Chapter 14
"ทิ้งแรงทั้งหมดมาที่ฉ๊านแล้วถีบส่งตัวเองมา!!"
พูดมันก็ง่ายเซ่ ตัวฉันจะขาดออกจากกันเป็นสองท่อนอยู่แล้ว แขนซ้ายคว้านายไว้ส่วนขากับมือขวาก็เกี่ยวคาดอยู่
กับขอบหน้าต่างเนี้ย ส่วนขาซ้ายนะหรอ ห้อยโต้งเต้งอยู่ระหว่างกลางนะซิ ><
"พยายามเอาเท้าซ้ายเกี่ยวกับเหล็กไว้ให้ได้เซ่!!" เขาตะโกนขึ้นมาอีกรอบ
ฮึบ! ขาซ้ายฉันเกี่ยวกับเหล็กไว้ได้แล้วและกำลังจะถีบตัวเองขึ้นไป หมั่บ! เหมือนมีอะไรมาดึงขาข้างที่ยังเกี่ยวกับขอบหน้าต่าง
ไว้ทำให้ดูเหมือนเป็นภาพยืดยุดฉุดกระชากกันกลางอากาศตัวห้อยอยู่ระหว่างบันไดเหล็กกับขอบหน้าต่าง
ไม่ซิ ไม่ใช่ขอบหน้าต่างที่ฉันใช้เท้าเกี่ยวไว้ก่อนหน้านี้ แต่มันเป็นมือของเด็กผีตัวนึงที่พยายามดึงฉันกลับเข้าไป
นี้ พวกแกอยากกินฉันมากขนาดนั้นเลยหรอห๊ะ!! > <"
ฉันพยายามสลัดมันออกแต่ก็ดูเหมือนจะไม่หลุดซะที
"เอ๊า จับเหล็กไว้!!" พี่ปายพูดขึ้นก่อนจะดึงมือฉันให้เข้าไปสัมผัสกับเหล็กบันได
ฮาฮ่า คราวนี้เท้าและแขนข้างซ้ายของฉันอยู่ที่บันไดเหล็กแล้วแต่!!ขาข้างขวาของฉันนะเซ่ ยังโดนมันดึงอยู่เลยอ่ะ
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเชือกชักกะเย่อยังไงก็ไม่รู้ ><
และทันไดนั้นเอง..
"ปล่อยมือขวาของเธอได้แล้ว!!"
ฉันปล่อยมือขวาของฉันแล้วรีบคว้าบันไดเหล็กเอาไว้อย่างเร็วพลัน
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น เขาใช้มือขวาของเขาชักปืนออกมาแล้วยิงไปที่เด็กนั่น! ผลคือไม่โดนสมองแต่อย่างใด
แต่!ดันไปโดนแขนข้างที่มันดึงขาฉันไว้เป็นผลให้แขนของมันหลุดออกจากตัวอย่างง่ายดายและติดมากับขาของฉันด้วย
โอ๊ยย ขนาดแขนขาดแล้วยังไม่ตายอีกหรอเนี้ย ฉันพยายามสลัดขาสุดแรงจนมันหล่นลงพื้นดังตุ๊บ!
ฉันเห็นพวกมันพยายามตะเกียกตะกายออกมาจากหน้าต่าง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะพวกมันคงจะปีนหน้าต่างไม่เป็นกันซินะ
".................................."
นี้เป็นครั้งที่สองที่ฉันถูกเขาโอบกอดจากด้านหลัง..
ในท่าเกาะบันไดลิง!! - -"
ช่างเป็นท่าที่สวยงามหาชมมิได้จริงๆ แม้จะมีเป้มากั้นระหว่างหลังของฉันกับหน้าอกของเค้าก็เถอะ ฉันก็รับรู้ได้ว่า..
เขาเกาะเหล็กไว้แน่นมากกกกก!
"รีบๆปีนขึ้นไปหน่อยได้ไหม ฉันเมื่อยไปหมดแล้ว!"
