเป็นตอน "พอฉันบอก เธอก็รีบปีนตามพวกนั้นขึ้นไปเลยน๊า!" เขาหันมาย้ำกับฉันเสียงดัง
พวกเรากระหน่ำสาดกระสุนใส่พวกมันได้สักพักเขาจึงส่งสัญญาณให้ฉันโดยการพยักหน้า ฉันจึงรีบทำตามที่เขาบอกทันที ฉันยังไม่ลืมที่จะส่ง
กระสุนปืนลูกซองที่อยู่ในปลอกที่ฉันพกติดไว้กับข้อมือให้เขาก่อนจะปีนบันไดตามพวกนั้นไป เขาใส่กระสุนอย่างเร็วพลันพร้อมกับ
ยิงใส่พวกมันอีกสองสามนัดก่อนจะสะพายปืนเก็บให้เข้าที่แล้วรีบปีนตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว..

แทนที่เราจะได้ออกไปจากท่อน้ำทิ้งนี้เสียตั้งนานแล้ว แต่ไม่เลย..
พวกเรามาติดอยู่อีกชั้นของอุโมงน้ำเน่าแห่งนี้ ช่างเป็นเวรของกรรม กรรมของเวรแท้ๆ ห้องที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ได้ตอนนี้คือห้อง
สำหรับเปิดปิดวาล์วน้ำหรือเปล่า ที่คิดอย่างนั้นเพราะมันมีอย่างนึงที่ดูคล้ายพวกมาลัยรถยนต์มากเลยแต่บางและเล็กสีแดงประมาณ
สามถึงสี่ตัวเรียงกันอยู่อย่างสวยงาม มันเป็นห้องขนาดเล็กกระทัดรัดมืดๆอับๆบนโต๊ะไม้มีเอกสารวางอยู่ดูรกตาสุดๆ
ฉันเห็นพี่ปายเดินลูบๆคลำๆจนไปเจอกล่องอะไรสักอย่างที่อยู่ติดกับผนังห้องก่อนจะมีเสียง แกร๊ก! พร้อมทั้งไฟที่สว่างขึ้นทั่ว
ทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นในห้องที่เราติดอยู่หรือทั้งอุโมง เขาพยายามมองลอดหน้าต่างที่กั้นด้วยเหล็กหนาหลายแท่งลงไปยังเบื้องล่าง
อย่างให้ความสนใจสุดๆกับภาพที่เห็น ฉันที่เฝ้าสังเกตุอยู่จึงได้แต่เอะใจ
"มองอะไรอยู่หรอค่ะ" ฉันเดินเข้าไปหาและพยายามคุยกับเขา แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลยสายตายังคงมองลงไปข้างล่างอย่างตั้งอกตั้งใจ
จนมันทำให้ฉันอยากรู้จึงได้ชะเงื้อออกไปดูบ้าง และสิ่งที่เห็นคือ..!!
มีหนูผีหลายสิบตัวหรืออาจเป็นร้อยได้ พวกมันเดินวนเวียนกันไปมาเพื่อแทะเลมศพและทุกอย่างที่สนองความหื่นกระหายของมันได้
มันเป็นภาพที่ชวนให้หน้าขยะแขยงที่สุด พวกมันมีเยอะมากอีกทั้งยังอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนยั่วแยะเต็มไปหมดเหมือนฝูงมด เล่น
เอาฉันขนลุกขนตั้งในความขยะแขยงของพวกมันทันที
สรุปคือเราติดอยู่ที่นี้จริงๆ..
"พี่ปาย เอิงของดูแผลได้ไหม" ฉันพูดขึ้นพร้อมทั้งเปิดแขนเสื้อข้างที่เขาได้รับบาดเจ็บ
"นี้เธอเป็นหมอรึไง" เขาพูดขึ้นอย่างสงสัย
"ตอนนี้ยังไม่ใช่ค่ะ พี่อยู่เฉยๆนะ" ว่าแล้วก็วิ่งตรงไปยังเป้ที่น้องเอ็มพายอยู่แล้วหยิบกระปุกปฐมพยาบาลออกมา
จัดการล้างแผลให้เขาเสร็จสรรพก่อนจะยื่นขวดน้ำให้เขา เขายกมันดื่มอย่างหื่นกระหายหมดไปภายในชั่วพริบตา
จากนั้นฉันก็นำขวดน้ำดื่มไปยื่นให้กับน้องเอ็ม เขายิ้มและรับขวดน้ำนั้นไปอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ ของพี่" ฉันยื่นขวดน้ำให้ยัยพี่แจม
"ขอบจัยนะที่ช่วยพี่ไว้" หล่อนพูดออกมาก่อนจะรับขวดน้ำจากมือฉันไป "แต่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมค่ะ"
ว่าแล้วหล่อนก็จูงแขนฉันไปยังอีกมุมนึงของห้อง
"เราชอบพี่ปายใช่ไหม" คำถามนี้วิ่งเข้าชนหัวใจฉันอย่างจังจนทำให้ฉันเกิดอาการจุกขึ้นมาทันที
"ปะ ป่าวนี้ค่ะ" ฉันโกหกออกไปอย่างกระตุกกระตักราวกับเหมือนมีคนมาล่วงรู้ความลับระดับชาติของฉัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ติดตามต่อไปนะ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น