"อะ.. ค่ะ" แหมมม อยู่ต่ออีกนิดก็ไม่ได้กำลังเคลิ้มเชียว ฉันค่อยๆก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นต่อไปอย่างทุรักทุเรรู้สึกเหมือนเริ่มหนักกระเป๋า
ขึ้นมานิดๆ และเหมือนจะรู้ เขาดันกระเป๋าขึ้นเพื่อทุ่นแรงไม่ให้ฉันหนักมากนัก แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยมือเพื่อที่เขาจะได้ปีนตามฉัน
ขึ้นมา "ไปต่อไม่ต้องหยุด!" เสียงเขายังคงดังตามหลังมาเรื่อยๆ "ไปให้ถึงด่านฟ้าเลยนะ"
"อ่ะ... ค๊า" ฉันตอบรับและพยายามปืนขึ้นไปให้เร็วที่สุด
นี้มันก็เป็นช่วงเวลาที่ฟ้ามืดแล้วด้วย ปรื๋ออ เมื่อไหร่จะถึงเนี้ย!! เกิดมาไม่เคยต้องมาเจอเรื่องบ้าบอแบบนี้เลย > <
ฮึ๊บ! ฮึ๊บ! ในที่สุดมือฉันก็สัมผัสเข้ากับบันไดเหล็กขั้นสุดท้ายจนได้
ใช่แล้วค๊าาา เราขึ้นมาถึงด่านฟ้ากันแล้ว ฉันวางเป้ลงอย่างคนหมดแรงพร้อมควานหาขวดน้ำออกมาสองขวดเพื่อให้ตัวเอง
และคนที่ฉันรัก..
ตอนนี้รู้สึกเหมือนได้มาอยู่บนยอดเขาเอเวเรสพร้อมกับแฟนของตัวเองยังไงไม่รู้ เรานั่งพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขา
จะไปมองนาฬิกาข้อมือ "ค่ำขนาดนี้แล้วหรอเนี้ย" เขาอุทานอย่างคนหมดแรง "เหนื่อยจัง ขออะไรสักอย่างได้ไหม" แล้วก็หันมาทางฉัน
"ค่ะ?"
"นวดหลังไห้หน่อย เมื่อย.." พูดแล้วก็เอามือตบไปที่ไหล่ตัวเองเบาๆเป็นการบ่งบอกว่า มาช่วยจัดการตรงนี้ให้ที..
ฉันก็ทำตามที่เขาขออย่างว่าง่าย นิถ้าพูดดีๆแบบนี้ อะไรๆก็จะทำให้หมดแหละน๊า
"เธออายุเท่าไหร?" อยู่ๆเขาก็ถามขึ้น
"สิบเจ้ดค่ะ เอ่อ..ยังไม่สิบเจ็ดเต็ม แต่อีกไม่นานก็จะเต็ม"
"ขึ้นมอห้าซินะ"
"เปล่าค่ะ มอหก"
"ก็ยังเด็กอยู่ดี"
"แล้วพี่อายุเท่าไหร่หรอค่ะ"
"ยี่สิบห้า!"
"ห๊าาาา" ฉันเผลออุทานออกมาอย่างดัง ไม่อยากจะเชื่อ เพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนเด็กอายุสิบแปดสิบเก้าเลย แถมยังเก่งได้ขนาดนี้
"ว่าแต่ ไปมายังไงถึงได้มาที่นี้หล่ะ"
"คือเอิงกับพี่สาวมาเที่ยวบ้านเพื่อนอ่ะค่ะ ไม่ไกลจากที่นี้เท่าไหร่ จริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นคนเมืองนี้.. "
"แล้วไงต่อ"
"พอตื่นเช้ามาก็มีคนคลั่งไล่ฆ่ากันไปทั่วจนเราอยู่บ้านไม่ได้ เอิงกับพี่เลยหนีตายมาจนได้พบกับพวกพี่ๆนี้แหละค่ะ"
"แล้วเพื่อนที่ว่าไปพักด้วยไปไหนซะละ"
"เค้าเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้วค่ะ เอิงกับพี่ตกใจมากทำอะไรไม่ถูกได้แต่วิ่งไปเรื่อยๆแบบไม่มีจุดหมาย จนเค้าต้องมาเสีย
ไปอีกคน..."
"ฉันเสียใจด้วยนะ"
"ค่ะ"
".........."
"พี่ปายบอกจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ให้ฟัง.." ฉันพยายามเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นเพราะไม่ให้ตัวเองเศร้า
"อ๋อ..คือพี่ก็ไม่แน่ใจที่มาที่ไปของมันหรอกนะกับเรื่องนี้ รู้แต่ว่ามันดูคล้ายๆกับในหนังยังไงก็ไม่รู้!"
ฉันยังไม่เข้าใจในคำพูดของเขาซะทีเดียว จึงได้แค่ทำหน้าสงสัย
"เธอรู้จักซอมบี้ใช่ไหม พวกที่ตายแล้วฟื้น พอฟื้นขึ้นมาได้ก็เที่ยวไล่ฆ่าคนไปทั่วน่ะ"
"คิดว่ารู้ค่ะ"
"จากในหนังละซิ"
"ใช่แล้วค่า" ^O^
"โอเค งั้นรู้แค่ว่า วิธีที่ดีที่สุดคือทำลายระบบประสาทหรือก้านสมองของมันซะ"
"ค่ะ"
"ตอนแรกพี่ก็นึกว่าเป็นพวกมันเปนพวกเมายาแล้วหลอนซะอีก ที่ไหนได้.."
"แต่อาการของพวกติดยาไม่ใช่อย่างนี้นะค่ะ!" ฉันรีบพูดแทรกขึ้นทันที
"ฮึม? เธอรู้ได้ไง"
"ก็เอิงเคย..."
"..................."
"เคยเห็นจากในทีวีนะค่ะ" ^^" เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกือบหลุด
'นั้นใครอ่ะ!!!' จู่ๆก็มีเสียงใครก็ไม่รู้ดังออกมาจากมุมมืดๆ ฝั่งตรงข้าม
"นี้คน!" พี่ปายตอบกลับไปทันทีพร้อมกับสัมผัสเบาๆไปที่ปืน
"ใช่ค่ะ พวกเรามาช่วยคนที่ยังติดอยู่บนนี้" ฉันเสริมขึ้น
"พวกคุณไม่ใช่พวกนั้นใช่ป่าว?" เสียงนั้นถามขึ้นอีกครั้ง
ถ้าใช่แล้วจะปีนขึ้นมาบนนี้ได้ไงหล่า..
"ใช่! ไม่ต้องกลัว" พี่ปายตอบกลับไป
แล้วคนนั้นก็ค่อยๆก้าวเท้าออกมาจากมุมมืดนั้น เขาคงเป็นจะนักเรียนซินะเพราะเสื้อผ้าที่สวมนั้นยังเป็นชุดพละอยู่เลย
"แล้วทุกคนอยู่ที่ไหน" พี่ปายเอ่ยถามขึ้นทันที
"ฝั่งโน่นฮะ" เขาตอบก่อนจะชี้นิ้วไปอีกด้าน
เป็นผู้หญิงแต่ดันพูด'ฮะ'.. แฮ่ะ
หรือสงสัยจาาา??
o.O
"พี่ขอโทษนะที่ชอบทำอารมณ์เสียใส่เรา..!" จู่ๆเขาก็พูดในขึ้นขณะที่เรากำลังเดินตามเด็กคนนั้นไป ทำเอาหัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะได้ยินคำแบบ
นี้ในเวลาแบบนี้ ที่สำคัญเค้ายังแทนตัวเองว่าพี่และแทนตัวฉันว่าเราอีกต่างหาก > <
แต่เพราะมัวแต่เขินจึงทำได้แค่พยักหน้าตอบรับกลับไป..
ในที่สุดเด็กคนนั้นก็พาเรามาถึงที่ที่มีคนอยู่..
แค่คนเดียวเนี้ยนะ!! ฉันอุทานในใจ แต่ก็เป็นไปตามที่ลุงเอียนบอกไว้จริงๆ สภาพทั้งสองคน
โทรมและมอมแมมกันทั้งนั้น ฉันจึงรีบวางเป้ลงแล้วจัดการเอาอาหารกระป๋องและน้ำออกมาให้พวกเขาได้ดื่มกิน พวกเขาคงจะ
หิวและกระหายมาก เหมือนไม่ได้ทานอาหารมาเป็นชาติประมาณนั้น ฉันจึงรู้สึกปลื้มปิติและภูมิใจใน
ตัวเองเป็นที่สุดไม่ต่างไปจากไอ้พี่ปายที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เฝ้ามองดูการรับประทานอาหารของสองคนนั้น..
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ติดตามตอนต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น